ตรวจเช็คความมั่นคงปลอดภัยเว็บไซต์ฟรี! ด้วย SecurityScorecard

หน้าเว็บถือเป็นปราการด่านหน้าที่สำคัญขององค์กร อีกทั้งยังเป็นจุดอ่อนที่มักพบช่องโหว่ได้เป็นประจำ สอดคล้องกับสถิติของช่องโหว่ที่พบมากก็คือหน้าเว็บเมื่อเทียบกับช่องทางอื่นๆ และหน้าเว็บยังเป็นสิ่งที่แทบทุกองค์กรต้องมี ไม่ว่าจะใช้เพื่อเป็นโปรไฟล์บริษัท ใช้เพื่อสร้างช่องทางการค้าขายทางธุรกิจ หรืออื่นๆ ยิ่งบริษัทมีขนาดใหญ่จำนวนของหน้าเพจก็มักเพิ่มขึ้นตาม

การประเมินความมั่นคงปลอดภัยของเว็บไซต์ถือเป็นเรื่องที่องค์กรควรทำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ทราบได้ว่าสถานภาพของความเสี่ยงเป็นอย่างไร โดยวันนี้ทีมงาน TechTalkThai จะขอพาทุกท่านไปรู้กับเครื่องมือของ SecurityScorecard ที่สามารถช่วยประเมินตรวจสอบเว็บไซต์ของทุกท่านได้ฟรีๆ

Credit : SecurityScorecard

การประเมินความมั่นคงปลอดภัยนั้นทำได้หลายช่องทาง แต่ทางที่ดีที่สุดก็คือปลูกฝังให้ทีมนักพัฒนาใส่ใจกับเรื่อง Security ตั้งแต่แรกตาม Best Practice แต่เชื่อหรือไม่ว่าแม้จะพยายามมากแค่ไหน ช่องโหว่ก็เกิดขึ้นได้เสมอ หากองค์กรมีแค่ 10 หน้าเพจท่านอาจจะปิดช่องโหว่ได้ทั้งหมด แต่หากมีโค้ดนับพันนับหมื่นบรรทัดหล่ะจะไม่มีพลาดบ้างเชียวหรือ? นี่ยังไม่นับเรื่องของการนำโค้ดจาก Third party เข้ามาใช้ซึ่งเป็นเรื่องที่ติดตามได้ยากมาก ดังนั้นองค์กรก็จำเป็นต้องมีกระบวนการถัดไปนั่นก็คือผู้เชี่ยวชาญ

ผู้เชี่ยวชาญด้าน Security ถือเป็นตำแหน่งในสายงานไอทีที่หาตัวจับยากตำแหน่งหนึ่ง ดังนั้นหากไม่ใช้องค์กรขนาดใหญ่ก็ยากที่จะมีทีมงานด้านนี้ อีกทางเลือกคือว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาช่วยประเมินระบบ แต่ก่อนที่จะไปถึงจุดนั้นจะดีกว่าไหมหากท่านสามารถประเมินความเสี่ยงได้ก่อนด้วยตัวเองได้ฟรีๆ

SecurityScorecard เป็นผู้เชี่ยวชาญด้าน Security โดยให้บริการเครื่องมือที่ช่วยประเมินเว็บไซต์ของท่านจากมุมมองที่โลกภายนอกมองเห็นท่าน ในรูปแบบ Software as a Service พร้อมให้คำแนะนำอย่างเจาะลึก เห็นภาพความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ด้วยการให้คะแนนตามความเสี่ยงที่ระบบพบ (Security Rating) แต่สำหรับหลายคนที่เคยใช้เครื่องมือสแกนค้นหาช่องโหว่มาก่อน คงสงสัยว่าแล้ว SecurityScorecard ให้ประโยชน์ที่เหนือกว่าเครื่องมือเหล่านั้นอย่างไร โดยทีมงาน TechTalkThai ได้ลองทดสอบมาแล้วว่า SecurityScorecard มีการทำงานเบื้องต้นอย่างไรในความบริการระดับฟรี

