[Guest Post] อรูบ้า (Aruba) เปลี่ยนการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายจากสาขาของธุรกิจไปยัง AWS ให้เป็นอัตโนมัติ ด้วยการสนับสนุน AWS Transit Gateway Connect

ความสามารถใหม่ที่ช่วยให้เชื่อมต่ออย่างมั่นคงปลอดภัยไปยัง Global Network ของ AWS ได้อย่างมั่นใจ

 

ในงาน AWS re:Invent 2020  อรูบ้า (Aruba) บริษัทในเครือฮิวเลตต์แพคการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ (NYSE: HPE) ได้ประกาศเปิดตัวความสามารถใหม่สำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม SD-WAN ซึ่งประกอบไปด้วย Aruba SD-Branch และโซลูชัน Silver Peak Unity EdgeConnect™ ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการมาเมื่อเร็วๆ นี้ โดยความสามารถดังกล่าวถูกออกแบบมาเพื่อให้สามารถทำการตรวจสอบ, บริหารจัดการ และเชื่อมต่อสาขาไปยัง Amazon Web Services (AWS) ได้โดยอัตโนมัติจากศูนย์กลาง การผสานรวมผลิตภัณฑ์กลุ่ม Aruba SD-WAN เข้ากับความสามารถใหม่อย่าง AWS Transit Gateway Connect นี้จะช่วยให้การดูแลรักษาและบริหารจัดการเครือข่ายง่ายดายขึ้นเป็นอย่างมาก และช่วยให้ลูกค้าสามารถกำหนดคุณภาพของการให้บริการและนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยได้อย่างทั่วถึงไปยังสาขาของบริษัทเมื่อเชื่อมต่อไปยัง Amazon Virtual Private Clouds (Amazon VPCs) โดยผู้ใช้งานที่สาขาจะได้รับประโยชน์จากประสิทธิภาพที่สม่ำเสมอ และประสบการณ์การใช้งานด้วยคุณภาพระดับสูง

เมื่อองค์กรธุรกิจมองหาวิธีการที่จะปรับปรุงระบบเครือข่ายให้ทันสมัยขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของการมีออฟฟิศทำงานที่กระจายอยู่หลายแห่ง และสภาพแวดล้อมการทำงานที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์พกพาและ Internet of Things (IoT) ธุรกิจเหล่านี้ย่อมต้องการแนวทางที่ง่ายดายที่จะติดตั้งใช้งาน, บริหารจัดการ และตรวจสอบการทำงานของระบบเครือข่ายที่สาขาซึ่งกระจัดกระจายอยู่หลายพื้นที่เพื่อให้มั่นใจถึงประเด็นด้านความมั่นคงปลอดภัย, การปฏิบัติตามข้อบังคับ และการให้บริการแอปพลิเคชันแก่ผู้งานได้ บริการ AWS Transit Gateway Connect ที่เปิดตัวมาใหม่นี้จะทำให้การผสานรวมระบบร่วมกับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม Aruba SD-WAN นั้นแนบชิดและเป็นระบบมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้สามารถติดตั้งใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการลง และพร้อมที่จะเข้าถึงข้อมูลชี้วัดเชิงประสิทธิภาพและข้อมูลการใช้งานเครือข่ายได้ดีขึ้น

“ในการบริหารจัดการการเชื่อมต่อไปยัง AWS องค์กรธุรกิจนั้นมีทางเลือกที่หลากหลายและสามารถสร้างสมดุลให้กับความต้องการของตนเองได้ตามประเภทของแอปพลิเคชันที่ใช้งานและสถานที่ที่ผู้ใช้งานอยู่” คุณ Mayumi Hiramatsu รองประธานฝ่าย Amazon EC2 Networking แห่ง Amazon Web Services, Inc.กล่าว “การประกาศถึงการผสานระบบระหว่าง Aruba และ AWS Transit Gateway Connect ในวันนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการทำงานร่วมกับกับทีม Aruba อย่างต่อเนื่องของเราเพื่อทำให้การทำงานด้านไอทีเป็นระบบมากขึ้นและทำให้ลูกค้าที่มีร่วมกันของเรานั้นสามารถมุ่งเน้นไปที่การสร้างธุรกิจให้เติบโตและการทำ Digital Transformation ได้ท่ามกลางยุคสมัยคลาวด์”

ความเร็ว ความมั่นคงปลอดภัย และความง่ายดายนั้นคือประโยชน์ของการผสานระบบระหว่าง Aruba และ AWS Transit Gateway โดยความสามารถใหม่ใน AWS Transit Gateway Connect นั้นจะสามารถสร้างประโยชน์ได้หลากหลายประการ ได้แก่:

  • ทำให้ฝ่ายไอทีมีผลงานที่มากขึ้นโดยทำงานน้อยลง: เนื่องจาก AWS Transit Gateway Connect ที่เปิดตัวมาใหม่นี้จะช่วยให้การเชื่อมต่อไปยังสาขาเป็นไปได้แบบอัตโนมัติ ด้วยการเชื่อมต่อแต่ละสาขาเข้ากับ AWS Transit Gateway ที่อยู่ใกล้ที่สุดให้แบบอัตโนมัติ ทำให้ทีมไอทีไม่จำเป็นต้องทำการตั้งค่า Routing ด้วยตนเองสำหรับแต่ละ VPC ละสามารถบริหารจัดการทราฟฟิกและขั้นตอนการทำงานได้อย่างยืดหยุ่นยิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ใช้งานนั้นสัมผัสได้ว่าประสิทธิภาพและความมั่นคงทนทานของแอปพลิเคชันนั้นสูงขึ้น และท้ายที่สุดก็ส่งผลให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นตามไปด้วย
  • เชื่อมต่อแบบ Branch-to-Cloud ได้แบบอัตโนมัติสำหรับระบบขนาดใหญ่: ความสามารถ, การทำงานแบบอัตโนมัติ และการจัดการแบบรวมศูนย์ของระบบ SD-WAN ระดับองค์กรนั้นได้ส่งมอบประสบการณ์ในการดูแลรักษาระบบที่เชื่อมต่อระหว่าง VPC ในรูปแบบเดียวกันเมื่อใช้ AWS Transit Gateway เป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อ ทำให้ประหยัดเวลาและทรัพยากรในการทำงานลงได้ นอกจากนี้ AWS Transit Gateway ก็ยังทำหน้าที่เป็นจุดเชื่อมผสานระหว่าง Cloud-to-Cloud ภายในระบบเครือข่ายทั่วโลกของ AWS เพื่อเชื่อมต่อไปยัง Amazon VPC หลายแห่งใน AWS Region ที่หลากหลาย และทำให้การเชื่อมต่อสำหรับแต่ละสาขานั้นมีประสิทธิภาพที่ดียิ่งขึ้น
  • ลดเวลาที่ใช้ในการติดตั้งระบบเครือข่ายที่สาขาด้วยขั้นตอนการทำงานที่ครบวงจรและการตรวจสอบชั้นสูง: ระบบ Virtual Appliance ของ Aruba Virtual Gateways และ Silver Peak Unity EdgeConnect ร่วมกับระบบบริหารจัดการ SD-WAN แบบรวมศูนย์นั้นทำให้ลูกค้าสามารถเชื่อม SD-WAN Fabric ที่มีอยู่เข้ากับ AWS ได้อย่างง่ายดาย

