Breaking News

เปิดตัว IBM Q Hub แห่งแรกในเอเชีย ผลักดัน Quantum Computer ในภาคธุรกิจและการศึกษา

IBM ได้ออกมาประกาศเปิดตัว IBM Q Hub ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้และทดสอบเทคโนโลยี Quantum Computer แห่งแรกในเอเชียแล้วที่ Keio University ประเทศญี่ปุ่น โดยมี JSR, MUFG Bank, Mizuho Financial Group และ Mitsubishi Chemical เข้าร่วมเพื่อทดสอบและประยุกต์นำ Quantum Computer ไปแก้ไขปัญหาต่างๆ ทางธุรกิจและการวิจัย

 

Credit: IBM

 

ใน IBM Q Hub แห่งนี้จะสามารถใช้งาน IBM Q ระบบ Quantum Computer ที่ขนาด 20 Qubit ได้ รวมถึงยังทดสอบใช้งานระบบขนาด 16 Qubit และ 5 Qubit บน IBM Q Experience ได้ด้วย โดยวัตถุประสงค์นี้เป็นไปเพื่อให้ภาคธุรกิจและการศึกษาได้เรียนรู้และพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ทางด้าน Quantum Computing ร่วมกันไปในอนาคต

ที่ผ่านมา Keio University เองนั้นก็ได้ทุ่มเทให้กับงานวิจัยด้าน Quantum Computer มาเป็นเวลากว่า 20 ปี และยังมีการเปิดคอร์ส Understanding Quantum Computers ให้ได้เรียนกันออนไลน์ฟรีๆ ที่ https://www.futurelearn.com/courses/intro-to-quantum-computing ด้วย โดยเป้าหมายหนึ่งของทางมหาวิทยาลัยก็คือการเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนในโรงเรียนมัธยมปลายกว่า 1,500 แห่งทั่วญี่ปุ่นให้ก้าวเข้าสู่ยุคสมัยแห่ง Quantum Ready ได้ในอนาคต

ที่ผ่านมามีผู้ทดลองใช้งาน IBM Q Experience แล้วกว่า 80,000 ราย และมีการทดลองประมวลผลไปแล้วกว่า 4 ล้านครั้ง เกิดเป็นงานวิจัยที่ตีพิมพ์ออกมาจริงๆ กว่า 70 ฉบับแล้วโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ผู้ที่สนใจสามารถทดสอบใช้งานได้ทันทีที่ https://quantumexperience.ng.bluemix.net/qx/experience

 

ที่มา: https://www.ibm.com/blogs/research/2018/05/ibm-q-hub-asia/



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Palo Alto Networks อัปเดตความสามารถให้ Prisma เน้น Security สำหรับ DevOps โดยเฉพาะ

Palo Alto Networks ได้ประกาศเพิ่มความสามารถหลายประการให้แก่ Cloud Native Security Platform (Prisma) ของตน ที่ตอบโจทย์ทีม DevOps ขององค์กรโดยเฉพาะ

ใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานจากที่บ้านแทน PC ทำอย่างไรได้บ้าง?

ในภาวะที่หลายๆ ธุรกิจกำลังพิจารณาหาทางออกในการใช้นโยบาย Work from Home ให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยที่พนักงานยังคงทำงานได้เต็มที่เสมือนมาทำงานที่ออฟฟิศอยู่ และเกิดการสั่งซื้อ PC/Notebook เพิ่มท่ามกลางภาวะที่ผู้ผลิตยังไม่สามารถเดินกำลังการผลิตได้ดีนักจนบางแบรนด์สินค้าเริ่มขาด Stock กันไปแล้ว ทางเลือกหนึ่งนอกเหนือจากการให้พนักงานทำงานผ่าน Notebook ที่สามารถพกพาไปทำงานที่บ้านนั้น ก็คือการใช้ Smartphone หรือ Tablet ทำงานแทน Notebook อย่างเต็มที่ 100% ไปเลยนั่นเอง ในบทความนี้เราจะพาไปพิจารณาทางเลือกแต่ละทางที่เป็นไปได้กันครับ