สำหรับวิธีใช้งานทำได้ดังนี้

1.) กรอกข้อมูลที่หน้า https://securityscorecard.com/instant-security-scorecard เพื่อให้ระบบประเมินความเสี่ยงหน้าเว็บไซต์องค์กรของท่าน

2.) ระบบจะทำการประเมินเว็บไซต์ของท่านและตัดเกรดให้ โดยมีตั้งแต่ระดับ A ถึง F ซึ่งตามรูปของเรา techtalkthai จะมีคะแนนอยู่ที่เกรด B

3.) ระบบจะแสดงหมวดหมู่ของกลุ่มความเสี่ยงที่ค้นพบ โดยท่านสามารถกดเข้าไปดูรายละเอียดภายในได้

4.) ในหน้าถัดมาหากท่านยังไม่มีบัญชีกับ SecurityScorecard ระบบก็จะแจ้งให้สมัครสมาชิกเพื่อรายงานความละเอียดมากกว่านี้ และที่สำคัญยังฟรี

5.) เมื่อล็อกอินเข้ามาแล้วระบบจะแนะนำการทำงานขั้นต่อไปและขอให้เรากรอกข้อมูลองค์กร แต่ ณ จุดนี้เราจะข้ามไปแนะนำที่เมนู My scorecard โดยท่านจะเห็นภาพรวมและเข้าไปดูได้ว่าช่องโหว่เป็นอย่างไร โดยรวม หรือจะเจาะลึกเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มก็ได้

6.) ในหน้า History ท่านสามารถดูเหตุการณ์ย้อนหลังได้ว่าสถานะภาพความเสี่ยงของท่านเป็นอย่างไร ว่าเคยย่ำแย่มาก่อนแล้วมีการปรับปรุงจนดีขึ้นเมื่อวันที่เท่าไหร่ รวมถึงสามารถเปรียบเทียบกับอุตสาหกรรมที่คล้ายกันว่าเขามีการแก้ไขช่องโหว่เป็นอย่างไร องค์กรของท่านอยู่ในเกณฑ์ไหน

7.) Issues เป็นช่องทางในการบริหารจัดการว่าช่องโหว่เหล่านี้มีสถานะอย่างไร รับทราบและกำลังแก้ไข แก้ไขแล้ว หรือปฏิเสธที่จะแก้ไขเพราะท่านไม่เห็นด้วย พร้อมกันนี้ยังเมนูที่แนะนำว่าช่องโหว่ใดมี impact กับคะแนนขององค์กรได้มากในเมนู improve score

8.) อีกเมนูหนึ่งที่พลาดไม่ได้และสามารถใช้ได้ฟรีที่ทำให้ท่านเห็นภาพรวมว่า โลกภายนอกพบเห็นไอพีและโดเมนอะไรจากท่านบ้าง ซึ่งอาจจะปรากฏเรื่องสินทรัพย์ที่ท่านอาจจะไม่ทราบว่ามี (Shadow IT) หรือหากตรวจสอบแล้วพบว่าไม่ใช่ก็สามารถลบรายการออกไปได้

9.) ท่านสามารถกรอกข้อมูลบริษัทเพิ่มเติมได้ในช่อง Company Profile เพื่อประโยชน์ให้ทีมงานสามารถเข้าใจอุตสาหกรรมและแนะนำความเสี่ยงในธุรกิจที่คล้ายกัน

ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมากมายที่ท่านสามารถมาค้นหาได้ด้วยตัวเองจาก SecurityScorecard โดยเบื้องต้นท่านสามารถเรียนรู้เพื่อใช้งานได้ที่ https://academy.securityscorecard.com/self-monitoring-with-securityscorecard

สรุป 

SecurityScorecard เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่น่าสนใจไม่น้อย เพียงแค่แอคเค้าน์ฟรีท่านก็สามารถมองเห็นตัวเองได้มากมาย SecurityScorecard เป็นเครื่องมือช่วยประเมินความเสี่ยงที่เหนือกว่าเครื่องมือสแกนตามท้องตลาดสาเหตุเพราะ

