ปกป้อง API ขององค์กรตามแนวทางของ BOT และ NCSA ด้วย Imperva API Security จาก Thales

Application Programming Interface หรือ API เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจยุคดิจิทัล หลายองค์กรเริ่มเปิดให้บริการออนไลน์และแอปพลิเคชันของตนเชื่อมต่อกับระบบต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกมากขึ้น เช่น ระบบฐานข้อมูล โซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันของพันธมิตรทางธุรกิจ เกม เป็นต้น ซึ่ง API ในปัจจุบันนอกจากจะช่วยเรื่องการสื่อสารและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างกันแล้ว ยังสามารถควบคุมระบบอื่นๆ ได้อีกด้วย

เมื่อ API ถูกใช้งานและมีความสามารถมากขึ้น ถ้าบริหารจัดการไม่ดีเพียงพอ อาจเสี่ยงถูกอาชญากรไซเบอร์โจมตีช่องโหว่เพื่อเจาะเข้าสู่ระบบขององค์กรและขโมยข้อมูลออกไปได้ Thales ผู้ให้บริการโซลูชันด้าน Cybersecurity & Trust ระดับโลก จึงให้บริการ Imperva API Security สำหรับค้นหา ประเมินความเสี่ยง และปกป้อง API ขององค์กรแบบครบวงจร ออกแบบมาสำหรับทีม Security โดยเฉพาะ ไม่ต้องยุ่งเกี่ยวกับโค้ด สอดคล้องกับแนวทางการใช้ API อย่างมั่นคงปลอดภัยของธนาคารแห่งประเทศไทยและ สกมช. พร้อมบริการ Clinic Health-check Programs สำหรับตรวจสุขภาพ Web Apps & API ขององค์กรตามมาตรฐานสากล

หลายองค์กรเข้าใจว่า แค่มี API Gateway ก็เพียงพอต่อการรักษาความมั่นคงปลอดภัย API แต่ที่จริงแล้ว API Gateway ถูกออกแบบมาสำหรับบริหารจัดการและควบคุม API Requests เป็นหลัก และมีฟีเจอร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยเพียงพื้นฐานเท่านั้น เช่น Authentication, Schema Protection, Rate-limiting และ Input Validation ในขณะที่โซลูชัน API Security เฉพาะทางจะเน้นที่การตรวจจับและป้องกันภัยคุกคาม API เป็นหลัก ทำให้มีฟีเจอร์ด้านความมั่นคงปลอดภัยที่เจาะลึกและหลากหลายมากกว่า เช่น การตรวจหา Shadow API, การตรวจสอบช่องโหว่ตาม OWASP Top 10 API Security Risks, การติดตามทราฟฟิก API เพื่อป้องกันข้อมูลสำคัญรั่วไหล หรือการใช้ Machine Learning เพื่อตรวจจับพฤติกรรมต้องสงสัยหรือการโจมตีที่มีความซับซ้อน เป็นต้น การมี API Security ทำงานร่วมกับ API Gateway จึงจะทำให้ระบบ API ขององค์กรทำงานได้อย่างมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด

ปัจจุบันมีผู้ให้บริการโซลูชัน API Security เป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่มักต้องไปยุ่งเกี่ยวกับโค้ดของแอปพลิเคชัน ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาว่า “ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ทีม Security ทีม Developer หรือทั้งคู่?” ผลลัพธ์ที่ตามมาคือปัญหาเรื่องการประสานงานระหว่างทั้ง 2 ทีม ส่งผลให้การรักษาความมั่นควงปลอดภัย API ขององค์กรกลายเป็นงานที่ยุ่งยากและขาดประสิทธิภาพ

Thales ให้บริการ Imperva API Security ที่ออกแบบมาสำหรับให้ทีม Security ใช้งานโดยเฉพาะ ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจจับและค้นหา API ที่องค์กรเปิดให้ใช้งาน ประเมินความเสี่ยงของ API เหล่านั้น ไปจนถึงการทำงานร่วมกับ Web Application and API Protection (WAAP) เพื่อป้องกันการโจมตีช่องโหว่ นอกจากนี้ยังสามารถแสดงข้อมูลความเสี่ยงเชิงลึกเพื่อให้ทีม Developer นำไปใช้เพื่อแก้ไขโค้ด อุดช่องโหว่ที่ต้นทางได้ สอดคล้องตามแนวทางปฏิบัติการใช้เทคโนโลยี API ของธนาคารแห่งประเทศไทยและ สกมช.

