Facebook ออกมาเปิดเผยถึงความพยายามในการพัฒนาระบบ Open Source สำหรับโครงข่ายคมนาคมที่รองรับเทคโนโลยี DWDM เตรียมเปิดสู่สาธารณะในอีกไม่นาน
Facebook ได้ออกมาประกาศถึงโครงการ Telecom Infra Project (TIP) ที่พัฒนา Hardware และ Software สำหรับระบบโครงข่ายระดับชาติแบบ Open Source เพื่อให้ระบบเครือข่ายทั่วโลกสามารถรองรับ Bandwidth ปริมาณมหาศาลที่กำลังจะเกิดขึ้นจากการมาของเทคโนโลยี Virtual Reality ในอนาคตได้ โดยในครั้งนี้ทาง Facebook ได้ออกมาเปิดตัว Voyager อุปกรณ์ White Box Transponder ที่พร้อมติดตั้ง Software สำหรับรองรับการทำ DWDM ได้ตามต้องการ
แนวคิดของ Open Packet DWDM นี้คือการแยก Hardware และ Software ของระบบ DWDM ออกจากกัน และแยกสถาปัตยกรรมภายในระบบที่แบ่ง Nourthbound Software Interface (NETCONF, Thrift และอื่นๆ) ออกมาจากส่วนประกอบอื่นๆ เพื่อให้สามารถบริหารจัดการระบบทั้งหมดผ่าน API ได้จากศูนย์กลางตามแนวคิดของ Software-Defined Networking
ทั้งนี้ Facebook ยังได้เปิดตัว Voyager อุปกรณ์ Transponder รุ่นแรกที่มี QSFP28 ด้วยกันถึง 12 ช่อง และ 200G DWDM อีก 4 ช่องสำหรับให้พร้อมใช้งานได้ทันที โดยภายใน Voyager นี้ยังมี DSP ASIC และ AC400 ซึ่งเป็น Optics Module จาก Acacia Communications และยังได้ทำงานร่วมกับ Lumentum เพื่อพัฒนามาตรฐานสำหรับ Terminal Amplifier ทำให้ Voyager นี้สามารถรองรับการเชื่อมต่อเครือข่ายระดับเมืองหรือระดับภูมิภาคได้ทันที
นอกจากนี้ Facebook ยังได้ร่วมมือกับ Celestica เพื่อจัดการด้าน Supply Chain และ Snaproute สำหรับสถาปัตยกรรมของ Software ที่แยกออกมาเป็น Daemon เฉพาะสำหรับการบริหารจัดการ Hardware/Platform, Daemon สำหรับการรองรับ Protocol และ Infrastructure ต่างๆ เพื่อทำการ Switching และ Routing รวมถึง Management Layer สำหรับบริหารจัดการและตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานในระดับ Software
ผลการทดสอบ Voyager นั้นได้ทำการทดสอบระยะสูงสุดที่ 180 กิโลเมตรที่ 200G ต่อ Wavelength ด้วยการทำ 16QAM Modulation โดยตัว Coherent Modem ของ Voyager นี้รองรับความแรงของ FEC ได้หลากหลาย และรองรับการทำ Modulation ได้หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็น QPSK, 8QAM หรือ 16QAM ทำให้สามารถนำไปใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น รองรับความต้องการในการเชื่อมต่อเครือข่ายในระยะไกลได้เป็นอย่างดี
Facebook ได้ทำการทดสอบใช้งานเชื่อมต่อเครือข่ายด้วย Voyager นี้สำเร็จแล้วด้วยการเชื่อมต่อจาก Equinix ในสหรัฐอเมริกาไปยัง MTN ที่แอฟริกาใต้ และหลังจากนี้ก็มีแผนจะเปิด Open Source ให้กับ Voyager ทั้งหมดในโครงการ TIP ด้วย
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย









