Breaking News

พาชม Tellus 1 & 2: Data Center มาตรฐาน Mobile Operator ที่เปิดให้ธุรกิจองค์กรเช่าใช้งานได้จาก CSL

เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม 2019 ที่ผ่านมา หลังจากที่ CS Loxinfo ได้ประกาศรีแบรนด์ตัวเองเป็น CSL และนำธุรกิจในส่วนของ Data Center และ Cloud จาก AIS Business เข้ามารวมอยู่ภายใต้แบรนด์เดียวกันนั้น ทางทีมงาน CSL ก็ได้เชิญทีมงาน TechTalkThai ให้ไปเยี่ยมชม Data Center ที่ใหม่ที่สุดในไทยแห่งหนึ่งอย่าง Tellus 2 พร้อมๆ กับชม Tellus 1 ซึ่งทั้ง 2 Data Center นี้ต่างก็ถูกออกแบบมาด้วยมาตรฐานระดับสูงเพื่อให้รองรับงานระดับ Mobile Operator ของ AIS เองได้ทั้งคู่ และหลังจากนี้ CSL เองก็จะนำ Data Center ที่ล้ำสมัยเหล่านี้มาให้บริการแก่ธุรกิจองค์กร เพื่อเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับทั้งธุรกิจไทยและธุรกิจต่างชาติที่ต้องการใช้ Data Center ที่มีคุณภาพสูง ตอกย้ำภาพ One Stop ICT Service และก้าวสู่การเป็น Hub ทางด้านระบบ Data Center เพื่อเชื่อมต่อไปสู่ผู้ใช้งานและธุรกิจไทยและประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม CLMV นั่นเอง

ผนึกกำลัง CS Loxinfo และ AIS Business สู่แบรนด์ CSL

นับตั้งแต่ก่อตั้ง CS Loxinfo ในปี 1997 มานั้น ทาง CS Loxinfo เองก็มุ่งเน้นด้านการลงทุนนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ มาตอบโจทย์ลูกค้าของตนเองอย่างต่อเนื่อง จนเมื่อ CS Loxinfo ได้ก้าวเข้ามาสู่ธุรกิจทางด้าน Data Center นั้น ธุรกิจก็เติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่องจนเป็นที่รู้จักกันดีในฐานะของ Carrier Neutral Data Center หรือ Data Center ที่สามารถเชื่อมต่อกับผู้ให้บริการโครงข่ายรายใดๆ ก็ได้ ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากเหล่าธุรกิจองค์กรไทย พร้อมทั้งยังมี Data Center อยู่ทั่วไทยมากถึง 4 แห่ง และยังมีลูกค้าภาคธุรกิจรวมกันเกินกว่า 5,000 แห่งด้วย

อย่างไรก็ดี เมื่อช่วงกลางปี 2019 ที่ผ่านมานี้ ทาง CS Loxinfo ที่ได้ถูก AIS เข้าซื้อกิจการไปนั้น ก็ได้ประกาศทำการ Rebrand ครั้งใหญ่ เปลี่ยนโฉมใหม่เป็น CSL ที่ได้ควบรวมเอาธุรกิจในส่วนของ Data Center และ Cloud จาก AIS Business เข้ามาด้วย ทำให้ทีมงาน CSL นี้มีทั้งทรัพยากรบุคคลและเทคโนโลยีในมือเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก พร้อมด้วยฐานลูกค้ากลุ่มที่เคยเป็นของ AIS Business เดิมเข้ามาเสริมอีกมากกว่า 30,000 ราย ทั้งหมดนี้ทำให้ CSL กลายเป็นยักษ์ใหญ่ทางด้านธุรกิจ Data Center และ Cloud ในเมืองไทยไปแล้ว

บริการของ CSL จะแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักๆ ได้แก่ Data Center & Cloud, Managed Services และ System Integration โดยผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมเว็บไซต์ใหม่ของ CSL ได้ที่ https://csl.co.th

CSL พร้อมให้บริการทั่วไทย ด้วย Carrier Neutral Data Center มากที่สุดถึง 9 แห่ง ตั้งเป้าเป็น Hub ด้านเทคโนโลยีให้แก่ธุรกิจไทยและต่างชาติ

หลังการ Rebrand มาสู่ CSL นี้ ทำให้ CSL มี Data Center ในไทยรวมกันทั้งหมดด้วยกันถึง 9 แห่ง กลายเป็นธุรกิจที่มี Data Center จำนวนมากที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังสามารถใช้งานโครงข่ายของ AIS ทั้งภายในและภายนอกประเทศได้ ทำให้กลายเป็นผู้ให้บริการ Data Center ที่มี Bandwidth เยอะที่สุดในไทยไปด้วยในเวลาเดียวกัน

ธุรกิจในส่วนของ Data Center นี้เติบโตอย่างรวดเร็วสอดคล้องกับเทรนด์ด้านการทำ Digital Transformation ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ทั่วโลก ทำให้ Data Center ของ CSL นั้นถูกเช่าใช้บริการจนเต็มอย่างรวดเร็วและมีแผนต้องขยาย Data Center อย่างต่อเนื่อง

นอกจากจะมีบรรดาธุรกิจไทยที่ต้องการเช่าใช้งาน Data Center เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการสร้างและดูแลรักษา Data Center ด้วยตัวเองแล้ว ธุรกิจต่างชาติเองก็ยังให้ความสนใจและมาลงทุนใน Data Center กันอย่างคับคั่งด้วย เนื่องจากในเชิงภูมิศาสตร์แล้ว ไทยถือเป็นจุดศูนย์กลางที่ดีมากในการเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้านที่รายรอบอยู่ อีกทั้งทีมงาน CSL เองก็ยังมีประสบการณ์ในการทำธุรกิจ Data Center มาอย่างยาวนาน ดังนั้นการออกแบบทั้งการก่อสร้างและกระบวนการในการดูแลรักษา Data Center นั้นจึงถือว่ามีมาตรฐานในระดับสูงที่ไม่แพ้ Data Center ชั้นนำรายอื่นๆ ในภูมิภาค แต่ด้วยราคาและความคุ้มค่าที่สูงกว่า รวมถึงยังสามารถเพิ่มขยายได้ง่ายในอนาคต ก็ทำให้ Data Center ของ CSL นั้นกลายตัวเลือกอันดับแรกๆ ของธุรกิจข้ามชาติที่ต้องการขยายระบบ IT มาสู่ไทยและประเทศในกลุ่ม CLMV (Cambodia-Laos-Myanmar-Vietnam) ไปแล้ว

สำหรับกลยุทธ์หลังจากนี้ CSL นั้นตั้งมั่นว่าจะปรับปรุง Data Center ทุกแห่งที่มีอยู่ให้มีมาตรฐานในระดับที่สูงที่สุด และเปิดตลาดขยายออกไปเพื่อรองรับธุรกิจไทยและต่างชาติให้มากขึ้น เพื่อให้ในอนาคตนั้นประเทศไทยจะได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญหนึ่งของธุรกิจระดับโลกที่ต้องการก้าวสู่ภูมิภาค CLMV ให้ได้ในอนาคต

CSL Tellus: Data Center มาตรฐานอุตสาหกรรมโทรคมนาคมที่เปิดให้ธุรกิจองค์กรเช่าใช้งาน

ภาพอาคาร Data Center ที่ Tellus

ในการเยี่ยมชม Data Center ที่มีชื่อว่า Tellus ของ CSL ในครั้งนี้ ทั้งทีมงานผู้บริหารและเจ้าหน้าที่จาก CSL จำนวนเกือบๆ 20 ท่านได้มาให้การต้อนรับทีมงาน TechTalkThai อย่างอบอุ่น และให้ความรู้ในหลากหลายแง่มุมอย่างครบถ้วนทั้งในเชิงวิศวกรรม, IT และธุรกิจ

Tellus นี้เดิมทีเป็น Data Center ที่ถูกสร้างขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้งานภายใน AIS เป็นหลัก ซึ่งด้วยความที่ธุรกิจของ AIS ในฐานะของ Mobile Operator นั้นมีความสำคัญสูงและมีผลกระทบต่อลูกค้าทั่วไทยจำนวนมหาศาล การเลือกพื้นที่ตั้ง Data Center และการออกแบบส่วนต่างๆ ภายใน Tellus นั้นจึงถูกคิดมาเป็นอย่างดี อีกทั้งยังต้องออกแบบตามมาตรฐานของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมด้วย เพื่อให้ระบบทั้งหมดมีความมั่นคงทนทานในระดับสูงที่สุด ลดโอกาสการเกิด Downtime จากปัจจัยทางด้านระบบไฟฟ้าและอุบัติภัยต่างๆ ให้เหลือน้อยที่สุดนั่นเอง