Verisk Analytics, Inc. ผู้ให้บริการชั้นนำด้านการวิเคราะห์ข้อมูลที่ให้บริการลูกค้าในอุตสาหกรรมประกัน,  พลังงาน และการเงินทั่วโลก เป็นตัวอย่างหนึ่งของบริษัทนวัตกรรมที่มีวิสัยทัศน์แบบ All-Cloud โดย Verisk ได้วางสถาปัตยกรรมของระบบโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์กรของตนให้มีการใช้แนวทาง Cloud-Native เพื่อส่งมอบประสบการณ์ของผู้ใช้งานที่ไร้รอยต่อและทันสมัยให้กับพนักงานและลูกค้าของตนเอง ด้วยการใช้โซลูชัน Aruba SD-WAN ร่วมกับ AWS Transit Gateway ก็ทำให้ Verisk สามารถควบรวมเทคโนโลยีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายให้อยู่รวมกันให้ระบบ SD-WAN เดียวที่ทำงานร่วมกันได้แบบอัตโนมัติ และย้ายระบบแอปพลิเคชันและระบบงานทั้งหมดขึ้นสู่ AWS ส่งผลให้ง่ายต่อการบริหารจัดการ สามารถตรวจสอบระบบเครือข่ายได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น และยังทำให้ Verisk สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้มหาศาลจากการลดขนาดของศูนย์ข้อมูลที่ตนเองมีอยู่ลงได้

“ระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีของเราต้องถูกเปลี่ยนแปลงเพื่อสนับสนุนการเติบโตอย่างรวดเร็วของธุรกิจของเรา และการย้ายไปสู่ระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบคลาวด์ก็ได้พิสูจน์แล้วว่าเป็นก้าวที่ยิ่งใหญ่ในทิศทางที่ถูกต้อง” คุณ Sophie Twu ผู้จัดการด้านระบบวิศวกรรมเครือข่ายแห่ง Verisk กล่าว “การเชื่อมต่อที่เชื่อถือได้ มีช่องทางสำรอง และการบริหารจัดการจากศูนย์กลางได้สำหรับ Gateway, Switch และ Access Point ทั้งหมดพร้อมความสามารถในการติดตั้งอุปกรณ์ที่สาขาของบริษัทได้นี้ล้วนเป็นประโยชน์จากการผสานโซลูชันระหว่าง AWS และ Aruba เราตื่นเต้นเป็นอย่างมากกับความสามารถในการผสานรวมระบบล่าสุดที่รวมเทคโนโลยีของ Aruba เข้ากับความสามารถใหม่อย่าง AWS Transit Gateway Connect และเรารู้สึกว่าสิ่งนี้ยังมีโอกาสที่จะทำให้การติดตั้งและบริหารจัดการระบบเครือข่ายของเราและการเชื่อมต่อสาขาของเราเข้ากับ AWS ให้ง่ายดายมากยิ่งขึ้นไปอีก”

การเข้าซื้อกิจการของ Silver Peak ในช่วงก่อนหน้าของปีนี้ได้ทำให้ลูกค้าของเราที่กำลังมองหาหนทางในการก้าวไปสู่สถาปัตยกรรม Cloud-First และผู้ที่กำลังทำสิ่งเดียวกันนี้อยู่มีอีกทางเลือกหนึ่ง โดยระบบ Silver Peak Unity EdgeConnect SD-WAN Edge Platform ก็สามารถทงานร่วมกับ AWS Transit Gateway Network Manager ได้ ทำให้ผู้บริหารจัดการเครือข่ายสามารถสร้างหน้าจอกลางที่รวมเอาข้อมูลจากทุกสาขาและทุกการเชื่อมต่อระหว่าง AWS และบริษัทของตนเองเข้าไว้ด้วยกันได้ ทำให้สามารถตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในเครือข่าย, เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และข้อมูลชี้วัดเชิงการทำงานได้ และนำไปสู่การส่งมอบคุณภาพเชิงประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้งาน

“องค์กรธุรกิจที่ทันสมัยในทุกวันนี้ต้องการความเร็ว ความยืดหยุ่น และความง่ายดายในการเพิ่มขยายระบบเพื่อปรับตัวให้เข้ากับความต้องการทางธุรกจได้อย่างรวดเร็ว และในหลายครั้งคลาวด์ก็คือคำตอบ” คุณ Alan Weckel ผู้ก่อตั้งและหัวหน้านักวิเคราะห์แห่ง 650 Group กล่าว “Aruba ยังคงร่วมมือกับ AWS อย่างต่อเนื่อง และด้วย Silver Peak ที่เข้ามาเสริมในตอนนี้ ก็ทำให้มีโอกาสอย่างมหาศาลสำหรับลูกค้าของ AWS ที่ต้องการใช้พลังของคลาวด์อย่างเต็มที่ ในขณะที่ยังคงมั่นใจได้ในการเชื่อมต่อจากสาขาที่มีประสิทธิภาพและมั่นคงปลอดภัย โดยไม่ต้องเผชิญกับความซับซ้อนที่เดิมทีนั้นเคยเจอในการใช้งานและบริหารจัดการกับ VPC ที่กระจัดกระจายอยู่หลายแห่ง”

ความสามารถใหม่ทางด้าน AWS Transit Gateway Connect สำหรับโซลูชัน Aruba SD-WAN นี้พร้อมให้ใช้งานแล้ว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่ https://www.arubanetworks.com/products/networking/sd-wan/

 

ข้อมูลเพิ่มเติม:

 

อรูบ้า (Aruba)  บริษัทในเครือฮิวเลตต์แพคการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์

อรูบ้า (Aruba)  บริษัทในเครือฮิวเลตต์แพคการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์คือผู้นำระดับโลกทางด้านโซลูชันระบบเครือข่ายอัจฉริยะสำหรับ Edge-to-Cloud ที่มั่นคงปลอดภัยซึ่งใช้ AI ในการเปลี่ยนระบบเครือข่ายให้เป็นอัตโนมัติ และยังใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างทรงพลัง ด้วย Aruba ESP (Edge Services Platform) และทางเลือกในการใช้งานแบบ as-a-service ก็ทำให้อรูบ้าได้ใช้แนวทางแบบ Cloud-Native ในการช่วยให้ลูกค้าสามารถตอบ์โจทย์ด้านการเชื่อมต่อ, ความมั่นคงปลอดภัย และความต้องการทางด้านการเงินได้ทั้งสำหรับการใช้งานในทั่วทั้งองค์กรธุรกิจ, สาขาของธุรกิจ, ศูนย์ข้อมูล และการทำงานจากระยะไกล โดยครอบคลุมทั้งการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบมีสาย, เครือข่ายแบบไร้สาย และเครือข่าย WAN

ถ้าหากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม กรุณาเยี่ยมชมที่ https://www.arubanetworks.com/ โดยสำหรับการอัปเดตข่าวสารแบบทันท่วงที กรุณาติดตามที่ Twitter และ Facebook

และสำหรับการพูดคุยเชิงเทคนิคเกี่ยวกับการเชื่อมต่อเครือข่ายทุกที่ทุกเวลาและผลิตภัณฑ์ของอรูบ้า กรุณาเยี่ยมชม Airheads Social ที่ https://community.arubanetworks.com/

 


About Maylada

Check Also

[Guest Post] IBM Security Solution ที่สุดของความปลอดภัยสำหรับ Cloud Native technology: IBM POWER10, IBM Storage, IBM QRadar

IBM Security Solution ที่สุดของความปลอดภัยสำหรับ Cloud Native technology: IBM POWER10, IBM Storage, IBM QRadar

[Guest Post] บริหารจัดการและปกป้องอุปกรณ์ Apple ได้จากทุกที่ด้วย Jamf Pro

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา… องค์กรชั้นนำต่างๆ เริ่มเปลี่ยนมาใช้งานอุปกรณ์และแพลตฟอร์มของ Apple มากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อยกระดับการสร้างสรรค์ผลงาน และตอบโจทย์รูปแบบการทำงานแบบใหม่ๆ ในยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น Jamf จึงเป็นอีกเครื่องมือสำคัญที่จะมาช่วยให้ธุรกิจและองค์กรของคุณสามารถทำงานและบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ Apple ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด และยังช่วยให้ฝ่ายไอทีของคุณสามารถทำงานได้อย่างราบรื่นอีกด้วย