DoHome กับการตัดสินใจย้ายระบบ SAP และ E-Commerce ขึ้นสู่ Cloud ของ AWS

ทางทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้พูดคุยกับคุณมารวย ตั้งมิตรประชา หนึ่งในผู้บริหารจากทาง DoHome ธุรกิจค้าส่งและค้าปลีกวัสดุบ้านที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย พร้อมกับทีมงาน Amazon Web Services (AWS) ในประเทศไทย กับประเด็นการนำระบบ IT Infrastructure ที่สำคัญของ DoHome ไม่ว่าจะเป็น SAP S/4HANA และ E-Commerce ที่ใช้ระบบ SAP Hybris ขึ้นไปวางบน AWS ทั้งหมด จึงขอสรุปประเด็นต่างๆ มาเป็นกรณีศึกษาดังนี้ครับ

 

รู้จัก DoHome กันก่อน

ธุรกิจของ DoHome นี้เริ่มต้นธุรกิจจากยุคของคุณพ่อคุณแม่ โดยแรกเริ่มนั้นเป็น หจก. ศ.อุบลวัสดุ จำกัดในจังหวัดอุบลราชธานี และเติบโตจนได้จดทะเบียนมาเป็นบริษัท อุบลวัสดุ จำกัด แล้วค่อยๆ ขยายสาขามาทั่วประเทศไทยภายใต้ชื่อของ DoHome ปัจจุบันมีสาขาอยู่ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ อุบลราชธานี โคราช ขอนแก่น อุดรธานี เชียงใหม่ และกรุงเทพมหานครอีก 3 สาขา โดยอีกไม่นานจะเปิดเพิ่มอีกสาขาหนึ่งในกรุงเทพฯ อีกด้วย

ในส่วนของ DoHome Shop Online ที่เปิดตัวเมื่อปี 2016 ที่ผ่านมานี้จะเป็นเว็บไซต์ E-Commerce เพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่ม B2C ไปทั่วประเทศไทย โดยลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้จาก https://www.dohome.co.th/ จากนั้นทาง DoHome จะทำการจัดส่งสินค้าไปให้ถึงที่หมายทันที เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจอีกทางหนึ่ง

 

เมื่อธุรกิจเติบโต การนำ SAP มาบริหารจัดการก็กลายเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

จากธุรกิจในห้องแถวขนาดเล็กที่ขยายกลายเป็นร้านค้าปลีกและค้าส่งวัสดุบ้านในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทย การนำ Software มาใช้ในการช่วยบริหารจัดการและดำเนินธุรกิจในสาขาต่างๆ ให้เป็นไปได้อย่างราบรื่นนั้นก็เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตามมา อย่างไรก็ดี ถึงแม้ SAP จะตอบโจทย์ในเชิงธุรกิจได้ดี แต่ระบบ IT Infrastructure กลับไม่เป็นไปเช่นนั้น

แรกเริ่มทาง DoHome ได้ใช้ SAP บนระบบ Server และ Storage ภายในองค์กรเองแบบ On-premises โดยได้ทำการประเมินและจัดซื้อ Hardware มาเพื่อให้รองรับต่อการใช้งานเป็นระยะเวลา 5 ปี แต่เมื่อใช้งานไปได้จริง 2-3 ปีก็พบว่าทรัพยากรของระบบเริ่มไม่เพียงพอ เนื่องจากธุรกิจนั้นเติบโตอย่างรวดเร็วและมียอดขายมากขึ้นในแต่ละเดือน ทำให้ปริมาณข้อมูลที่ต้องจัดเก็บและประมวลผลนั้นเพิ่มขึ้นเกินกว่าที่คาดคะเนเอาไว้ และต้องอัปเกรดระบบก่อนกำหนด

การอัปเกรดระบบนี้ก็เป็นไปได้อย่างยากลำบาก ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในการเพิ่มอุปกรณ์ Hardware ภายในระบบ, การโยกย้ายและปรับแต่ง Software ให้ทำงานร่วมกับ Hardware ใหม่ๆ ที่จัดซื้อเข้ามา, การโอนถ่ายข้อมูลระหว่าง Hardware เก่าและ Hardware ใหม่ และอื่นๆ เรียกได้ว่าขั้นตอนเหล่านี้ไม่ง่ายเลยทีเดียว อีกทั้งระบบใหม่ที่อัปเกรดมาเพื่อรองรับการใช้งานอนาคตไปอีก 5 ปีนี้ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ได้จริง และต้องทำการอัปเกรดใหม่อีกครั้งเมื่อเวลาผ่านไปอีก 2-3 ปีเหมือนเดิม โดยทุกๆ ครั้งที่มีการอัปเกรดระบบ ก็ต้องมี Downtime เกิดขึ้นตามมาเสมอ

