[Guest Post] ยอดเจรจาธุรกิจไอโอที ไทย-จีน ทะลุ 60 ล้าน ในงาน 2020 Zhejiang Service Trade Online Exhibition (Thailand IoT Session)

สำนักงานพาณิชย์จื้อเจียงนำทัพบริษัทไอโอทีชั้นนำ ร่วมเจรจาธุรกิจกับผู้ประกอบการไทย ในรูปแบบงานแสดงสินค้า การเจรจาธุรกิจ และสัมมนาออนไลน์ผ่าน Zoom ภายใต้ชื่อ 2020 Zhejiang Service Trade Online Exhibition (Thailand IoT Session) เมื่อวันที่ 27-31 กรกฎาคม ที่ผ่านมา คาดสร้างมูลค่าทางธุรกิจกว่า 60 ล้านบาท

งาน 2020 Zhejiang Service Trade Online Exhibition (Thailand IoT Session)  ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานพาณิชย์แห่งมณฑลจื้อเจียง จัดโดย บริษัท จื้อเจียง แซมเอ็กซ์โป เอ็กซิบิชั่น แอนด์ คอนเวนชั่น โฮลดิ้ง จำกัด และมีสมาคมอุตสาหกรรมไอโอที แห่งมณฑลจื้อเจียงและสมาคมไทยไอโอทีให้การสนับสนุน ได้รับความสนใจอย่างมาก      ทั้งจากผู้ประกอบการไทยและบริษัทไอโอทีชั้นนำจากมณฑลจื้อเจียง อาทิ อาลีบาบาคลาวด์คอมพิ้วติ้ง ทูย่า และ ซันเวฟ เป็นต้น

พร้อมกันนี้ยังมีการจัดสัมมนาออนไลน์ หรือ Webinar โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ China-Thailand IoT Forum ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงความร่วมมือของ 2 สมาคมหลักด้านไอโอทีของไทย ที่นำโดยสมาคมไทยไอโอที และสมาคมอุตสาหกรรมไอโอทีแห่งมณฑลจื้อเจียง ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงด้านธุรกิจแต่ยังรวมไปถึงความร่วมถือด้านการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีไอโอทีอีกด้วย

ตลอดระยะเวลา 5 วันของการจัดงาน 2020 Zhejiang Service Trade Online Exhibition (Thailand IoT Session) มีบริษัทด้านไอโอทีของไทยและมณฑลจื้อเจียงเข้าร่วมกว่า 80 บริษัท ทั้งนี้บริษัทไอโอทีชั้นนำจากมณฑลจื้อเจียงมุ่งเน้นนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันไอโอที ด้านความปลอดภัยดิจิทัล ไอโอทีอุตสาหกรรม สมาร์ทโลจิสติกส์ เมืองอัจฉริยะ การขนส่งอัจฉริยะ และด้านโทรคมนาคม ซึ่งเป็นกลุ่มเทคโนโลยีที่กำลังอยู่ในความต้องการของผู้ประกอบการไทย

บริษัทไทยที่เข้าร่วมในการเจรจาธุรกิจครั้งนี้ อาทิ ทีโอที แคทเทเลคอม ซินเนอร์จี้เทคโนโลยี ติงส์ออนเน็ต แพลท เนรา อินเตอร์เนชั่นแนล เตียวฮงสีลม คอมเซเว่น  และเอสซีจี กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ผู้ประกอบการไทยให้ความสนใจมากได้แก่ กลุ่มเซ็นเซอร์ ไอโอทีแพลตฟอร์ม และโซลูชันด้านอุตสาหกรรมอัจฉริยะ คณะผู้จัดงานคาดว่าการจัดงานในครั้งจะนำไปสู่ความร่วมมือทางธุรกิจเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 60 ล้านบาท  

ดร.ศุภกร สิทธิไชย ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ด้านโครงการพิเศษ และ ศูนย์พัฒนาดิจิทัลและนวัตกรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) กล่าวในช่วงการสัมมนา “ความท้าทายของอุตสาหกรรม IoT ไทยกับการพัฒนา IoT Ecosystem” ว่าการที่บริษัทไอโอทีของ มณฑลจื้อเจียงให้ความสนใจกับตลาดไอโอทีของไทยจะช่วยตอบโจทย์ในการพัฒนาให้ระบบนิเวศน์ด้านไอโอทีของไทยมีความครบวงจรมากขึ้น และสอดคล้องกับแนวนโยบายของดีป้าที่กำลังเตรียมเปิดดิจิทัลวัลเลย์ในอีอีซี  ซึ่งจะช่วยรองรับบริษัทไอโอทีจาก มณฑลจื้อเจียงที่ต้องการขยายฐานสู่ประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

ด้าน คุณนิติ เมฆหมอก นายกสมาคมไทยไอโอที เห็นว่า การจัดงาน 2020 Zhejiang Service Trade Online Exhibition (Thailand IoT Session) เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการพัฒนาความสัมพันธ์ทั้งทางด้านธุรกิจและการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านไอโอทีของทั้งสองประเทศ โดยเชื่อมั่นว่านอกจากผลทางธุรกิจแล้ว ยังมีผลดีต่อการพัฒนาประเทศเพื่อการก้าวสูยุคดิจิทัลและไทยแลนด์ 4.0 พร้อมกันนี้ธุรกิจแทบทุกแขนงจำเป็นต้องปรับตัวหลังเกิดวิกฤติโควิด-19 การนำเทคโนโลยีและโซลูชั่นส์ด้านไอโอทีเข้ามาใช้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน มร. ยูฮัว เชง รองนายกสมาคมอุตสาหกรรมไอโอทีแห่งมณฑลจื้อเจียง กล่าวว่า สมาคมอุตสาหกรรมไอโอทีแห่งมณฑลจื้อเจียง เป็นหนึ่งในสมาคมไอโอทีชั้นนำของจีน ที่มีสมาชิกเป็นบริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวข้องกับด้านไอโอทีอย่างครบวงจร ตั้งแต่กลุ่มผู้ผลิตเซ็นเซอร์ กลุ่มสารสนเทศ อินเตอร์เน็ต กลุ่มแพล็ตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นด้านอุตสาหกรรม การแพทย์และสาธารณสุข โลจิสติกส์และการขนส่ง และสุดท้ายกลุ่มผู้ใช้งาน อย่างเช่น ไฮวิชั่น หรือ ต้าหัว ขณะเดียวกันสมาคมก็ยังมีห้องปฏิบัติการไอโอทีเพื่อการทดสอบระบบต่างๆ จึงเห็นว่าจุดเริ่มต้นของความร่วมมือของสมาคมจะเป็นผลดีแก่ทุกฝ่าย รวมไปถึงวิวัฒนาการด้านไอโอทีที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด

About Maylada

Check Also

ข้อมูลลับองค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง: แคสเปอร์สกี้รายงานการโจมตีด้วยสปายแวร์เพิ่มขึ้น 18% ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ [PR]

การโจมตีด้วยสปายแวร์ที่เพิ่มขึ้นทำให้องค์กรธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตกอยู่ในความเสี่ยงมากขึ้น ตามรายงานของแคสเปอร์สกี้ บริษัทด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวทางดิจิทัลระดับโลก

เมื่อ Downtime ไม่ใช่ทางเลือก: สร้าง Hybrid Infrastructure ที่มั่นคงและยืดหยุ่นด้วย IBM Power, IBM PowerVS และอัจฉริยภาพจาก IBM Concert [Guest Post]

ในยุคที่ทุกวินาทีของธุรกิจหมายถึงโอกาสและรายได้ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT Infrastructure) จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือรองรับการทำงานอีกต่อไป แต่คือ “กระดูกสันหลัง” ขององค์กรที่ต้องทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น เมื่อความพร้อมของระบบเชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า องค์กรจึงไม่สามารถยอมรับ Downtime ได้อีกต่อไป ความท้าทายสำคัญคือการรักษาความเสถียรของระบบ Mission-Critical ควบคู่ไปกับการรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ …