F5 ร่วมมือกับ Oracle เพื่อนำเทคโนโลยีปกป้องเว็บแอปพลิเคชันและ API เข้าสู่แพลตฟอร์ม Oracle Cloud Infrastructure (OCI) โดยตรง ช่วยให้ภาคธุรกิจสามารถตั้งรับการโจมตีทางไซเบอร์ที่ทวีความซับซ้อนขึ้น โดยไม่ต้องแบกรับภาระการบริหารจัดการระบบความปลอดภัยเพิ่มเติม โดยมีเป้าหมายเป็นกลุ่มองค์กรที่มีเวิร์กโหลดบนคลาวด์ แต่ขาดแคลนบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านความปลอดภัยภายในองค์กร

ปัจจุบันรูปแบบการโจมตีทางไซเบอร์พัฒนาไปไกล ผู้ไม่ประสงค์ดีเริ่มนำ Generative AI และระบบอัตโนมัติมาใช้ค้นหาพร้อมเจาะช่องโหว่ของระบบ ส่งผลให้องค์กรไม่สามารถอุดช่องโหว่ได้ทันท่วงที การเพิ่มขีดความสามารถด้านความมั่นคงปลอดภัยจึงกลายเป็นโจทย์สำคัญ โดย F5 จะช่วยตรวจจับและป้องกันภัยคุกคามแบบเรียลไทม์มาทำ Virtual Patching ช่วยปิดกั้นการเข้าถึงระบบที่ยังมีช่องโหว่ทันทีระหว่างรอการติดตั้ง Patch ถาวร
ขณะเดียวกันยังรองรับการทำงานร่วมกันของแอปพลิเคชันยุคใหม่ ทั้งระบบ ERP, ซอฟต์แวร์บริหารจัดการการผลิต ไปจนถึงการรับส่งข้อมูลผ่าน API ข้ามแพลตฟอร์ม นอกจากนี้ฝ่ายดูแลโครงสร้างพื้นฐานไอทีสามารถควบคุมความปลอดภัยของแอปพลิเคชันได้โดยตรงจากคลาวด์ ไม่ต้องปรับแต่งโค้ดหรือเชื่อมต่อโซลูชันภายนอกหลายชั้น
ทั้งนี้ F5 และ Oracle ร่วมงานกันมาตั้งแต่ปี 2001 ผ่านการเพิ่มประสิทธิภาพการส่งมอบแอปพลิเคชันให้กับซอฟต์แวร์ระดับองค์กร เช่น Oracle E-Business Suite และ PeopleSoft การขยายความร่วมมือสู่ OCI ครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดฐานลูกค้าองค์กรและโรงงานอุตสาหกรรมที่ใช้งานแอปพลิเคชันของ Oracle อยู่เดิม
ปัจจุบัน OCI มีบริการ Web Application Firewall (WAF) ของตัวเองอยู่แล้ว ซึ่งรองรับการป้องกัน Bot, การโจมตีระดับ L7 DDoS และ SQL Injection การประกาศครั้งนี้ยังไม่ได้ระบุรายละเอียดว่าโซลูชันของ F5 จะทำงานร่วมกันหรือซ้อนทับกับบริการเดิมอย่างไร รวมถึงยังไม่เปิดเผยกรอบเวลาเปิดใช้งานจริงและโครงสร้างราคา
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย










