[Guest Post] ฟอร์ติเน็ตซื้อกิจการ OPAQ ปูทางสร้างแพลตฟอร์ม SASE รองรับบริการ Zero Trust Security-as-a-Service ทั่วโลก

พันธมิตรผู้ให้บริการ MSSP และผู้ให้บริการโครงข่ายสามารถรวมแพลตฟอร์ม SASE ใหม่นี้เข้ากับข้อเสนอบริการ NOC/SOC และบริการมืออาชีพขั้นสูงอื่นๆ ของตนเองได้อย่างง่ายดาย

 

ในยุคที่การเชื่อมต่อโครงข่ายมีความซับซ้อนหลายมิติและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการที่ผู้ใช้งาน อุปกรณ์ แอปพลิเคชั่น บริการและข้อมูลที่รับ-ส่งออกนอกบริเวณเครือข่ายเอจ (Edge) ขององค์กรมีจำนวนมากขึ้น ประกอบกับลักษณะการทำงานของพนักงานจากระยะไกลจากที่บ้านยังเป็นเทรนด์ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชั่นทุกที่ทุกเวลาได้โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งของผู้ใช้และอุปกรณ์ จึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์มากขึ้น  ส่งให้องค์กรในปัจจุบันให้ความสนใจในกลยุทธ์ Zero Trust อันเป็นแนวคิดด้านความมั่นคงปลอดภัยแบบใหม่ที่ถือว่าระบบเครือข่ายทั้งหมดไม่ควรเชื่อถือซึ่งกันและกัน จึงต้องมีการตรวจสอบในระดับสูงเพิ่มมากขึ้น โดย Zero Trust ออกแบบระบบเครือข่ายโดยยึดข้อมูลเป็นศูนย์กลาง  ใช้ซอฟต์แวร์และคุณสมบัติด้านความปลอดภัยควบคุมข้อมูลหรือทรัพย์สินสารสนเทศเหล่านั้นโดยรอบ (Software-Defined Network) และให้ความสำคัญแก่การพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้และอุปกรณ์มากขึ้น  

ในฐานะที่ Fortinet® (NASDAQ: FTNT) ฟอร์ติเน็ตผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบอัตโนมัติและครบวงจร เป็นผู้นำและมีวิสัยทัศน์ในการพัฒนากลยุทธ์ที่ใช้คุณสมบัติด้านความปลอดภัยเชื่อมโยงเครือข่าย (Security-Driven Networking Strategy) มาโดยตลอด จึงประกาศในวันนี้ถึงการเข้าซื้อกิจการของโอเพค (OPAQ) องค์กรผู้พัฒนาสถาปัตยกรรมคลาวด์ที่ได้รับสิทธิบัตร (Patented Zero Trust Cloud Architecture)  โดยวางแผนประสานรวมสถาปัตยกรรมดังกล่าวเข้ากับสถาปัตยกรรมด้านความปลอดภัยซีเคียวริตี้แฟบริค (Security Fabric Architecture) ที่ครอบคลุมกว้างขวางของฟอร์ติเน็ต พัฒนาเป็นแพลทฟอร์มทางเลือกใหม่ที่ลูกค้าและคู่ค้าสามารถเลือกใช้โซลูชั่นเครือข่ายและความปลอดภัยที่ดีที่สุดของฟอร์ติเน็ตได้อย่างสะดวก 

ในปัจจุบัน ผู้ให้บริการรักษาความปลอดภัยบนคลาวด์โดยทั่วไปมักจะมีแพลทฟอร์มด้านความปลอดภัยที่ยังแข็งแกร่งไม่เพียงพอ หรือขาดสถาปัตยกรรมคลาวด์ที่มีประสิทธิภาพสูง ไม่ยืดหยุ่น  แต่หลังจากการซื้อกิจการในครั้งนี้ และรวมเทคโนโลยีสถาปัตยกรรม Zero Trust Cloud Architecture และ Security Fabric Architecture เข้าด้วยกัน จะสามารถสร้างเป็นแพลทฟอร์มแซสซี (Secure Access Service Edge: SASE) ที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรม  ส่งให้ฟอร์ติเน็ตเป็นผู้จัดหาโซลูชั่นด้านความปลอดภัยเครือข่ายรายเดียวที่สามารถมีโซลูชั่นทั้งด้านเครือข่ายและความปลอดภัยที่เป็น Zero Trust ครบถ้วนอย่างแท้จริง  โดยบนแพลทฟอร์มแซสซีใหม่นี้ ฟอร์ติเน็ตสามารถนำเสนอโซลูชั่นด้านความปลอดภัยของตนเองได้ครบถ้วน นับตั้งแต่ไฟร์วอลล์ประเภทเน็กซ์เจนเนอเรชั่น (NGFW) พร้อมกับศักยภาพการเชื่อมโยงเครือข่ายแอสดีแวน (SD-WAN) ชั้นนำในอุตสาหกรรม รวมทั้งโซลูชั่นความปลอดภัยสำหรับเว็บ (Web Security) แซนบ็อกซิ่ง (Sandboxing)  การป้องกันอุปกรณ์ปลายทางระดับสูง (Advanced endpoint)  การพิสูจน์ตัวตนเพื่อเข้าใช้งานแบบหลายปัจจัย (Identity/multi factor authentication) การป้องกันเวิร์คโหลดในมัลติคลาวด์ (Multi-cloud workload protection) ตัวกลางบริหารความปลอดภัยสำหรับแอปพลิเคชั่นบนคลาวด์ (Cloud application security broker: CASB) การแยกเบราว์เซอร์ (Browser isolation) และคุณสมบัตินานาประการของไฟร์วอลล์สำหรับเว็บแอปพลิเคชัน (Web application firewall)     

แพลตฟอร์มของโอเพคนั้นได้รับการออกแบบมาสำหรับกลุ่มพันธมิตรประเภทต่างๆ โดยคำนึงถึงการเข้าใช้งานอย่างง่ายๆ  จึงเอื้อให้ผู้ให้บริการประเภท MSSP ผู้ให้บริการโครงข่าย พันธมิตรประเภทเพิ่มมูลค่าในระดับสูงสามารถรวมแพลตฟอร์มแซสซีที่มีผู้ใช้บริการหลากหลายนี้ เข้ากับข้อเสนอด้านบริการศูนย์ปฏิบัติการเครือข่าย (Network Operations Center: NOC) และบริการด้านศูนย์ปฎิบัติการความปลอดภัย (Security Operations Center: SOC) และบริการระดับมืออาชีพขั้นสูงอื่นๆ สามารถเพิ่มมูลค่าแก่ข้อเสนอ และนำเสนอที่มีความแตกต่างให้กับลูกค้าของตนเองได้อย่างง่ายดาย

เมื่อเข้าซื้อกิจการโอเพคอันเป็นองค์กรที่มีจุดเด่นเหนือผู้ให้บริการรักษาความปลอดภัยระบบคลาวด์อื่นๆ ในครั้งนี้ จะส่งให้ฟอร์ติเน็ตสามารถจัดมอบ:

  • ศักยภาพด้านความปลอดภัยที่ดีที่สุด มีความยืดหยุ่นที่สุด มีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อเปรียบเทียบกับผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยไซเบอร์ผ่านทางคลาวด์
  • ชุดโซลูชั่นด้านความปลอดภัยระบบคลาวด์ที่รวบรวม และครอบคลุม ให้ความปลอดภัยแบบ True Zero Trust Security ที่เชื่อถือได้อย่างแท้จริง เหนือผู้ให้บริการ Zero Trust Network Access (ZTNA) อื่นๆ ที่ยังคงมีช่องว่างเสี่ยงต่อการถูกโจมตี
  • โซลูชั่น ZTNA ที่ไม่เหมือนใครด้วยนวัตกรรมการรักษาความปลอดภัยซึ่งจะมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญด้านการวิจัยและพัฒนาระดับแนวหน้าของฟอร์ติเน็ต
  • รวมการทำงานของการเชื่อมโยงเครือข่ายเข้ากับการทำงานด้านการรักษาความปลอดภัยได้ครบวงจร ทั้งนี้รวมถึง ศักยภาพการทำงานของระบบเอสดีแวนชั้นนำในอุตสาหกรรมของฟอร์ติเน็ตที่กำลังได้รับความนิยม และเป็นการสนับสนุนวิสัยทัศน์ด้านความปลอดภัยที่ใช้เชื่อมโยงเครือข่าย (Security-Driven Networking Strategy) ของฟอร์ติเน็ตอีกด้วย
  • เอื้อให้ฟอร์ติเน็ตมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชั่น ZTNA ให้กับพันธมิตรและลูกค้ามากที่สุดในตลาด

 

เกี่ยวกับฟอร์ติเน็ต

ฟอร์ติเน็ต (NASDAQ: FTNT) ปกป้ององค์กร ผู้ให้บริการ และหน่วยงานรัฐบาลขนาดใหญ่ทั่วโลกให้พ้นจากภัยไซเบอร์ ฟอร์ติเน็ตช่วยให้ลูกค้าสามารถมีข้อมูลเชิงลึกในภัยคุกคาม และสร้างการป้องกันที่ชาญฉลาดให้ธุรกิจลูกค้าดำเนินไปอย่างราบรื่น เพื่อตอบสนองความต้องการด้านประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลาต่อเครือข่ายไร้พรมแดนในวันนี้และในอนาคต  ทั้งนี้ เครือข่ายด้านความปลอดภัยซีเคียวริตี้แฟบลิคอันเป็นสถาปัตยกรรมใหม่จากฟอร์ติเน็ตเท่านั้นที่สามารถมอบคุณสมบัติด้านความปลอดภัยโดยจะไม่ยอมแพ้แก่ภัยที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นในเครือข่าย แอปพลิเคชั่น คลาวด์ โมบาย หรือไอโอที ฟอร์ติเน็ตดำรงตำแหน่งเป็น #1 ในการจัดส่งอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยสู่ตลาดโลกมากที่สุด  และมีลูกค้ามากกว่า 440,000 รายทั่วโลกไว้วางใจฟอร์ติเน็ตให้ปกป้องธุรกิจของตน  ทั้งนี้ สถาบัน Fortinet Network Security Expert (NSE) เป็นหนึ่งในสถาบันที่จัดการอบรมด้านความปลอดภัยไซเบอร์ครอบคลุมมากที่สุดและใหญ่ที่สุดในอุตสาหกรรม  รู้จักฟอร์ติเน็ตเพิ่มเติมได้ที่ www.fortinet.com  และ The Fortinet Blog  หรือ FortiGuard Labs

 



About Maylada

Check Also

[Video Webinar] Cyber Threat Alliance – Making the Impossible Possible and WAN Edge Transformation

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย Webinar เรื่อง “Cyber Threat Alliance – Making the Impossible Possible and WAN Edge Transformation” …

[Video Webinar] Detecting Ransomware with Veeam by CSL

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าฟังการบรรยาย CSL Webinar เรื่อง “Detecting Ransomware with Veeam” เพื่อเรียนรู้การปกป้องข้อมูลจาก Ransomware และการปรับปรุงแผน Business Continuity ให้รองรับกับปริมาณข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น และสอดคล้องกับ …