ภายใน Tellus นี้ปัจจุบันได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ Tellus 1 ที่ถูกก่อสร้างและเปิดใช้งานมาตั้งแต่เมื่อ 5 ปีก่อน และตามมาด้วย Tellus 2 ที่เพิ่งเปิดให้บริการภายในปีนี้ที่น่าจะเป็นหนึ่งใน Data Center ที่ใหม่ที่สุดในประเทศไทยในเวลานี้ ซึ่งทั้งสองแห่งนี้ต่างก็นำแนวคิดการออกแบบที่ทันสมัยที่สุดในช่วงเวลาที่ก่อสร้างมาใช้ ผสานเข้ากับประสบการณ์ของทีมงานเอง ทำให้เทคโนโลยีและแนวทางการออกแบบ Data Center ทั้ง 2 อาคารนี้มีความแตกต่างกันค่อนข้างมากทีเดียว รวมถึงกระบวนการต่างๆ และการออกแบบเส้นทางภายในอาคารเองนั้นก็ล้วนถูกออกแบบจากประสบการณ์การทำงานจริง เรียกได้ว่าถ้าหากมีโอกาสได้มาเยี่ยมชม Tellus เพื่อพิจารณาเช่าใช้งาน ก็ควรเดินชมทั้ง 2 อาคารให้ครบเพื่อให้เข้าใจถึงความแตกต่างดังกล่าว และสอบถามข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ของ CSL โดยตรงเพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้ด้วยครับ

จุดที่น่าสนใจคือภายใน Tellus นี้ก็ยังได้มีการออกแบบพื้นที่สำหรับผู้ให้บริการ Media หรือโครงข่ายได้เข้ามาติดตั้งหรือให้บริการลูกค้าของตนเองได้อย่างสะดวกง่ายดาย เพื่อให้ลูกค้าของ CSL นั้นสามารถเลือกเชื่อมต่อเครือข่ายกับผู้ให้บริการรายใดๆ ที่ตนเองต้องการได้อย่างอิสระ เรียกว่าเป็น Carrier Neutral อย่างแท้จริง และพร้อมใช้งานเครือข่ายนั้นๆ ได้ในระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น

นอกจากการออกแบบและการก่อสร้างแล้ว ภายใน Tellus นี้ก็ยังมี Facility อื่นๆ อีกมากมาย ทั้งการออกแบบเพื่อให้ผู้พิการสามารถเข้ามาทำงานภายใน Data Center ได้, ห้องประชุมสำหรับเอาไว้พูดคุยนำเสนองานต่างๆ, พื้นที่สำหรับเช่าทำ DR Office, พื้นที่สำหรับห้อง Monitor และกล้องวงจรปิด และอื่นๆ อีกมากมาย เรียกได้ว่าตอบทุกโจทย์ความต้องการของภาคธุรกิจองค์กรได้เลย

สำหรับมาตรฐานต่างๆ ที่ Tellus ผ่านการรับรองมานั้น ก็ได้แก่ ISO 20000-1, ISO 27001, ISO 22301, ISO 14001 และ CSA STAR ซึ่งในอนาคต CSL ก็มีแผนว่าจะทำให้ Data Center ที่เหลือทั้งหมดผ่านมาตรฐานเหล่านี้ให้เทียบเท่ากับ Tellus ด้วย

จุดเด่นด้านความมั่นคงทนทานในระดับที่สูงมากและใช้งานจริงในธุรกิจโทรคมนาคมได้นี่เองที่ทำให้ธุรกิจองค์กรให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะหากเทียบค่าใช้จ่ายกันแล้ว การเช่าใช้ Data Center จาก CSL นั้นจะทำให้ได้รับ Data Center มาตรฐานสูงและบริการ 24×7 ไปพร้อมใช้งานได้ทันที ในราคาที่ถือว่าคุ้มค่ากว่าการสร้างและดูแลรักษา Data Center เองซึ่งอาจมีมาตรฐานไม่เท่ากับ Tellus ด้วยซ้ำ

ก่อนเข้าพื้นที่ Data Center ต้องผ่านขั้นตอนการลงทะเบียนและการตรวจสอบด้านความปลอดภัยก่อน

แน่นอนว่าการควบคุมด้านความปลอดภัยภายใน Data Center นี้ถือเป็นส่วนสำคัญ ดังนั้นในการเยี่ยมชม Tellus ครั้งนี้จึงไม่มีภาพถ่ายและจะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลด้านสถานที่ตั้งนะครับ โดยภาพประกอบที่ใช้ในบทความนี้เป็นภาพจากทีมงาน CSL โดยตรงทั้งหมด ดังนั้นหากใครสนใจอยากใช้บริการก็ต้องติดต่อทีมงาน CSL เพื่อขอรายละเอียดข้อมูลต่างๆ และนัดเข้าเยี่ยมชมสถานที่กันนะครับ

Tellus 1: Fixed Data Center ที่ออกแบบมาเมื่อ 5 ปีก่อนด้วยการมุ่งเน้นที่ความทนทาน และความง่ายดายในการเข้าไปให้บริการแก้ไขปัญหา

อย่างที่ได้เล่าไปก่อนข้างต้น Tellus 1 นี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการใช้บริการภายใน AIS กันเองเป็นหลัก ดังนั้น Data Center แห่งนี้จึงถูกออกแบบมาโดยมีโจทย์ด้านความมั่นคงทนทานเป็นหลักสำหรับรองรับระบบโครงสร้างพื้นฐานของ Mobile Operator ชั้นนำอย่าง AIS โดยเฉพาะ แต่ก็มีส่วนที่เปิดให้ธุรกิจรายอื่นๆ มาเช่าใช้ได้อยู่เช่นกัน

แนวคิดในการออกแบบ Tellus 1 นี้คือแนวคิดของระบบ Fixed Data Center ที่ลงทุนสร้าง Data Center ขนาดใหญ่ตั้งแต่แรก และติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีขนาดใหญ่มารองรับการใช้งานปริมาณมากเพื่อให้ได้ความคุ้มค่าจาก Economy of Scale เป็นหลัก และประยุกต์ใช้แนวทางต่างๆ เพื่อให้สามารถประหยัดพลังงานภายใน Data Center ให้ได้มากที่สุด อย่างเช่นการออกแบบ Hot/Cold Aisle ที่กั้นห้องขนาดเล็กสำหรับตู้ Rack จำนวนหนึ่ง และปล่อยให้ลมเย็นผ่านเข้าไปในห้องนั้นเพื่อให้อากาศไหลเข้าไปทางหน้าตู้ Rack ก่อนจะระบายออกมาด้านหลังซึ่งเป็นห้องเปิดเพดานสูง ทำให้อากาศร้อนลอยตัวขึ้นไปเองได้ เป็นต้น

ในแง่ความทนทาน อาคารที่ก่อสร้างสำหรับ Tellus 1 นี้มีการติดผนังทนไฟที่สามารถทนความร้อนจากอัคคีภัยได้นานถึง 2 ชั่วโมง และมีระบบสำรองไฟฟ้าสำหรับให้ใช้งานได้ 2 วันในเบื้องต้น โดยสามารถเติมพลังงานเข้าไปได้อย่างต่อเนื่อง และมีการทดสอบการทำงานของระบบ Power Generator เหล่านี้อยู่ตลอดเป็นประจำ ในขณะที่ระบบระบายความร้อนภายใน Data Center เองนั้นก็สามารถรองรับการระบายความร้อนปริมาณมหาศาลที่อาจเกิดขึ้นภายใน Data Center ได้ครบทุกกรณีด้วย ทำให้มั่นใจได้ว่าหากมีเหตุการณ์ร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้น ระบบเหล่านี้จะสามารถทำงานได้อย่างแน่นอน ถึงแม้ที่ผ่านมาจะยังไม่เคยมีเหตุฉุกเฉินร้ายแรงใดๆ เกิดขึ้นมาก่อนเลยก็ตาม

ทุกส่วนที่ถูกออกแบบมาภายใน Tellus 1 นี้ถูกออกแบบให้ทำงานได้แบบ Redundant ทั้งหมด โดยมีทั้งส่วนที่ออกแบบไว้เป็นแบบ 2N และ N+1 เพื่อให้ได้ความมั่นคงทนทานตามมาตรฐาน อีกทั้งยังง่ายต่อการดูแลรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย

อย่างไรก็ดี การออกแบบ Tellus 1 นี้ก็ยังถือว่าไม่ใช่แนวทางที่คุ้มค่าที่สุด เพราะหากมองย้อนกลับไปในวันที่เริ่มต้นก่อสร้างนั้น AIS ต้องลงทุนก่อสร้างอาคารและวางระบบขนาดใหญ่ตั้งแต่แรก ในขณะที่การเปิดใช้งานในช่วงแรกนั้นก็ต้องใช้เวลาพอสมควรทีเดียวกว่าที่พื้นที่ภายใน Data Center จะเต็ม ดังนั้นในช่วงแรกที่เปิดให้บริการนั้นก็จะขาดสมดุลระหว่าง Facility ของ Data Center ที่มีขนาดใหญ่มาก แต่ Workload นั้นเริ่มต้นจากขนาดเล็กๆ ก่อน

Tellus 2: Modular Data Center ใหม่ล่าสุด เพิ่มขยายได้ง่าย เน้นการใช้พลังงานที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น ช่วยลดต้นทุนให้กับทั้งธุรกิจองค์กร

การออกแบบและก่อสร้าง Tellus 2 นี้ได้นำบทเรียนและประสบการณ์จาก Tellus 1 และ Data Center อื่นๆ เข้ามาร่วมเป็นปัจจัยในการพิจารณา จนในที่สุด Tellus 2 นั้นก็ได้ใช้แนวทางแบบ Modular Data Center ที่ได้เอา Prefabricated Data Center มาใช้เป็นหลัก

ภายในอาคาร Tellus 2 เป็นพื้นที่ว่างๆ มีทางเดินตรงกลาง รองรับการติดตั้ง Container เพิ่มในอนาคตได้อีกจำนวนมาก

Tellus 2 นี้ถูกสร้างขึ้นเป็นอาคารขนาดใหญ่ ที่ภายในแรกเริ่มนั้นไม่ได้มีการติดตั้งระบบใดๆ เอาไว้เลย โดยแรกเริ่มนั้นก็ต้องมีการสั่ง Prefabricated Data Center เข้ามาติดตั้งในลักษณะของตู้ Container ขนาดใหญ่ที่นำมาประกอบภายในตัวอาคาร แล้วจึงใช้เครนยกตู้ Container เหล่านั้นมาวางเรียงซ้อนกันได้สูงสุดถึง 3 ชั้น ซึ่งหากวางเต็มแล้วก็จะสามารถติดตั้งได้รวมกันถึง 24 ตู้เลยทีเดียว

ภายใน Container แต่ละตู้นั้นก็จะมีลักษณะเหมือนห้อง Data Center แยกไปเป็นห้องๆ และมีตู้ Rack จำนวนมหาศาลติดตั้งอยู่ภายใน พร้อมเดินระบบไฟฟ้าและระบบเครือข่าย อีกทั้งยังมีระบบระบายความร้อนให้ในตัวแบบ Hot/Cold Aisle ที่กักลมร้อนเอาไว้ในบริเวณแคบเพื่อให้ระบบดูดลมร้อนออกไปได้อย่างรวดเร็วแทน ทำให้ค่า PUE หรือประสิทธิภาพในการใช้พลังงานนั้นคุ้มค่ากว่า Tellus 1 ได้

ตู้ Rack ภายใน Tellus 2

แนวคิดนี้ทำให้ CSL ไม่ต้องลงทุนในระบบ Power Generator และระบบระบายความร้อนขนาดใหญ่แต่แรก เพราะ 2 ระบบนี้ก็ถูกติดตั้งแบบ Modular เพิ่มขยายแบบ Scale-Out ได้ตามการติดตั้ง Prefabricated Data Center ทำให้เปลี่ยนมุมเป็นการลงทุนในระบบ Power Generator และระบบระบายความร้อนขนาดเล็กจำนวนมากๆ แทน และลงทุนเมื่อมีการใช้งานเท่านั้น

ไม่เพียงแต่ความคุ้มค่าในการลงทุนที่ดีขึ้นเท่านั้น แต่ CSL เองก็ยังได้ประโยชน์ในแง่ของความง่ายในการดูแลรักษาอุปกรณ์เหล่านี้ด้วย เพราะการซ่อมแซมแก้ไขปัญหาอุปกรณ์ขนาดเล็กนั้นง่ายกว่าอุปกรณ์ขนาดใหญ่เป็นอย่างมาก

