เพียงสี่เดือนหลังจากปิดรอบระดมทุนมูลค่า 1.1 พันล้านดอลลาร์ สตาร์ทอัพชิป Cerebras Systems ประกาศว่าได้ระดมทุนเพิ่มเติมอีก 1 พันล้านดอลลาร์จากนักลงทุนชุดเดิมหลายราย

ดีล Series H นำโดย Tiger Global โดยมี Advanced Micro Devices, Fidelity Management, Atreides Management, Alpha Wave Global, Altimeter, Coatue, 1789 Capital และนักลงทุนรายอื่นๆ เข้าร่วม ส่งผลให้มูลค่ากิจการของ Cerebras ณ ปัจจุบัน อยู่ที่ 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์
การระดมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นไม่กี่สัปดาห์หลังจากมีรายงานว่าบริษัทได้ลงนามข้อตกลงมูลค่ามากกว่า 1 หมื่นล้านดอลลาร์เพื่อจัดหาอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ปัญญาประดิษฐ์ให้กับ OpenAI โดย Cerebras ผลิตชิป AI ที่ชื่อว่า WSE-3 ซึ่งมีทรานซิสเตอร์ 4 ล้านล้านตัว มากกว่าการ์ดกราฟิก Blackwell B200 ของ Nvidia ถึง 19 เท่า พื้นที่ผิวของโปรเซสเซอร์ประมาณครึ่งหนึ่งถูกใช้สำหรับหน่วยความจำ SRAM ขนาด 44 กิกะไบต์
Cerebras ระบุว่าการใช้ชิปขนาดใหญ่เพียงตัวเดียวแทนการใช้การ์ดกราฟิกขนาดเล็กหลายตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ โดยพูลหน่วยความจำขนาดใหญ่ของ WSE-3 ทำให้สามารถรันโมเดล AI จำนวนมากได้โดยไม่ต้องย้ายข้อมูลไปยังหน่วยความจำ HBM นอกชิป ซึ่งช่วยหลีกเลี่ยงความหน่วงในการประมวลผลที่เกิดจากการสตรีมข้อมูลไป–กลับกับโมดูลหน่วยความจำแยกต่างหาก และทำให้การประมวลผลเร็วขึ้น
สาเหตุที่ผู้ผลิตชิปในอดีตไม่สร้างโปรเซสเซอร์ขนาดเท่าเวเฟอร์ก็เพราะการผลิตทำได้ยาก ยิ่งชิปมีขนาดใหญ่ โอกาสที่ทรานซิสเตอร์บางส่วนจะมีตำหนิก็ยิ่งสูง ตามทฤษฎีแล้ว แม้มีตำหนิเพียงจุดเดียวก็อาจทำให้โปรเซสเซอร์ใช้งานไม่ได้
Cerebras แก้ปัญหานี้ด้วยการแบ่ง WSE-3 ออกเป็น 900,000 คอร์ หากทรานซิสเตอร์ตัวใดมีตำหนิจากการผลิต จะกระทบเฉพาะคอร์ที่เกี่ยวข้อง ส่วนวงจรอื่น ๆ สามารถปรับเส้นทางข้อมูลอ้อมไปได้ สถาปัตยกรรมดังกล่าวช่วยป้องกันไม่ให้ตำหนิจากการผลิตเฉพาะจุดทำให้โปรเซสเซอร์ทั้งตัวลัดวงจร
บริษัทจัดส่ง WSE-3 มาเป็นส่วนหนึ่งของระบบระบายความร้อนด้วยน้ำที่เรียกว่า CS-3 ซึ่งให้ประสิทธิภาพ 125 เพตาฟลอปส์ ตามข้อมูลของ Cerebras ลูกค้าสามารถเชื่อมต่ออุปกรณ์ CS-3 ได้สูงสุด 2,048 เครื่องเป็นคลัสเตอร์ที่มีกำลังประมวลผลรวม 256 เอกซาฟลอปส์ เพียงพอสำหรับการฝึกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่มีพารามิเตอร์ 24 ล้านล้านตัว
Cerebras ได้ยื่นเอกสารเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในเดือนกันยายน 2024 โดยในขณะนั้นบริษัทเปิดเผยว่ามีรายได้ 136.4 ล้านดอลลาร์ในช่วงหกเดือนแรกของปี 2024 เพิ่มขึ้นมากกว่าสิบเท่าเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขาดทุนลดลงเหลือ 66.6 ล้านดอลลาร์ จาก 77.8 ล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตชิปรายนี้ได้ถอนเอกสาร IPO เมื่อปีที่แล้ว หลังจากพิจารณาว่าเอกสารดังกล่าว “ล้าสมัยและไม่สะท้อนสถานะปัจจุบันของธุรกิจอีกต่อไป” ตามคำกล่าวของ Cerebras หนึ่งในแรงจูงใจของการตัดสินใจนี้คือรายได้ของบริษัทเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2025 และมีรายงานว่าบริษัทวางแผนจะยื่นเอกสาร IPO ใหม่อีกครั้ง โดยตั้งเป้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เร็วที่สุดภายในไตรมาสสอง
ที่มา: https://siliconangle.com/2026/02/04/cerebras-raises-another-1b-wafer-size-ai-chip/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






