เหตุใดองค์กรส่วนใหญ่ยังขาดวิธีการจัดการ API ให้มั่นคงปลอดภัย

บทความพิเศษนี้ได้รวบรวมเอาผลสำรวจและความท้าทายของการใช้งาน API ในองค์กร และไขข้อข้องใจว่า API Gateway อาจยังไม่เพียงพอต่อการป้องกันภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้

Credit: ShutterStock.com

API คือสิ่งที่ช่วยบูรณาการสิ่งต่างๆในวงจรของ Software Supply Chain ให้โมดูลนั้นคุยกันได้ ให้เกิดการประสานงานระหว่างผู้พัฒนาภายใน ภายนอก ผู้ใช้งาน โดยเฉพาะกับแอปพลิเคชันคลาวด์ API คือหนทางที่ช่วยเร่งให้เกิดความยืดหยุ่นของการทำงานร่วมกันเป็นเสมือนเลเยอร์ล่างที่ให้นักพัฒนามีเวลาไปสนใจแค่งานของตน ประโยชน์มีหลายด้านคือ

  • ทำให้การสื่อสารกับข้อมูล และกระบวนการเกิดความชัดเจนมีรูปแบบ
  • ขจัดช่องว่างระหว่างข้อมูลและผู้ใช้ เพิ่มความเร็วให้การทำงานและพัฒนาประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้ผู้ใช้ (User Experience)
  • เอกสารอ้างอิงมีความชัดเจนกว่าเซิร์ฟเวอร์แบบเก่า ทำให้ทีมงานด้านความมั่นคงปลอดภัยประเมินเรื่องความเสี่ยงได้ดีขึ้น เข้าใจได้ว่าการปฏิบัติที่ดีควรทำอย่างไรในการทำงานจริง

สอดคล้องกับประโยชน์ที่เกิดขึ้น รายงานจาก RapidAPI ได้ไปสำรวจบุคคลด้านไอทีระดับบริหารกว่า 300 ท่าน มีผลยืนยันว่ากว่า 98% เชื่อว่า API มีความสำคัญ หากสามารถนำมาใช้ได้จริงจะสามารถสร้างการเติบโตและเพิ่มรายรับให้องค์กรได้ในอนาคต  เป้าหมายของการริเริ่มใช้งาน API มีดังนี้

  • 65% ใช้เพื่อสร้างความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ให้ต่อยอดนวัตกรรมใหม่ร่วมกันได้
  • 60% ใช้กันภายในระหว่างนักพัฒนาเพื่อเร่งการเกิดขึ้นของผลิตภัณฑ์
  • 53% ใช้ API จาก 3rd Party เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาของตน
  • 46% สร้าง API เป็นผลิตภัณฑ์ให้บริการนักพัฒนาอื่นๆเข้ามาใช้

อย่างไรก็ดีการเข้ามาของ API ยังตามมาด้วยความท้าทายต่างๆเช่น 

  1. เครื่องมือที่ใช้จัดการ API ยังใช้งานได้ยากซับซ้อนและต้องอาศัยทรัพยากรรองรับมาก
  2. มองไม่เห็นภาพของ API โดยรวม ขาดการเชื่อมโยงกับแบบองค์รวม ซึ่งมีองค์กรจำนวนมากที่มีการใช้งาน API นับพันแต่ไม่ทราบหรือไม่ได้รับรู้การมีอยู่ (Shadow API)
  3. ไม่สามารถควบคุมการเข้าถึงอย่างเหมาะสม
  4. หลายโซลูชันมีข้อจำกัดในการทำงานร่วมกับโซลูชันอื่นๆ
  5. ขาดเครื่องมือที่เหมาะให้ผู้ใช้และทีมสามารถทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ

เช่นกันการเพิ่มขึ้นของ API ยังกลายเป็นโอกาสให้แก่อาชญากรทางไซเบอร์ ที่หมายตาช่องทางนี้เอาไว้ โดยคาดว่าในปี 2022 องค์กรระดับสากลกว่า 45% จะถูกโจมตีจาก Software Supply Chain ทั้งนี้แนวทางทั่วไปที่องค์กรจะสามารถลดความเสี่ยงจากการโจมตีทาง API ก็คือ

  1. ระบุทราบการใช้งาน API ของตนให้ได้ก่อน
  2. วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้งานปกติ รูปแบบการเปลี่ยน และการคอนฟิคที่ผิดพลาด
  3. ใช้ AI/ML ช่วยระบุปัญหาแบบเรียลไทม์และจัดลำดับความสำคัญให้แก่ทีมงานความมั่นคงปลอดภัยเข้ามาดูต่อ
  4. เตรียมการว่าหากเกิดการโจมตีจะแก้ไขอย่างไร จาก Workflow เดิมและความสามารถของโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงปลอดภัยที่มี
  5. ทดสอบ API ตรวจสอบ Integrity ก่อนนำไปใช้จริง

Imperva เองก็ได้แนะนำมุมมองที่หลายคนอาจเข้าใจผิดไปว่า WAF และ DDoS อาจจะช่วยยับยั้งความเสี่ยงนี้ได้ ส่วนของ DDoS อาจจะสามารถจัดการ Request มหาศาลได้ แต่หากไม่ทราบว่าการใช้งานปกติเป็นอย่างไรก็ยากที่จะตัดสินว่าสิ่งที่เกิดขึ้นปกติหรือผิดปกติ อีกทางหนึ่ง WAF คงไม่สามารถเจาะลึกไปถึงองค์ประกอบภายในของซอฟต์แวร์ที่มีการผนวกสิ่งต่างๆเข้ามาและใช้ API คุยกัน 

นอกจากนี้ยังมีการเข้าใจเกินไปว่า API Gateway คือสิ่งที่จะช่วยกลบช่องว่างทั้งหมดของความเสี่ยง แต่อันที่จริงแล้วฟังก์ชันหลักๆของ API Gateway เพียงทำหน้าที่แค่มอนิเตอร์แต่ไม่ได้เข้าใจการทำงานของ API ว่ามีความสามารถอะไรเข้าถึงข้อมูลแค่ไหนหรือการจัดความสำคัญ เจาะลึกลงไป API Gateway มักมีความสามารถหลักดังนี้

  • พิสูจน์ตัวตนและจำกัดอำนาจการใช้ผ่านโดยพิจารณาจาก Credential หรือ Token
  • วัดความหนาแน่นของทราฟฟิคและทำ Rate limit เพื่อลดการติดขัด
  • แมประหว่าง API (Call Routing) ส่วน Frontend และ Backend
  • โซลูชันแบบ On-premise อาจจะเสริมความน่าสนใจด้วยฟังก์ชัน Logging หรือเปิดให้ปรับแต่งการใช้ Policy

ด้วยความเข้าใจนี้เองทำให้องค์กรมองว่า API Gateway เป็นสิ่งพื้นฐานที่ต้องมีคล้ายกับการมีอยู่ของ Load balancer โดยหวังว่า API Gateway จะตอบโจทย์แล้ว ในทางกลับกันการมีแค่ API Gateway ยังไม่เพียงพอ เพราะเป็นแค่การดูแลเรื่อง North-South แต่ไม่ได้ดูแลเรื่อง East West หรือการเชื่อมต่อภายในซอฟต์แวร์ Container หรือ บริการด้วยกัน ซึ่ง WAF มองไม่เห็นอย่างดีก็แค่ช่วยเรื่อง OWASP Top 10 API

Imperva API Security คืออีกทางเลือกหนึ่งที่ให้เหตุผลว่าตนสามารถเข้าใจบริบทของ API ได้รู้ถึง Shadow API และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงยังติดตามการอัปเดตของ API ได้ พร้อมแจ้งเตือนทีมงานด้าน Security ให้ทราบถึงความเสี่ยง ครอบคลุมทุกทิศของการทำงาน

ที่มา : https://www.helpnetsecurity.com/2022/02/09/apis-digital-transformation/ และ https://www.darkreading.com/application-security/apis-and-the-software-supply-chain-evolving-security-for-today-s-digital-ecosystem- และ https://www.imperva.com/blog/how-web-applications-are-attacked-through-apis/ และ https://www.imperva.com/blog/api-gateway-or-not-you-need-api-security/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center บน Defender ยกเครื่อง SOC รองรับ AI Agent

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center (ISOC) บน Microsoft Defender พร้อมย้ายความสามารถด้าน SIEM จาก Microsoft Sentinel …

[วีดีโอย้อนหลัง] SendQuick Webinar : Identity Under Attack “ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย และวิธีป้องกันด้วย MFA”

เรื่อง MFA กำลังเป็นประเด็นใหญ่ โดยเฉพาะกับหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งวันนี้ได้เริ่มประกาศบังคับใช้เป็นข้อบังคับพื้นฐานแล้วในประกาศจาก สกมช. โดยใครที่พลาด SendQuick Webinar เรื่อง “Identity Under Attack : ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย …