พบ Banking Trojan ใช้เทคนิคใหม่หลบการตรวจของ Antivirus และ Browser

นักวิจัยจาก ESET ได้รายงานพบ Banking Trojan ที่มีการใช้เทคนิคใหม่เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของ Antivirus และการป้องกันด้านความมั่นคงปลอดภัยในระดับ Browser โดยให้ชื่อมัลแวร์ตัวนี้ว่า BackSwap นอกจากนี้คาดกันว่าเทคนิคใหม่ที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนนี้จะกลายเป็นต้นแบบการโจมตีให้แฮ็กเกอร์กลุ่มอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

Credit: ShutterStock

เทคนิคของ Banking Trojan แบบเดิมๆ มี 2 วิธี

  • แก้ไข Local DNS และการตั้งค่าอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้งาน โดยการดักจับการเรียกใช้งานไซต์ของธุรกรรมการเงินและทำการ Redirect ผู้ใช้ผ่าน Proxy ไปยังหน้าเว็บเลียนแบบหน้าธุรกรรมการเงินจริงเพื่อหลอกให้ใส่ Credentials
  • Inject โค้ดอันตรายเข้าไปยังโปรเซสของ Browser ซึ่งวิธีการนี้พักหลัง Banking Trojan ดังๆ หลายตัวนิยมมาก เช่น Dridex, Ursnif, Zbot, Trickbot, Qbot และอื่นๆ อย่างไรก็ตามบรรดา Browser หรือ Antivirus ทั้งหลายเริ่มรู้ทันจึงมีการปรับปรุงให้ทำได้ยากมาก จนอาจกลายเป็นสาเหตุที่คนร้ายย้ายไปโจมตีช่องทางอื่นแทน เช่น in-browser Miner, Ransomware หรืออื่นๆ

รายงานของ ESET ได้เผยถึงเทคนิคใหม่ 3 เทคนิคซึ่งต่างกับวิธีการเดิมๆ ดังนี้

  • เทคนิคที่ใช้ตรวจจับการเรียกใช้งานเว็บไซต์ด้านการเงิน

โทรจันตัวนี้ได้อาศัยกลไกของ Windows ปกติที่เรียกว่า ‘Message Loop‘ (เนื่องจากการเขียน GUI แบบ Windows เป็น Event Driven ที่มี Queue เพื่อเก็บข้อความของ Action Message ดังนั้นทางผู้เขียนโปรแกรมบน Windows ที่ใช้งาน GUI จึงมักมีการใช้งานโค้ดวนลูปเพื่อรอรับคำสั่งจากผู้ใช้) เพื่อดักจับรูปแบบของ URL ที่ต้องการ เช่น HTTPS หรือ ชื่อของธนาคารที่สนใจ เนื่องจาก Browser ก็เป็นหนึ่งแอปพลิเคชันที่มี GUI เหมือนกัน

BackSwap ได้เลือกใช้เทคนิคการปลอมแปลงการกดคีย์อย่างใดอย่างหนึ่งตามด้านล่างเพื่อทำให้เนื้อหาที่โหลดมานั้นเป็นไปตามที่ต้องการ

  • มัลแวร์ใช้ Developer Console ของ Browser อย่างผิดวัตถุประสงค์

1.ใส่ Script อันตรายไว้ใน Clipboard
2.ทำให้หน้าต่างของ Browser มองไม่เห็น
3.ปลอมแปลงการกดคีย์เพื่อเปิด Browser Console ในโหมด Developer (ใน Chrome ใช้ CTRL+SHIFT+J, ใน Firefox ใช้ CTRL+SHIFT+K)
4.ปลอมแปลงการกดคีย์ Copy (CTRL+V) เพื่อแปะเนื้อหาของ Clipboard ไว้ใน Developer Console
5.ปลอมแปลงการกดคีย์ Enter เพื่อเริ่มต้นการทำงานโค้ดอันตราย
6.โค้ดอันตรายเข้าไปแก้ไขเนื้อหาหน้า Portal ของธุรกรรมการเงินนั้นเพื่อควบคุมให้ผู้ใช้เห็นตามที่แฮ็กเกอร์ต้องการ
7.ปลอมแปลงการกดคีย์เพื่อปิดหน้าต่าง Browser Console โหมด Developer
8.ทำให้หน้าต่างของ Browser มองเห็นได้อีกครั้งหนึ่ง

ดูแล้วเหมือนหลายขั้นตอนแต่พอทำงานด้วยโค้ดอัตโนมัติสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นไวมาก ดังนั้นผู้ใช้งานส่วนใหญ่อาจจะไม่ทันสังเกตถึงความผิิดปกติเลยและไม่สามารถแยกแยะว่าเป็น Browser ปกติหรือเป็นแค่อาการหยุดชะงักเท่านั้น

  • มัลแวร์ใช้โปรโตคอล JavaScript ผ่าน Address Bar ด้วย

1.มัลแวร์จำลองการกดคีย์ CTRL + L เพื่อเลือกที่ Address Bar ของ Browser
2.จำลองกดคีย์ DELETE เพื่อเคลียร์ค่าใน URL
3.พิมพ์ “javascript:” ใน Address bar แต่พิมพ์ทีละตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการป้องกัน XSS ของ Browser
4.แปะโค้ดอันตรายต่อหลัง “javascript:”
5.จำลองการกดคีย์เพื่อ Execute code
6.เคลียร์ค่าใน Address Bar เพื่อกลบเกลื่อนร่องรอย

ESET กล่าวว่าการโจมตีนี้รองรับกับ Browser อย่าง Chrome, Firefox และ IE แต่ถ้าปรับเปลี่ยนนิดหน่อยก็น่าจะใช้ได้กับทุก Browser สมัยใหม่ที่รองรับ Console Developer และ โปรโตคอล “javascript:” อย่างไรก็ตามรายงานพบว่ากลุ่มเป้าหมายของ BackSwap ยังจำกัดอยู่ในธนาคารแถบโปแลนด์เท่านั้น โดยทาง ESET แจ้งผู้เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขแล้ว ดังนั้นต้องคอยจับตาดูสถานการณ์ของเทคนิคต้นแบบนี้ต่อไป ผู้สนใจสามารถดูรายงานของ ESET ได้ที่นี่

ที่มา : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/backswap-banking-trojan-uses-never-before-seen-techniques/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