SUSE by Ingram

[Guest Post]“ดีป้า” หนุน 10 ดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทย ผุดแพลตฟอร์ม แก้ปัญหาเศษฐกิจ-สังคม ผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล  เร่งแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคม  หลังได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19  ผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนดิจิทัลสตาร์ทอัพ ตามเทคโนโลยีเป้าหมาย พร้อมสนับสนุนให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มการหางาน และการเรียนรู้ทักษะดิจิทัล คาดเกิดเม็ดเงินลงทุนในระบบเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท

 

ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า เปิดเผยว่า ตามที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) มอบหมายให้ ดีป้า ร่วมเป็นส่วนช่วยในการฟื้นฟูคุณภาพชีวิตประชาชน และกระตุ้นภาคการลงทุนไทยให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง ภายหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ผ่านการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เยียวยาภาพรวมเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

และด้วยปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ ดีป้า เร่งสนับสนุนดิจิทัลสตาร์ทอัพสัญชาติไทยตามเทคโนโลยีเป้าหมายทั้ง 6 ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเพื่อการเกษตร (AgTech) เทคโนโลยีเพื่อการเงิน (FinTech) เทคโนโลยีเพื่อการบริการภาครัฐ (GovTech) เทคโนโลยีเพื่อสุขภาพ (HealthTech) เทคโนโลยีเพื่อการท่องเที่ยว (TravelTech) และเทคโนโลยีเพื่อการเพื่อการศึกษา (EdTech) ที่จะเข้ามามีส่วนช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มการหางาน ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการสามารถหา พัฒนา และคัดกรองบุคลากรด้านดิจิทัล ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาสังคมที่ขาดแคลนบุคลากรในสายงานดังกล่าว และช่วยเหลือคนตกงานกว่า 400,000 คนจากวิกฤตเศรษฐกิจ และโควิด-19 เพิ่มความรู้และทักษะด้าน Hard Skill และ Soft Skill แก่แรงงานสายอาชีพ ควบคู่ไปกับการนำเสนอช่องทางเรียนรู้ทักษะด้านดิจิทัลในสาขาต่าง ๆ อาทิ Coding, Machine Learning รวมถึงการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ (Smart City) การสนับสนุนภาคธุรกิจบริการและการท่องเที่ยวตามพื้นที่เป้าหมาย เพื่อรองรับฐานวิถีชีวิตใหม่(นิว นอร์มอล)

โดยที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาการส่งเสริมและสนับสนุน ครั้งที่ 7/2563 มีมติเห็นชอบโครงการที่ขอรับการส่งเสริมและสนับสนุนมาตรการช่วยเหลือหรือการอุดหนุนมาตรการเพื่อการเริ่มต้นธุรกิจอุตสาหกรรมดิจิทัล (depa Digital Startup Fund) จำนวน 10 โครงการ ที่จะเข้ามาสนองตอบปัจจัยต่าง ๆ ที่ ดีป้า พร้อมดำเนินการขับเคลื่อน ประกอบด้วย

  1. โครงการออนไลน์แพลตฟอร์มเพื่อการค้นหาและพัฒนาตนเองสู่อาชีพที่ใช่ในอุตสาหกรรมดิจิทัลด้วยระบบ WE Space โดย บริษัท เอ็ดไวซอรี่ จำกัด
  2. โครงการ AUTOPAIR Sales Management Platform โดย บริษัท ออโต้แพร์ จำกัด
  3. โครงการ FOXFOX โดย บริษัท ฟ็อกซ์ฟ็อกซ์ จำกัด
  4. โครงการ Abi: แพลตฟอร์มวัดทักษะสำหรับสถานศึกษาและจัดหาบุคลากรสำหรับบริษัท โดย นายภีศเดช เพชรน้อย
  5. โครงการ Quizmo (ควิซโม่) โดย นายพงศ์พันธ์ เหล่าเศรษฐานันท์
  6. โครงการเกมส์ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านโค้ดดิ้ง และวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ โดย นายรักษิต ชุติภักดีวงศ์
  7. โครงการ MANA (มานะ) ระบบบริหารทีมงานออนไลน์ โดย บริษัท แอลเอฟฟินเทค จำกัด
  8. โครงการ Container Truck Gate Automation โดย บริษัท เวริลี วิชั่น จำกัด
  9. โครงการตลาดรวมสินค้าการเกษตรและอาหารแช่แข็งออนไลน์ โดย นายชารีฟ เด่นสุมิตร
  10. โครงการพัฒนา และต่อยอด แพลตฟอร์มเช่ารถ Rent Connected โดยใช้ Artificial Intelligence และ Machine Learning เข้ามาช่วย โดย บริษัท เร้นท์ คอนเนคเต็ด จำกัด

ดีป้า พร้อมเป็นฟันเฟืองในการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยความร่วมมือกับดิจิทัลสตาร์ทอัพในการส่งเสริมและสนับสนุนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลง ซึ่งประเมินว่า โครงการต่าง ๆ ที่ได้รับความเห็นชอบในที่ประชุมฯ จะทำให้เกิดมูลค่าการลงทุนในระบบเศรษฐกิจมากกว่ากว่า 20 ล้านบาทผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว

About Maylada

Check Also

[Guest Post] Acer เปิดตัวโน้ตบุ๊ก Nitro และ Aspire รุ่นล่าสุด มาพร้อมกับโมบายล์โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen 5000 Serie และกราฟิกการ์ด NVIDIA GeForce RTX 30

Nitro 5 การอัพเกรดครั้งสำคัญของเกมมิ่งโน้ตบุ๊กด้วยการเพิ่มโมบายล์โปรเซสเซอร์ AMD Ryzen ™ 9 5900 HX และ NVIDIA GeForce RTX™ 3080 Laptop …

[Guest Post] IT กับ OT ผลลัพธ์ที่ลงตัว ในยุคที่ต้องการความยืดหยุ่นทางธุรกิจ

หนึ่งปีที่ผ่านมา เราได้เห็นความสำคัญของระบบงานที่ยืดหยุ่น และเราเชื่อว่าการเปลี่ยนกระบวนการสู่ดิจิทัล เป็นแนวทางที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ เช่น การมีระบบมอนิเตอร์และการดำเนินงานจากระยะไกล การซ่อมบำรุงในเชิงคาดการณ์ และป้องกัน ที่นำไปสู่การสร้างความมั่นใจในเรื่องของผลิตผล เบื้องหลังของเทคโนโลยีเหล่านี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีระบบไอทีที่มีความเสถียรและพร้อมใช้ในทุกสถานการณ์