ระบบไฟฟ้าบางส่วนของ Tellus 2

Tellus 2 นี้ทำให้ CSL มีความคุ้มค่าระดับสูงในการเริ่มต้นให้บริการ Data Center ได้ตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการได้ ซึ่งก็เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่าย ทั้งในแง่ของ CSL เองที่สามารถประหยัดต้นทุนได้ และลูกค้าธุรกิจองค์กรของ CSL เองที่มีค่าใช้จ่ายด้านระบบไฟฟ้าลดลงตามไปด้วย

ในแง่ของความทนทานนั้นก็ไม่แตกต่างจาก Tellus 1 มากนักเพราะ Tellus 2 เองก็ถูกออกแบบมาให้ตอบโจทย์มาตรฐานของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมด้วยเช่นกัน แต่ในส่วนของการออกแบบอาคารนั้นจะแตกต่างออกไปเล็กน้อย โดยมีการออกแบบให้มีช่องทางเดินอากาศระหว่างกำแพง 2 ชั้น ทั้งเพื่อใช้ในมุมของการเพิ่มความคุ้มค่าในการระบายความร้อน และการป้องกันเหตุอัคคีภัยไม่ให้ไฟลามเข้าไปในอาคารชั้นในได้ง่ายด้วย

ธุรกิจและภาครัฐไทยหันเช่าใช้ Data Center แทนการสร้างเองมากขึ้น ตอบโจทย์การทำ Digital Transformation อย่างเต็มตัว

ห้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายใน Tellus

แนวโน้มสำคัญที่ทีมงาน CSL ได้เล่าถึงนั้นก็คือการที่ธุรกิจองค์กรไทยและหน่วยงานภาครัฐนั้นเริ่มหันมาเช่าใช้ Data Center แทนการสร้างเองดูแลรักษาเองกันมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วด้วยปัจจัยหลากหลายประการ เช่น

  • การได้รับบทเรียนของต้นทุนและความยากในการสร้างและดูแลรักษา Data Center ด้วยตัวเอง
  • ปัญหาที่เคยประสบพบเจอโดยไม่คาดคิดใน Data Center ของตนเอง เช่น น้ำรั่วภายในอาคารจนทำให้ Data Center เสียหาย
  • ความต้องการในการมองหา Disaster Recovery Site ที่ไกลจาก Data Center แห่งหลัก
  • การทำ Compliance ที่ Data Center ที่ใช้งานต้องผ่านมาตรฐานและมีกระบวนการในการจัดการที่สอดคล้องกับข้อกำหนด
  • ความต้องการระบบ Data Center ที่สามารถเพิ่มขยายได้อย่างยืดหยุ่นทันทีที่ต้องการ ไม่ต้องเสียเวลาสร้างห้องหรืออาคารเอง
  • ค่าใช้จ่ายในการเชื่อมต่อโครงข่ายความเร็วสูงที่สูงเกินไป เช่าใช้ตาม Data Center จะคุ้มค่ากว่ามาก
  • ค่าใช้จ่ายของทีมงานในการดูแลรักษา Data Center ให้ทำงานได้ปกติตลอด 24 ชั่วโมง
  • Workload รูปแบบใหม่ๆ ในปัจจุบันที่อาจทำให้ Data Center ซึ่งเคยออกแบบเอาไว้แต่เดิมไม่รองรับอีกต่อไป เช่น GPU ที่ทำให้เกิดความร้อนสูงในพื้นที่เล็กๆ เป็นต้น

ที่ผ่านมา CSL จึงมีลูกค้าธุรกิจองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรมมาใช้งานกันมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจด้านการเงินและธนาคาร, โรงงานอุตสาหกรรม, ธุรกิจค้าปลีก และอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุนวางระบบ IT ในไทยเพื่อใช้เป็นฐานต่อยอดในไทยและ CLMV

อีกกลุ่มหนึ่งที่ทีมงาน CSL มองว่าเริ่มมาลงทุนเช่าใช้ Data Center ของ CSL และเป็นกรณีการใช้งานที่น่าสนใจนั้น ก็คือสถาบันการศึกษา ที่การยุบรวม Data Center ของส่วนกลางและคณะต่างๆ มาเช่าใช้ Data Center ของ CSL นั้นจะช่วยลดต้นทุนให้กับสถาบันการศึกษาได้เป็นอย่างมาก เหลือเพียงระบบเครือข่ายเท่านั้นที่ต้องดูแลกันเป็นการภายใน อีกทั้งหากสถาบันการศึกษาแห่งนั้นๆ มีหลายวิทยาเขต การเช่าใช้งาน Data Center รวมกันในลักษณะนี้ก็จะยิ่งมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้นไปอีก และ CSL เองก็มี Data Center กระจายอยู่ทุกภาค ทั่วไทยถึง 9 แห่งทั้งเชียงใหม่ สงขลา ขอนแก่น และอีกหลายแห่งในกรุงเทพมหานคร

9 ข้อพิจารณาในการเลือกเช่าใช้ Data Center จากทีมงาน CSL

สุดท้ายแล้วทีมงาน CSL ก็ได้เล่าถึง 9 ข้อสำคัญสำหรับธุรกิจต่างๆ ที่กำลังพิจารณาเช่าใช้ Data Center จากภายนอก ว่ามีปัจจัยสำคัญทีต้องพิจารณาดังนี้

  1. การเลือกระยะทาง หากทำ DR นั้นอาจต้องพิจารณาระยะทางขั้นต่ำให้ตรงตามข้อกำหนดของ Compliance ด้วย แต่หากเป็นกรณีทั่วไปก็พิจารณาถึงการเข้ามาจัดการติดตั้งระบบใหม่ๆ หรือแก้ไขปัญหาเป็นหลัก
  2. การเลือกการออกแบบ Data Center เพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบต่างๆ ที่ใช้งานอยู่นั้นจะมีความมั่นคงทนทานในระดับที่ต้องการ และทำงานได้จริงหากเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้น
  3. การเลือก Link เชื่อมต่อ เพื่อให้สามารถใช้งานเครือข่ายจากผู้ให้บริการรายที่ต้องการได้ และไม่เกิดปัญหา Vendor Lock-In กับผู้ให้บริการรายใดรายหนึ่งเท่านั้น รวมถึงอาจต้องเลือกให้รองรับผู้ให้บริการได้หลายรายเพื่อความมั่นคงทนทานของระบบที่สูงขึ้นด้วย
  4. การตรวจสอบกระบวนการในการให้บริการและแก้ไขปัญหา ว่ามีการวางขั้นตอนการทำงานอย่างชัดเจน และมีทีมงานที่มีความรู้ความเข้าใจสามารถปฏิบัติงานในยามฉุกเฉินได้จริง
  5. การเลือกบริการเสริมต่างๆ เช่น บริการ Managed Services สำหรับระบบเฉพาะ, บริการ CDN, บริการ Cloud ที่มีให้ใช้งาน และอื่นๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการทั้งในปัจจุบันและอนาคต
  6. การตรวจสอบ Security ของ Data Center ว่ามีกฎระเบียบที่ชัดเจนและบังคับใช้ได้อย่างมั่นใจ
  7. การเลือก Brand ของผู้ให้บริการ ว่ามีความน่าเชื่อถือ ไม่เกิดปัญหาทางการเงินหรือต้องหยุดให้บริการแบบฉุกเฉิน
  8. การตรวจสอบ Customer Reference ว่ามีธุรกิจในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องใช้งานอยู่หรือไม่ หรือมีธุรกิจใหญ่ๆ อย่างสถาบันการเงินเลือกใช้งานหรือเปล่า
  9. การตรวจสอบมาตรฐานต่างๆ ที่ผ่านการรับรอง เพื่อให้เกิดความมั่นใจเพิ่มขึ้นอีกขั้นหนึ่งในแง่มุมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานนั้นๆ

สนใจติดต่อ CSL ได้ทันที

ผู้ที่สนใจบริการต่างๆ ทั้งทางด้าน Data Center, Managed Services และ Systems Integration สามารถติดต่อทีมงาน CSL ได้โดยตรงทันทีที่ presales@csl.co.th หรือโทร 02-263-8185 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ CSL ได้ที่ https://www.csl.co.th


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Salesforce ประกาศออก Cloud for Manufacturing และ Consumer Goods

Salesforce ผู้นำตลาดของ Software as a Service CRM ได้ประกาศออกบริการสำหรับส่วน Manufacturing และ Consumers Goods เพื่อมุ่งตอบโจทย์อย่างเฉพาะให้แก่ธุรกิจ

Oracle ประกาศออก Exadata X8M แล้ว!

Oracle ประกาศออก Exadata X8M พร้อมชูเป็น Database Machine แรงที่สุดในโลก โดยประสิทธิภาพดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน 2.5 เท่าและมี Latency น้อยลง 10 เท่า