  • สามารถทำการมอนิเตอร์ระบบได้อย่างต่อเนื่อง อย่างที่กล่าวไปว่ามีกราฟที่สามารถติดตามเหตุการณ์ในอดีตย้อนหลัง ซึ่งเรื่องเหล่านี้ยังส่งผลในการประเมินได้ว่าในอุตสาหกรรมเดียวกันหากพบช่องโหว่แล้วท่านใช้เวลาเท่าใดเพื่ออุดช่องโหว่ 
  • สามารถประเมินตัวเองได้ว่าควรจะแก้ไขช่องโหว่ใดที่จะช่วยให้คะแนนขององค์กรเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ท่านสามารถนำไปวางแผนการแพตช์กับทีม Security ได้ว่าแผนการควรจะเป็นอย่างไร ซึ่งในทางปฏิบัติจริงองค์กรมักไม่สามารถแก้ไขได้ทุกช่องโหว่ แต่ต้องเข้าใจภาพว่าอะไรสำคัญ
  • ท่านสามารถรายงานโต้แย้งช่องโหว่กับทีม SecurityScorecard Support ได้ ไม่จำเป็นที่จะต้องเชื่อถือทั้งหมด หรือหากแก้ไขแล้วทีมงานจะทำการตรวจสอบว่าโซลูชันของท่านได้ผลจริงหรือไม่ หรือควรใช้วิธีการใด
  • มีหน้าระบบอ้างอิงกับ Compliance ต่างๆเช่น ISO 27001, NIST 800-53 หรืออื่นๆ
  • ติดตามไอพีและโดเมนที่พบจากภายนอก ซึ่งเราสามารถพิจารณาตรวจสอบได้ว่าสิ่งที่พบเป็นจริงหรือไม่ 
  • 3rd Party หรือเมนู Vendor Detection ถือเป็นตัวเก่งของ SecurityScorecard ที่ช่วยให้ท่านประเมินความเสี่ยงได้อย่างรอบด้าน บอกได้เลยว่าปกติแล้วเป็นเรื่องยากมากที่จะสามารถรับรู้ถึงความเสี่ยงจากบุคคลที่สามที่องค์กรไปเกี่ยวข้อง และยังเป็นปัญหาของภาพ Security ในปัจจุบันที่ตื่นตัวเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

SecurityScorecard ยังมี Academy ที่สอนให้ผู้สนใจรู้ถึงเรื่องการประเมินและจัดการภัยคุกคามให้เรียนหลายคอร์ส ซึ่งได้รับการรับรองจาก ISC2 โดยจากที่กล่าวมา SecurityScorecard ถือเป็นเครื่องมือครบวงจรตัวหนึ่งสำหรับการประเมินภัยคุกคามจากมุมมองภายนอก ให้องค์กรสามารถนำไปวางแผนการปฏิบัติการหรือค่าใช้จ่ายทำประกันและจัดซื้อเครื่องมือเพิ่มเติม หรือรายงานให้แก่บอร์ดบริหาร อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือที่ใช้ง่ายอีกด้วย ลองดูด้วยตัวเองได้ที่ https://securityscorecard.com/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center บน Defender ยกเครื่อง SOC รองรับ AI Agent

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center (ISOC) บน Microsoft Defender พร้อมย้ายความสามารถด้าน SIEM จาก Microsoft Sentinel …

[วีดีโอย้อนหลัง] SendQuick Webinar : Identity Under Attack “ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย และวิธีป้องกันด้วย MFA”

เรื่อง MFA กำลังเป็นประเด็นใหญ่ โดยเฉพาะกับหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งวันนี้ได้เริ่มประกาศบังคับใช้เป็นข้อบังคับพื้นฐานแล้วในประกาศจาก สกมช. โดยใครที่พลาด SendQuick Webinar เรื่อง “Identity Under Attack : ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย …