Breaking News

หลอกขุดเหมืองเงินดิจิทัลผ่านเบราเซอร์ กระทบกว่า 500 ล้านผู้ใช้

AdGuard ผู้ให้บริการ Adblocker ชื่อดัง ออกมาเปิดเผยสถิติกระแส “ขุดเหมืองเงินดิจิทัล ฟีเวอร์” หลังพบว่าช่วงไม่กี่เดือนมานี้ มีหลายเว็บไซต์ที่พยายามขุดเหมืองเงินดิจิทัลผ่านทางเบราเซอร์ของผู้ใช้งานที่เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์เพื่อสร้างรายได้ให้กับตนเอง พบแต่ละเดือนมีผู้ใช้กว่า 500 ล้านรายถูกหลอกให้ขุดเหมืองเงินดิจิทัลฟรีๆ โดยไม่รู้ตัว

Credit: ShutterStock

AdGuard ได้ทำการตรวจสอบเว็บไซต์ 100,000 อันดับแรกบน Alexa เพื่อค้นหาว่าเว็บไหนมีการใช้ CoinHive และ JSEcoin ซึ่งเป็นโซลูชันยอดนิยมในการขุดเหมืองเงินดิจิทัลบนเว็บเบราเซอร์บ้าง ซึ่งได้ผลสรุปที่น่าสนใจ ดังนี้

  • มี 220 เว็บไซต์ที่เริ่มขุดเหมืองดิจิทัลทันทีเมื่อผู้ใช้เข้าถึงเว็บดังกล่าว ถึงแม้ว่าปริมาณอาจจะดูไม่มากนัก แต่ต้องเข้าใจก่อนว่า CoinHive เพิ่งเปิดให้บริการเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมาเท่านั้น หรือก็คือประมาณ 1 เดือน
  • แต่ละเดือนมีผู้ใช้ประมาณ 500 ล้านรายที่เข้าถึงเว็บไซต์แล้วถูกหลอกให้ขุดเหมืองเงินดิจิทัล โดยประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ สหรัฐฯ (18.66%), อินเดีย (13.4%), รัสเซีย (12.44%) และบราซิล (8.13%)
  • เจ้าของเว็บไซต์ทำรายได้ประมาณ $43,000 (ประมาณ 1.4 ล้านบาท) ในระยะเวลาเพียง 3 สัปดาห์ โดยที่แทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย
  • เว็บไซต์ที่หลอกขุดเหมืองเงินดิจิทัลส่วนใหญ่เป็นเว็บสีเทา คือ เว็บที่ให้บริการ Content ที่ผิดลิขสิทธิ์ เช่น ดูหนังออนไลน์ เว็บบิต หรือเว็บโป๊ เป็นต้น

AdGuard ระบุว่า เว็บไซต์ที่หลอกผู้ใช้ให้ขุดเหมืองเงินดิจิทัลผ่านเว็บเบราเซอร์นั้น ส่วนใหญ่เป็นเว็บที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก ส่งผลให้เว็บเหล่านี้หารายได้จากการโฆษณาได้น้อย ทำให้ต้องหาวิธีใหม่ๆ มาสร้างรายได้ให้กับตนเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเว็บโป๊ที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ทำเทคโนโลยีทางการสร้างรายได้บนเว็บไซต์ เมื่อเห็นว่าได้ผล เว็บอื่นๆ ก็จะเลียนแบบตาม อย่างไรก็ตาม เว็บที่ทำให้ CoinHive มีชื่อเสียงหลังถูกจับได้ว่าหลอกให้ผู้ใช้ขุดเหมืองเงินดิจิทัลคือ The Pirate Bay

เว็บไซต์ที่เหมาะที่สุดสำหรับการขุดเหมืองเงินดิจิทัลคือเว็บไซต์ที่ให้บริการ Video Streaming เนื่องจากผู้ใช้จำเป็นต้องเปิดหน้าเบราเซอร์ค้างไว้ตลาดเวลา และส่วนใหญ่มักจะเป็นเวลานาน ทำให้เจ้าของเว็บหาเงินได้เป็นจำนวนมาก อย่างไรก้ตาม การขุดเหมืองเงินดิจิทัลผ่านเว็บเบราเซอร์ก็มีข้อเสียตรงที่กินทรัพยากรของเครื่องผู้ใช้ ทำให้เครื่องผู้ใช้ทำงานช้าลง และผู้ใช้อาจผิดเบราเซอร์เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว

ที่มาและเครดิตรูปภาพ: https://blog.adguard.com/en/crypto-mining-fever/



About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

[Video Webinar] Secure Remote Workforce with Fortinet

สำหรับผู้ที่ไม่ได้เข้าชมการบรรยาย Fortinet Webinar เรื่อง “Secure Remote Workforce with Fortinet” พร้อมสาธิตการนำ FortiGate, FortiClient และ FortiToken มาใช้ทำ …

Alcatel-Lucent Enterprise พร้อมช่วยธุรกิจไทย สื่อสารในช่วงวิกฤตได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย พร้อมมั่นใจความปลอดภัยของข้อมูลด้วยมาตรฐาน GPDR และ ISO-27001

ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาดในครั้งนี้ ทีมงาน TechTalkThai ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณสาธิต พันธ์ไพศาล ผู้ดำรงตำแหน่ง Country Manager ของ Alcatel-Lucent Enterprise ประจำประเทศไทย ที่ได้มีโอกาสเข้าไปช่วยเหลือให้ธุรกิจองค์กรหลายแห่งในไทย ยังคงทำการสื่อสารเพื่อให้ธุรกิจยังคงดำเนินต่อไปได้แม้จะต้องปรับไปใช้นโยบาย Work from Home โดยยังคงมีความมั่นคงปลอดภัยสูง ตอบโจทย์การทำ PDPA ด้วยมาตรฐาน GPDR (General Data Protection Regulation) และ ISO-27001และไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ เนื่องจาก Alcatel-Lucent Enterprise เปิดให้ใช้งานโซลูชันด้าน Enterprise Collaboration ฟรีโดยไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้งานเป็นเวลานานถึง 3 เดือน พร้อมทั้งแบ่งปันบทเรียนและวิสัยทัศน์สำหรับธุรกิจองค์กรในการฝ่าฟันวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน