Breaking News

Cisco Meraki เปิดตัว Virtual MX Appliance สำหรับใช้งานบน Amazon Web Services

Cisco Meraki เปิดตัว Virtual MX Appliance สำหรับใช้งานบน Amazon Web Services

Cisco Meraki ได้ทำการเปิดตัว Virtual MX Security Appliance รุ่น vMX100 สำหรับทำงานบน Public Cloud อย่าง Amazon Web Services (AWS) โดยเฉพาะ ซึ่งก่อนหน้านี้ หากผู้ใช้งานต้องการเชื่อมต่ออุปกรณ์ Meraki MX เพื่อทำ VPN Tunnel จากองค์กรไปยัง AWS นั้น จำเป็นต้องทำผ่าน Third-party เท่านั้น ทำให้มีความยุ่งยากในการติดตั้งใช้งาน ซึ่ง vMX100 จะเข้ามาช่วยในการตั้งค่าการเชื่อมต่อ VPN และ SD-WAN ไปยัง AWS ให้สามารถทำได้รวดเร็วและง่ายดายยิ่งขึ้น เพียงแค่ทำการ Deploy vMX100 AMI จากหน้า Console ของ AWS ลงไปยัง Virtual Private Cloud (VPC) ขององค์กร ก็สามารถใช้งานได้ทันที

สำหรับความสามารถของ Virtual MX Appliance มีดังนี้

  • สามารถบริหารจัดการได้จากหน้า Meraki Dashboard เช่นเดียวกับอุปกรณ์อื่นๆ
  • มี VPN Throughput 500 Mbps
  • รองรับการนำ License ของ Meraki เดิมมาใช้งาน (Bring Your Own Meraki License) เลือกได้ทั้งแบบ 1, 3 และ 5 ปี
  • สามารถต่อกับ Dashboard Organizations ด้วย Enterprise Licenses หรือ Advanced Security Licenses

เกี่ยวกับ Throughwave Thailand

Throughwave Thailand เป็นตัวแทนจำหน่าย (Distributor) สำหรับผลิตภัณฑ์ Enterprise IT ครบวงจรทั้ง Server, Storage, Network และ Security พร้อมโซลูชัน VMware และ Microsoft ที่มีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำระดับหลายหมื่นผู้ใช้งานมากมาย โดยทีมงาน Throughwave Thailand ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าจากทีมงาน Engineer มากประสบการณ์ ที่คอยสนับสนุนการใช้งานของลูกค้าตลอด 24×7 ร่วมกับ Partner ต่างๆ ทั่วประเทศไทยนั่นเอง https://www.throughwave.co.th

ที่มา : https://meraki.cisco.com/blog/2017/05/introducing-virtual-mx-and-mv-optimized-retention/




About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนมือใหม่ผู้หลงใหลใน Enterprise IT และซูชิ

Check Also

ร้านค้าปลีกในสหรัฐกว่า 90% สอบตกมาตรฐาน PCI DSS

SecurityScorecard ได้จัดทำการวิเคราะห์ร้านกว่า 1,444 แห่งที่อยู่ในอุตสาหกรรมค้าปลีกระหว่างเดือนตุลาคม 2017 ถึง มีนาคม 2018 พบว่าร้านค้าส่วนใหญ่ไม่ได้มาตรฐาน PCI DSS

ใครคือผู้รับผิดชอบที่แอปพลิเคชัน Third-party สามารถเข้าถึงข้อมูล Gmail ได้

Google ได้แถลงการณ์ยอมรับอย่างเป็นทางการต่อฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ ว่าตนได้อนุญาตให้แอปพลิเคชัน Third-party เข้าถึงและแชร์ข้อมูลของ Gmail ได้ แต่วันนี้เรามีอีกมุมมองจาก Howtogeek ที่จะมาเจาะลึกถึงเหตุผลว่าแท้จริงแล้วใครคือผู้ที่ต้องรับผิดชอบกันแน่