[PR] ฟอเรสเตอร์จัดอันดับ อะโดบีครองตำแหน่งผู้นำด้านระบบจัดการเว็บคอนเทนต์

กรุงเทพฯ — 7 กุมภาพันธ์ 2560 — อะโดบี (Nasdaq:ADBE) เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้รับการจัดอันดับเป็นผู้นำในรายงาน The Forrester Wave™ สำหรับระบบจัดการเว็บคอนเทนต์ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 (“The Forrester Wave™: Web Content Management Systems, Q1 2017”) โดยอะโดบีได้รับคะแนนสูงสุดในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่นำเสนออยู่ในปัจจุบัน  ทั้งนี้ อะโดบีเป็นหนึ่งใน 15 บริษัทที่ฟอเรสเตอร์เชิญให้เข้าร่วมในรายงานดังกล่าว ซึ่งมีการประเมินผู้ขายซอฟต์แวร์ด้านการตลาดตามเกณฑ์ต่างๆ ทั้งหมด 25 ข้อ โดยครอบคลุมถึงผลิตภัณฑ์ที่นำเสนอ กลยุทธ์ และสถานะในตลาด

รายงานระบบจัดการเว็บคอนเทนต์ฉบับดังกล่าวระบุว่า “Adobe Experience Manager Sites ยังคงเป็นหนึ่งในทางเลือกด้านการตลาดที่ดีที่สุด  บริษัทอะโดบี ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมืองซานโฮเซ่ รัฐแคลิฟอร์เนีย ลงทุนใน Experience Manager Sites อย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายยิ่งขึ้น  ในแง่ของกลยุทธ์แล้ว อะโดบีเร่งการสร้างและนำเอาคอนเทนต์กลับมาใช้ ด้วยการผลักดันสถาปัตยกรรมไมโครเซอร์วิส (Microservices) และเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง (Machine Learning) ที่จะรองรับการสร้างแอสเซท (Asset) ต่างๆ และประสบการณ์โดยอัตโนมัติ  ในช่วง 18 เดือนข้างหน้า Experience Manager Sites จะรองรับการออกแบบตามบริบทได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งปรับใช้ฟีเจอร์ต่างๆ จากผลิตภัณฑ์อื่นๆ”

นายอาซีม จันทรา รองประธานฝ่าย Adobe Experience Manager และ Adobe Target กล่าวว่า “การนำเสนอประสบการณ์ลูกค้าแบบครบวงจรที่ครอบคลุมอุปกรณ์ต่างๆ กลายเป็นเรื่องยากมากขึ้นเรื่อยๆ  ลูกค้าของเราไว้วางใจเลือกใช้ Adobe Experience Manager เพื่อทำให้ทุกช่องทางการติดต่อกับลูกค้ามีลักษณะเฉพาะบุคคล ทันท่วงที และสอดคล้องกับประสบการณ์โดยรวมของแบรนด์ เราเชื่อว่าตำแหน่งของเราในรายงานของฟอเรสเตอร์ตอกย้ำถึงความเป็นผู้นำของเราในด้านการจัดการคอนเทนต์ รวมถึงความมุ่งมั่นของเราในการพัฒนาปรับปรุงแบรนด์ต่างๆ สู่การเป็นธุรกิจที่มุ่งนำเสนอประสบการณ์หรือ Experience Business”

Adobe Experience Manager ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ Adobe Marketing Cloud ช่วยให้แบรนด์ขนาดกลางและขนาดใหญ่สามารถสร้างและจัดการประสบการณ์ดิจิตอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั้งเว็บไซต์ โมบายล์แอพ โมบายล์ไซต์ ชุมชนออนไลน์ และหน้าจอต่างๆ  นอกจากนี้ Experience Manager ยังช่วยให้บริษัทต่างๆ สามารถจัดการและใช้ประโยชน์จากดิจิตอลแอสเซท แบบฟอร์มและเอกสารโมบายล์ รวมไปถึงโซเชียลคอนเทนต์ได้อย่างเต็มศักยภาพ  แบรนด์ต่างๆ จะได้รับประโยชน์จากความสามารถในการเชื่อมต่อแอสเซทต่างๆ ใน Adobe Creative Cloud หรือคอนเทนต์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้นผ่านทาง Experience Manager Livefyre เข้ากับฟังก์ชั่นการจัดการและนำเสนอแอสเซทใน Experience Manager  ยิ่งไปกว่านั้น การผนวกรวมเข้ากับฟีเจอร์อื่นๆ ของ Adobe Marketing Cloud จะช่วยให้แบรนด์ต่างๆ สามารถวิเคราะห์ ปรับแต่ง และตรวจวัดคอนเทนต์ได้อย่างเหมาะสม  ลูกค้าที่ไว้วางใจเลือกใช้ Experience Manager ได้แก่ UBS, MasterCard, Motorola Solutions, Hyatt, Philips, Volkswagen, HFF, Zebra Technologies และ Sony Interactive Entertainment

