พบช่องโหว่ Dirty COW บน Linux Kernel 4.4, 4.7, 4.8 ทั้งหมด! อัปเดต Patch ด่วน!

มีการค้นพบช่องโหว่ร้ายแรงบน Linux Kernel 4.4, 4.7 และ 4.8 มีการตรวจพบการนำไปใช้โจมตีจริงแล้ว แนะผู้ดูแลระบบอัปเดตเป็นรุ่นล่าสุดที่ออกมาอย่างฉุกเฉินทันที

linux_kernel_dirty_cow

Linux 4.4.29, 4.7.9 และ 4.8.3 ได้ถูกประกาศออกมาในวันนี้อย่างฉุกเฉินเพื่อแก้ไขปัญหา CVE-2016-5195 ที่มีชื่อเล่นว่า Dirty COW ซึ่งเป็นช่องโหว่ประเภท Local Privilege Escalation ที่จะเปิดให้ผู้โจมตีสามารถเขียนทับไฟล์ใดๆ ที่ตนเองไม่มีสิทธิ์ก็ได้

Dirty COW นี้อาศัยช่องโหว่ที่เกิดจาก Race Condition ที่ถูกค้นพบในกระบวนการควบคุมการทำ Copy-On-Write (COW: เป็นที่มาของชื่อ Dirty COW) โดย Memory Subsystem ของ Linux Kernel และทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลในส่วน Memory Mapping ที่เป็น Private Read-only ได้ ช่องโหว่นี้จึงถูกนำไปใช้โจมตีเพื่อเข้าถึงสิทธิ์การเขียนไฟล์ใดๆ และใช้ในการยกระดับสิทธิ์ของผู้โจมตีขึ้นมาได้ด้วยการแก้ไขไฟล์ setuid และปัจจุบันก็เริ่มมีการโจมตีโดายอาศัยช่องโหว่นี้แล้วเช่นกัน ทำให้ทาง Linux ต้องออก Patch เร่งด่วนมาในครั้งนี้

มีเว็บไซต์อธิบายรายละเอียดของบั๊ก Dirty COW โดยเฉพาะด้วยนะครับที่ http://dirtycow.ninja/ ลองเข้าไปศึกษากันดูได้

Linus Torvalds บิดาแห่ง Linux เองก็ได้ออกมาให้ความเห็นว่านี่เป็นบั๊กโบราณที่แฝงอยู่ใน Linux มาหลายปีแล้ว

ที่มา: http://www.phoronix.com/scan.php?page=news_item&px=Linux-Updates-CVE-2016-5195

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

DCSS ชู Integration Platform ผสาน Observability และ Zero Trust ขับเคลื่อน Modern Enterprise [Guest Post]

สรุปงาน “Future-Ready Integration Platform for Modern Enterprise” โดย บริษัท ดีซีเอสเอส (ประเทศไทย) จำกัด ที่มาพร้อมการบริการด้านIT พลัง Centralized …

Bitdefender MDR: ผสมผสาน ‘ บุคลากร, กระบวนการ และ เทคโนโลยี’ เพื่อปกป้องระบบธุรกิจสำคัญตลอด 24/7

การโจมตีไซเบอร์ในปัจจุบันมักเกิดขึ้นนอกเวลาทำการ อาจเป็นกลางดึกหรือวันหยุด ซึ่งเป็นช่วงที่ทีมไอทีส่วนใหญ่ไม่ได้เฝ้าระวัง ปัญหาจึงไม่ได้อยู่ที่คุณภาพของเทคโนโลยีป้องกันภัย แต่อยู่ที่ว่ามี บุคลากรคอยตรวจสอบและตอบสนองต่อสัญญาณเตือนตลอดเวลาหรือไม่ Bitdefender Managed Detection and Response (MDR) จึงถูกออกแบบมาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนี้ ด้วยการรวมทีมผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าระวังตลอด 24 …