ด้วยเหตุเหล่านี้เอง ทาง DoHome จึงเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ให้กับระบบ IT Infrastructure เพื่อให้ตอบรับต่อการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจ ที่ยากจะทำนายว่าจะเติบโตไปแค่ไหน และนี่เองก็เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ DoHome เริ่มพิจารณาระบบ Cloud

 

เริ่มใช้ Cloud กับระบบ E-Commerce

ในช่วงเวลาเดียวกับที่ DoHome นั้นมีปัญหากับระบบ On-premises ที่ทำการเพิ่มขยายและอัปเกรดได้ยาก ทาง DoHome เองก็มีโครงการที่จะเปิดตัว DoHome Shop Online ซึ่งเป็นระบบ E-Commerce สำหรับจำหน่ายสินค้าของ DoHome ผ่านทางเว็บไซต์เพื่อขยายฐานลูกค้า โครงการนี้ถือเป็นโครงการใหม่ ทำให้ DoHome ถือโอกาสพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างการใช้งานระบบ On-premises แบบเดิมๆ กับการใช้งานระบบ Cloud

ทาง DoHome ได้พิจารณาทั้งข้อดีและข้อเสียของ IT Infrastructure ทั้งสองรูปแบบ และทำการทดสอบ ก่อนจะตัดสินใจเลือกใช้ Amazon Web Services (AWS) เป็นระบบ Cloud เบื้องหลังระบบ E-Commerce นี้ด้วยประเด็นด้านความง่ายดายในการดูแลรักษา, ความง่ายในการเพิ่มขยาย, ค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าในช่วงพัฒนา และค่าใช้จ่ายในภาพรวมที่ถูกและคุ้มค่ากว่าการลงทุนเป็นระบบ On-premises

เมื่อตัดสินใจได้แล้วว่าจะเลือกใช้ AWS ในที่สุดทาง DoHome ก็ได้ทำการติดตั้ง SAP Hybris ซึ่งเป็นระบบ E-Commerce จาก SAP ลงไปบน AWS และเริ่มต้นให้บริการ DoHome Shop Online ได้อย่างรวดเร็ว

ที่น่าสนใจคือ หลังจากที่ระบบ DoHome Shop Online นั้นเริ่มขึ้น Production จริงแล้ว ทางทีมงาน AWS จากประเทศไทยก็เข้ามาทำการช่วยปรับแต่งระบบให้มีความคุ้มค่าในการใช้งานสูงยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ จาก AWS ที่ทาง DoHome ยังไม่เคยใช้งานเข้ามาเสริมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบและลดค่าใช้จ่าย ทั้งในส่วนของ Front-end และ Back-end ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อเดือนของระบบ DoHome Shop Online นี้ลดลงไปได้จากเดิมถึง 40% เลยทีเดียว

สำหรับอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดของ DoHome ในการเริ่มต้นใช้งานระบบ Cloud นั้น คือการที่แผนก IT ต้องทำการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ และปรับแนวคิดที่มีต่อเทคโนโลยีเหล่านี้ให้ได้ เพื่อให้สามารถนำศักยภาพของ Cloud มาใช้งานให้ได้เกิดประโยชน์สูงสุด ในขณะที่ข้อดีของการนำ Cloud มาใช้นั้นก็คือการที่ AWS นั้นไม่มี Downtime ของระบบเลยตั้งแต่ใช้งานมา ทำให้ทีมงานไม่ต้องลำบากในการดูแลรักษาระบบอีกต่อไป

นอกจากนี้ เนื่องจาก DoHome นั้นมีหลายสาขาอยู่ทั่วประเทศไทย การที่ระบบอยู่บน Cloud นั้นก็ทำให้การเชื่อมต่อระบบเครือข่ายจากแต่ละสาขาไปยัง AWS นั้นทำได้ง่าย มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการเชื่อมเครือข่ายในทุกสาขาเข้าด้วยกันเอง อีกทั้งทีม Developer ก็สามารถทำงานจากสาขาใดๆ ก็ได้ และพัฒนาความสามารถใหม่ๆ ส่งขึ้นไปยังระบบ Cloud โดยตรงด้วยตัวเอง ซึ่งทาง AWS เองก็มีบริการต่างๆ ในแง่มุมของ IaaS และ PaaS ให้เลือกใช้ได้หลากหลาย ทำให้การเพิ่มฟังก์ชันใหม่ๆ เข้าไปทำได้ง่ายและไม่ต้องกังวลในประเด็น Infrastructure แต่อย่างใด

ที่ผ่านมาธุรกิจส่วน E-Commerce นี้สร้างรายรับให้กับ DoHome มากถึงปีละ 13 ล้านบาท และปีนี้ก็คาดว่ายอดจะเติบโตขึ้นไปเกินกว่า 30 ล้านบาท และมีแนวโน้มจะเติบโตขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง

 

ตัดสินใจย้าย SAP ขึ้น AWS ด้วยความมั่นใจ

หลังจากที่โครงการ E-Commerce ถูกใช้งานบน AWS อย่างมั่นคงทนทานและยืดหยุ่นเต็มที่ได้ประสบความสำเร็จดีแล้ว ก้าวถัดไปของ DoHome ก็คือการย้ายระบบ SAP ที่เคยมีปัญหาเรื่องการเพิ่มขยายมาโดยตลอดขึ้นไปยัง AWS ด้วยอีกทางหนึ่ง ซึ่งทาง AWS นั้นก็เป็น Partner เหนียวแน่นกับ SAP อยู่แล้ว จึงมีเครื่องมือและข้อมูลการย้ายระบบ SAP ขึ้นไปยัง Cloud ให้อย่างพร้อมสรรพอยู่ที่ https://aws.amazon.com/sap/ ทำให้ทาง DoHome สามารถย้ายระบบ SAP ขึ้น AWS ได้อย่างมั่นใจ พร้อมเปิดใช้งานเป็น Production ภายในปีนี้ และใช้เป็น SAP S/4HANA ไปเลย

การย้าย SAP ขึ้น AWS ในครั้งนี้นอกจากจะตอบโจทย์การเพิ่มขยายระบบอย่างต่อเนื่องตามการเติบโตของธุรกิจ และการเข้าถึงได้จากทุกสาขาอย่างง่ายดายแล้ว ประเด็นเรื่องของการทำให้การเพิ่มความสามารถใหม่ๆ ให้กับ SAP และการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่าง SAP เข้ากับระบบ E-Commerce ก็จะสามารถทำได้อย่างง่ายดายคล่องตัวยิ่งขึ้นนั้นก็ถือเป็นประเด็นสำคัญสำหรับ DoHome ด้วยเช่นกัน

การใช้ SAP บน AWS ในครั้งนี้ ทาง DoHome ได้ทำการประเมินค่าใช้จ่ายเอาไว้ว่าจะช่วยลดการลงทุนทางด้าน IT Infrastructure ลงไปได้ถึง 30% เลยทีเดียว อีกทั้งหากประเมินว่าถัดจากนี้ไปการขยายระบบจะไม่ทำให้ DoHome เกิด Downtime อีกแล้ว ความคุ้มค่าในการย้ายขึ้น AWS ครั้งนี้ก็ถือว่ามหาศาลไม่น้อยเลย

 

 

ใช้ SAP บน AWS มีความยืดหยุ่นสูง มีทีมงานมืออาชีพให้การสนับสนุนในไทย

ปัจจัยหลักที่ทำให้ DoHome สามารถใช้งาน SAP บน AWS ได้อย่างประสบความสำเร็จนั้น ก็คือความยืดหยุ่นของระบบ AWS ที่ตอบโจทย์การใช้งานของ DoHome เป็นอย่างมาก รวมถึงความคล่องตัวที่ทำให้ DoHome ย้ายระบบขึ้นไปได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นการคิดลิขสิทธิ์ของระบบแบบ Bring Your Own License (BYOL) ที่ทำให้ DoHome สามารถนำ SAP License ของตนเองไปติดตั้งใช้งานบน Cloud ได้เลย, การมี SUSE ให้ใช้งานได้บน AWS และการเปิดให้ SAP Partner ในไทยสามารถมาช่วยเหลือให้การสนับสนุนการติดตั้งใช้งานร่วมกับทีมงานของ AWS ในไทยได้ ทำให้ทั้งโครงการนี้ได้รับการสนับสนุนทางด้านเทคนิคจากทีมงานชาวไทยโดยตรงทั้งหมด

ผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งาน SAP บน AWS สามารถศึกษาได้ดังต่อไปนี้ครับ

 

ผู้ที่อยากศึกษาเรื่องราวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Amazon Web Services ในไทยสามารถเข้าร่วมกลุ่มของ Bangkok AWS User Group ได้ทันทีที่ https://www.facebook.com/groups/awsusergroup/



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Elon Musk เผย Tesla กำลังซุ่มพัฒนาชิป AI สำหรับรถยนต์ไร้คนขับ

ในงานประชุมวิชาการ Neural Information Processing Systems หรือ NIPS ทาง Elon Musk ได้ออกมาเปิดเผยว่า Tesla นั้นกำลังพัฒนาชิป Artificial Intelligence …

HP ออกอัปเดต Keyboard Driver แก้ปัญหา Keylogger ใน Notebook ควรอัปเดตโดยด่วน

HP ได้ออกอัปเดตใหม่สำหรับ Keyboard Driver ใน Notebook จำนวน 475 รุ่นทั้งบนรุ่น Consumer และ Commercial เพื่อแก้ไขโค้ดสำหรับใช้ Debug ที่หลุดไปถึงผู้ใช้งาน …