ดาวน์โหลดรายงาน “The Forrester Wave™: Web Content Management Systems, Q1 2017” ได้ที่นี่ https://goo.gl/dFEo0L และดูบล็อกโพสต์ได้ที่นี่ https://goo.gl/D4vuXx

###

เกี่ยวกับ Adobe Marketing Cloud

Adobe Marketing Cloud ช่วยให้องค์กรต่างๆ ใช้งาน big data ได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อมัดใจลูกค้าและกลุ่มเป้าหมาย ด้วยการสร้างเนื้อหาทางการตลาดที่ออกแบบมาเฉพาะตัวสำหรับลูกค้า ผ่านทางอุปกรณ์ดิจิตอลทั้งหลาย โซลูชั่นทั้ง 8 ใน Marketing Cloud ทำงานร่วมกันอย่างกลมกลืน เพื่อให้นักการตลาดมีเทคโนโลยีทางการตลาดที่มุ่งเน้นทางด้านการวิเคราะห์ การจัดการประสบการณ์บนเว็บและแอพพลิเคชั่น การทดสอบและการกำหนดเป้าหมาย การโฆษณา การจัดการกลุ่มเป้าหมาย วิดิโอ การมีส่วนร่วมทางสังคม และการโฆษณาอย่างสอดประสานกัน เมื่อใช้งานร่วมกับ Adobe Creative Cloud จะทำให้สามารถสร้างสินทรัพย์ทางด้านการสร้างสรรค์สำหรับทุกช่องทางการตลาดได้รวดเร็วขึ้น แบรนด์ทั่วโลกหลายพันแบรนด์ รวมทั้งสองในสามองค์กรใน Fortune 50 ต่างใช้บริการ Adobe Marketing Cloud อยู่ในปัจจุบัน

เกี่ยวกับบริษัทอะโดบี ซีสเต็มส์ อินคอร์เปอร์เรทเต็ต

อะโดบีเปลี่ยนโลกผ่านประสบการณ์ด้านดิจิตอล รายละเอียดเพิ่มเติม www.adobe.com/sea
ติดตามอะโดบีผ่านเฟสบุ๊กที่ https://www.facebook.com/AdobeSEA/


About TechTalkThai PR 2

Check Also

Stars Microelectronics พลิกกลับมากำไรด้วยกลยุทธ์การบริหารต้นทุนอย่างชาญฉลาด กับการใช้ SAP จาก NTT DATA Business Solutions Thailand เพื่อวางรากฐานด้านการเงินอย่างมั่นคง

โจทย์สำคัญของธุรกิจโรงงานและการผลิตในไทยและทั่วโลกนั้นโดยมากมักจะหนีไม่พ้นเรื่องของการบริหารจัดการต้นทุน ที่หากทำได้อย่างประสบความสำเร็จแล้ว ก็จะสามารถพลิกสถานะของธุรกิจและสร้างผลกำไรเพิ่มขึ้นได้อย่างทันที ซึ่ง Stars Microelectronics นั้นก็เป็นอีกหนึ่งธุรกิจโรงงานอุปกรณ์และวงจรอิเล็กทรอนิกส์ของไทยที่สามารถพลิกธุรกิจให้กลับมามีกำไรได้ในระยะเวลาอันสั้น ด้วยการเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการบริหารต้นทุน

[Press Release] ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าร่วมกับ ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ เพื่อขับเคลื่อนศูนย์ข้อมูลระดับไฮเปอร์สเกล

ซุปเปอร์แนป (ประเทศไทย) จะผลิตพลังงานของตนเอง และจะลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในธุรกิจยุคดิจิทัล และนำพลังงานหมุนเวียนมาสู่โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของประเทศไทย