กรุงเทพ, 9 พฤศจิกายน 2558– องค์กรขนาดใหญ่ที่ยังไม่มีความพร้อมอย่างเต็มที่กับแนวคิดริเริ่มเกี่ยวกับระบบการใช้งานของ “การใช้งานไอทีของผู้ใช้” ( End-User Computing ) โดยกำลังประเมินความคิดเห็นมากกว่าการดำเนินการเชิงกลยุทธ์ นั่นเป็นเพราะพวกเขายังไม่แน่ใจในวิธีการนำเอาแนวคิดด้านระบบการใช้งานของเอ็นด์ ยูสเซอร์มาใช้เป็นกลยุทธ์หลัก รวมถึงวิธีการจัดการกับจำนวนอุปกรณ์ที่เพิ่มมากขึ้นและความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่เกี่ยวข้องของอุปกรณ์ดังกล่าว
ขณะเดียวกันองค์กรทั่วโลกก็กำลังพิจารณาแนวทางที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลางเพิ่มมากขึ้นด้วยการนำแนวคิดด้านโมบิลิตี้เข้ามาปรับใช้ในองค์กรของตน
นับว่าเป็นข้อความสำคัญของรายงาน 2015 โมบาย เวิร์กฟอร์ซ ( 2015 Mobile Workforce Report ) ที่เผยแพร่โดยบริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า ซึ่งได้สำรวจองค์กร 730 แห่งที่มีพนักงาน 1,000 คนหรือมากกว่าใน 5 ภูมิภาค 11 ประเทศครอบคลุม 14 อุตสาหกรรม โดยการวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อทำความเข้าใจในปัญหาต่าง ๆ ที่บรรดาประธานเจ้าหน้าที่ฝายสารสนเทศ ( ซีไอโอ ) กำลังเผชิญอยู่เมื่อต้องรับแนวทางที่เน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลางเข้ามาใช้ในการดำเนินธุรกิจ รวมทั้งให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกลยุทธ์และพฤติกรรมที่มีผลต่อระบบการใช้งานของเอ็นด์ ยูสเซอร์ด้วย
จากการสำรวจองค์กรพบว่า 44% ได้รวมเอาแนวคิดด้านโมบิลิตี้ขององค์กรเข้ากับกลยุทธ์ด้านระบบการใช้งานของเอ็นด์ ยูสเซอร์ให้มีความครอบคลุมยิ่งขึ้น และได้จัดสรรงบประมาณสำหรับระบบการใช้งานของเอ็นด์ ยูสเซอร์ในอุปกรณ์ที่หลากหลาย ขณะที่ 13% ยังไม่มีกลยุทธ์ด้านระบบการใช้งานของเอ็นด์ ยูสเซอร์เกิดขึ้นในองค์กร
โดยเฉลี่ยแล้ว ส่วนระบบการใช้งานของเอ็นด์ ยูสเซอร์ จะอยู่ที่ 28% ของงบประมาณด้านไอที และงานวิจัยชิ้นนี้ได้แสดงให้เห็นว่าเกือบสองในสาม ( 61% ) ของผู้เข้าร่วมการวิจัยได้แสดงให้เห็นว่าพวกเขามองเห็นผลตอบแทนการลงทุน ( ROI ) จากแนวคิดริเริ่มด้านระบบการใช้งานของเอ็นด์ ยูสเซอร์ ขณะที่อีก 65% มองเห็นข้อได้เปรียบการแข่งขันจากการเดินหน้าเข้าสู่แนวทางการระบบการใช้งานของเอ็นด์ ยูสเซอร์
นายเนวิลล์ เบอร์ดัน ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายระบบการใช้งานของเอ็นด์ ยูสเซอร์ บริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า เอเชียแปซิก กล่าวว่า “พื้นที่ทำงานทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงไปพร้อม ๆ กับสถานที่และวิธีการทำงานของผู้คน รวมทั้งการดำเนินธุรกิจของพวกเขาด้วย เรากำลังจะได้เห็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นขององค์กรซึ่งเริ่มรับเอารูปแบบการทำงานในอนาคตมาใช้ เช่น เวลาที่ยืดหยุ่นและความสามารถในการทำงานจากระยะไกล รวมถึงการเข้าถึงเครือข่ายขององค์กรด้วย”
บริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า เชื่อว่าแนวทางด้านโมบิลิตี้ขององค์กรเป็นแนวคิดของ Connected Intelligence นั่นก็คือการออนไลน์ตลอดเวลา การเชื่อมต่อตลอดเวลา ความพร้อมใช้งานของทรัพยากร บุคคล และสารสนเทศที่เป็นอย่างราบรื่น
นายเบอร์ดันชี้ให้เห็นว่าการให้สิทธิ์ผู้ใช้เข้าถึงสารสนเทศผ่านทางพอร์ทัลของบริษัทเป็นการส่งสัญญาณว่ากำลังเกิดขั้นตอนที่เหมาะสมในการผลักดันตลาดให้เติบโตแล้ว “สิ่งนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเตรียมการรับมือพื้นที่ทำงานในรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ทำงานสำหรับอนาคต”
พื้นที่ทำงานสำหรับอนาคตเป็นกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ทำงานที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของบุคคลในการเลือกประเภทของสภาพแวดล้อมการทำงานที่เหมาะสมกับประเภทกิจกรรม โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดสภาพแวดล้อมการทำงานร่วมกันที่ทันสมัยภายในพื้นที่ทำงานรูปแบบใหม่และแนวคิดด้านเทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อรองรับรูปแบบการทำงานที่ยืดหยุ่น
เนื้อหาสำคัญอื่น ๆ ในรายงาน 2015 โมบาย เวิร์คฟอร์ซ ได้แก่:
- การจัดการระบบไอทีแบบเคลื่อนที่และแอพพลิเคชั่นมือถือจะเป็นแนวทางหลักสำหรับปี 2559
- ผู้ตอบแบบสอบถามจำนวนมากไม่มีโซลูชันการจัดการที่ครอบคลุมทั้งโทรศัพท์และแท็บเล็ต ( 32% ) หรือใช้แนวทางที่หลากหลายเพื่อจัดการกับทั้งพีซีและอุปกรณ์อัจฉริยะต่าง ๆ ( 31% )
- และเป็นไปอย่างที่คาดไว้ การรักษาความปลอดภัยเป็นองค์ประกอบที่สำคัญสูงสุดเพียงหนึ่งเดียวของ “การใช้งานไอทีของผู้ใช้” ( End-User Computing ) จากคำตอบของผู้ตอบแบบสอบถามเกือบครึ่งหนึ่ง ( 43% ) ซึ่งตามมาด้วยการบริหารจัดการบริการด้านไอที
- ซีไอโอเป็นผู้ขับเคลื่อนที่โดดเด่นที่สุดสำหรับแนวคิดริเริ่มด้านโมบิลิตี้เชิงกลยุทธ์ภายในองค์กร อย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงอยู่ในสถานะที่พร้อมโต้ตอบเมื่อเข้าสู่ยุคระบบการใช้งานของเอ็นด์ ยูสเซอร์ และกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการดำเนินการอย่างมีกลยุทธ์
ขณะเดียวกันแม้ว่าพนักงานที่ทันสมัยจะคาดหวังความสามารถในการเชื่อมต่อกับทุกคนได้ทุกที่และทุกเวลา แต่ก็มีองค์กรมากถึง 82% ระบุว่าอุปสรรคสำคัญที่ต้องเผชิญเมื่อต้องปรับใช้แนวคิดริเริ่มด้านระบบการใช้งานของเอ็นด์ ยูสเซอร์ คือการปกป้องข้อมูลของบริษัทและการสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีสำหรับผู้ใช้
“เห็นได้ชัดว่าจำนวนอุปกรณ์มือถือที่พนักงานเป็นเจ้าของมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนทำให้แผนกไอทีต้องเข้ามาบริหารจัดการและช่วยเหลือด้านการใช้งาน ทำให้ซีไอโอไม่สามาถรดำเนินการตอบโต้เชิงกลยุทธ์ได้อย่างเต็มที่ แต่กระนั้นนี่ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่สดใสและน่าตื่นเต้นสำหรับแนวทางด้านระบบการใช้งานของเอ็นด์ ยูสเซอร์ เมื่อองค์กรพร้อมที่จะเดินหน้าอย่างจริงจังแล้ว” นายเบอร์ดัน กล่าวเพิ่มเติม
ทั้งนี้ รายงาน 2015 โมบาย เวิร์คฟอร์ซ ฉบับสมบูรณ์ได้รับการเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2558 ในช่วงกิจกรรมการถ่ายทอดสดซึ่งจัดโดยนายสก็อต บอลส์ผู้นำระดับโลกด้านตลาดสมัยใหม่หรือที่เรียกว่า “The Digital Shift & Mobility” โปรดเข้าไปที่เว็บไซต์ www.workspacesfortomorrow.com/mobility เพื่อลงทะเบียน
“บริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า เชื่อว่าแนวทางด้านโมบิลิตี้ขององค์กรเป็นแนวคิดของ Connected Intelligence นั่นก็คือการออนไลน์ตลอดเวลา การเชื่อมต่อตลอดเวลา ความพร้อมใช้งานของทรัพยากร บุคคล และสารสนเทศที่เป็นอย่างราบรื่น”
เกี่ยวกับบริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า
บริษัท ไดเมนชั่น ดาต้า ก่อตั้งขึ้นในปี 2526 เป็นผู้ให้บริการด้าน ICT และโซลูชั่นที่ใช้ความเชี่ยวชาญเทคโนโลยีของตนเอง ความสามารถในการให้บริการทั่วโลก และมุ่งมั่นผลักดันให้ลูกค้าประสบความสำเร็จในธุรกิจ ไดเมนชั่น ดาต้า เป็นบริษัทในเครือของ NTT Group
ในภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก เราดำเนินการในสำนักงาน 50 แห่งใน 13 ประเทศ เราช่วยให้ลูกค้าได้ใช้เทคโนโลยี และดำเนินการโครงสร้างไอทีพื้นฐานและการแปลงโซลูชั่นเทคโนโลยีดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานไอทีของพวกเขา และการแปลงโซลูชั่นเทคโนโลยีให้เกิดความคุ้มค่า เป็นการรวมความเชี่ยวชาญด้านระบบเครือข่าย การรักษาความปลอดภัย การสื่อสาร ศูนย์ข้อมูลและการใช้งานคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้ปลายทาง ด้วยทักษะขั้นสูงในการจัดหาไอที การให้บริการไอที ระบบบริการแบบบูรณาการและการฝึกอบรม www.dimensiondata.com
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย









