Chromium รองรับไลบรารีภาษา Rust แล้ว

โปรเจ็ค Chromium ได้เปิดรองรับการใช้ไลบรารีภาษา Rust จาก Third-party แล้ว ซึ่งนำมาทั้งแนวทางด้านความมั่นคงปลอดภัย และความรวดเร็วในการพัฒนา

Rust เริ่มต้นขึ้นในปี 2006 โดย Graydon Hoare หนึ่งในทีมงานของ Mozilla เพื่อการพัฒนาบราวน์เซอน์ Servo แต่ในปี 2021 ทีมงาน Servo เหล่านี้ได้แยกย้ายไป สิ่งที่หลงเหลือไว้กลายเป็น Rust Foundation ที่ตั้งโดย Mozilla, Microsoft, Google, AWS และ Huawei ในเชิงเทคนิคแล้วประเด็นชูโรงของภาษา Rust ก็คือการช่วยจัดการเรื่องหน่วยความจำให้ปลอดภัย ซึ่งเป็นต้นตอปัญหาเกี่ยวกับหน่วยความจำที่เกิดขึ้นนับไม่ถ้วนเช่น Use after free, Buffer Overflow, Memory Corruption และอื่นๆ เมื่อมีการตั้งต้นด้วยภาษาที่ดี ก็ลดทั้งขั้นตอนการตรวจสอบและโอกาสเกิดความผิดพลาด ทำให้โปรเจ็คงานพัฒนาได้รวดเร็วมากขึ้น

อย่างไรก็ดีเมื่อ Chromium เปิดรับเรื่องดังกล่าวนี้หมายความว่านักพัฒนาและผู้ที่อาศัย Chromium เป็นฐานก็ได้รับผลดีไปด้วยอย่าง Edge, Opera และอื่นๆ แต่ทั้งนี้ยังเป็นเพียงการที่การรองรับไลบรารีจาก Third-party เพียงเท่านั้นที่ต่างคนต่างพัฒนา ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงใจกลางของ Chromium เสียทีเดียว ปัจจุบัน Google ก็กำลังหาทางเพิ่มการทำงานระหว่าง C++ และ Rust ให้ถูกต้องแม่นยำมากขึ้นในโปรเจ็ค https://github.com/google/crubit

ที่มา : https://www.malwarebytes.com/blog/news/2023/01/google-to-support-the-use-of-rust-in-chromium

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

เน็ตแอพ ยกระดับองค์กรยุคใหม่ สู่ Hybrid Multi-Cloud ขับเคลื่อนนวัตกรรมได้ทุกที่อย่างไร้รอยต่อ [PR]

เน็ตแอพ® (NASDAQ: NTAP) บริษัทผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลอัจฉริยะ ประกาศเปิดตัวขีดความสามารถใหม่ด้าน Hybrid Multi-Cloud พร้อมระบบควบคุมอัตโนมัติ ช่วยให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพสูงสุดในการรองรับทุกเวิร์กโหลด พร้อมช่วยให้องค์กรนำกลยุทธ์ด้านข้อมูลสมัยใหม่มาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งบนระบบภายในองค์กร (On-Premises) และคลาวด์ พร้อมคำนึงถึงอธิปไตยของข้อมูล การกำกับดูแล …

รวบพนักงานซาอุฯ OpenAI ข้อหาดักฟังห้องประชุมผู้บริหาร

OpenAI ได้ให้สำนักงานสอบสวนกลาง หรือ FBI เข้าจับกุมพนักงานรายหนึ่งหลังจากตรวจพบ “อุปกรณ์บันทึกเสียงที่มีความซับซ้อน” ถูกซ่อนไว้ภายในห้องประชุมผู้บริหารของบริษัท