AWS SSO รองรับการทำ Multi-factor ด้วย WebAuthn แล้ว

AWS ได้ประกาศรองรับให้ระบบ Single Sign-on ของตนรองรับกับการใช้งาน Multi-factor Authentication ด้วย WebAuthn แล้ว

Credit: AWS

ก่อนที่จะลงลึกไปถึงเรื่อง WebAuthn ขอพาทุกท่านไปรู้จักกับ FIDO Alliance กันก่อน ซึ่งเป็นความร่วมมือในภาคอุตสาหกรรมที่ตั้งเป้าพัฒนามาตรฐานการพิสูจน์ตัวตนอย่างแข็งแรงโดยไม่พึ่งพารหัสผ่านอีกต่อไป โดย FIDO นั้นย่อมาจาก Fast IDentity Online ที่รองรับเทคโนโลยีการพิสูจน์ตัวตนได้กับไบโอเมทริกซ์ต่างๆ ไปจนถึง TPM, USB Security token, Smart Card และ NFC (ศึกษาเพิ่มเติมได้จาก Wikipedia

ในส่วนของโปรเจ็ค FIDO2  ประกอบด้วยองค์ประกอบ 2 ส่วนคือ Web Authentication (WebAuth) และ Client to Authenticator Protocol (CTAP) โดยตัวแรกก็คือมาตรฐานการพิสูจน์ตัวตนด้วยกระบวนการ Public Key Cryptography ซึ่งเมื่อผู้ใช้งานพยายามพิสูจน์ตัวตนกับเว็บไซต์อุปกรณ์ปลายทางจะคุยกับ Browser ผ่านทาง CTAP โปรโตคอล ทั้งนี้ท่านสามารถศึกษาการทำงานของ FIDO ได้อย่างละเอียดได้ที่ https://fidoalliance.org/how-fido-works/

อย่างไรก็ดีการทำงานข้างต้นจะต้องมีองค์ประกอบรองรับ 3 ตัวคือ 1. Website จะต้องรองรับ WebAuth 2. Browser ที่รองรับ WebAuth และ CTAP (ไม่เป็นปัญหาเพราะปัจจุบันรองรับกันเกือบหมดแล้ว) 3. ตัว FIDO Authenticator ที่เป็นฮาร์ดแวร์ที่ฝังมาในอุปกรณ์และรองรับกับ Android, iOS, Window, macOS และ Chrome (อันนี้ก็ไม่ใช่ปัญหามากเช่นกันเพราะอุปกรณ์ใหม่ๆ รองรับได้)

สิ่งที่ AWS ประกาศในครั้งนี้ก็คือแอดมินสามารถเปิด Multi-factors Authentication (MFA) ให้กับ AWS SSO ไม่ว่าจะผู้อยู่กับ AD ของผู้ใช้ หรือที่ดูแลเอง หรือที่ผูกกับ AWS Directory Service for Microsoft AD เพื่อเข้าใช้ AWS Console และ AWS CLI ได้ โดยพร้อมใช้งานแล้วได้ฟรีในทุก Region นั่นเอง

ที่มา : https://aws.amazon.com/blogs/aws/multi-factor-authentication-with-webauthn-for-aws-sso/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