Imperva API Security ของ Thales มีแนวทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัย API 3 ขั้นตอน คือ

  1. Discovery & Classification – ค้นหาและจำแนกประเภทของ API ไม่ว่าจะเป็น Public หรือ Private API พร้อมจัดลำดับความสำคัญ เช่น API ใดเป็น Sensitive API ที่ใช้กับข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการเงิน รวมถึงเปิดเผย Shadow API ที่ซ่อนอยู่ภายในแอปพลิเคชัน
  2. Risk Assessment – ประเมินความเสี่ยงของ API ตาม OWASP Top 10 API Security Risks พร้อมตรวจสอบข้อบกพร่องของโครงสร้างการออกแบบ ตรวจจับช่องโหว่การพิสูจน์ตัวตน ไปจนถึงการตั้งค่าที่ผิดพลาด
  3. Mitigation – นำเสนอข้อมูลเชิงลึกเพื่อให้จัดลำดับความสำคัญของความเสี่ยงและแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผสานการตรวจจับแบบ Rule-based เข้าด้วยกันกับ Behavioral Analysis เพื่อค้นหาพฤติกรรมที่มีความเสี่ยงของการโจมตี BOLA และสามารถทำงานร่วมกับ WAAP เพื่อป้องกันการโจมตีช่องโหว่ API ได้แบบเรียลไทม์

จุดเด่นของ Imperva API Security คือการออกแบบมาสำหรับใช้ทีม Security ใช้งานโดยเฉพาะ จะไม่มีการแก้ไขหรือยุ่งเกี่ยวกับโค้ดของแอปพลิเคชันใดๆ ทั้งสิ้น แต่ทีม Developer สามารถนำข้อมูลความเสี่ยงของ API ที่ตรวจพบไปใช้ประโยชน์เพื่ออุดช่องโหว่ที่ต้นเหตุอย่างถาวรและปรับปรุง API ให้มั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้นได้

คุณสมบัติที่น่าสนใจของ Imperva API Security ได้แก่

  • อัปเดตการตรวจจับและรับมือกับ Business Logic Abuse อย่างสม่ำเสมอ
  • ประเมินความเสี่ยง API ตาม OWASP Top 10 API Security Risks เช่น BOLA, Broken User Authentication, Excessive Data Exposure รวมถึง Injection Flaws
  • ติดตามการทำงานและพฤติกรรมของ API ได้ในรายละเอียดเชิงลึก
  • ผสานการทำงานร่วมกับ Imperva WAAP เพื่อใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ SSL Decryption ในการตรวจสอบทราฟฟิก API ที่เข้ารหัส และยับยั้งการโจมตีช่องโหว่ API แบบเรียลไทม์
  • สามารถทำงานร่วมกับ API Gateway ชั้นนำ เช่น Kong, Apigee, Azure, AWS, APIM, F5 ได้อย่างไร้รอยต่อ
  • รองรับการทำงานทั้งแบบ SaaS, Hardware/Virtual Appliance, Plug-in และ Container

ดาวน์โหลดเอกสาร Imperva API Threat Report – The Battleground ได้ที่ https://www.imperva.com/resources/resource-library/reports/imperva-api-threat-report/

เพื่อสนับสนุนธุรกิจไทยให้สามารถพัฒนาบริการออนไลน์และแอปพลิเคชันต่างๆ สำหรับให้บริการแก่ลูกค้าในยุคดิจิทัลได้อย่างมั่นคงปลอดภัย Thales จึงได้ร่วมมือกับเหล่าตัวแทนและผู้จัดจำหน่ายในประเทศไทย เปิดให้บริการ Clinic Health-check Programs สำหรับตรวจสุขภาพและประเมินความเสี่ยงระบบ Web Apps และ API ขององค์กรตามมาตรฐานสากล ซึ่งนอกจากจะช่วยให้องค์กรทราบถึงช่องโหว่บน Web Apps แล้ว ยังช่วยให้องค์กรเห็นถึงภาพรวมของ API ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นจำนวน Public & Private API จำนวน API ที่ใช้กับข้อมูลสำคัญอย่าง PII, Financial, Health ไปจนถึง API ที่มีพฤติกรรมสุ่มเสี่ยง และ API ที่ได้รับการปกป้องเรียบร้อยแล้ว เป็นต้น ทีม Security, DevOps และ Developer สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงระบบ Web Apps และ API ให้มีประสิทธิภาพและมั่นคงปลอดภัยยิ่งขึ้นได้

นอกจากนี้ Thales ยังนำเสนอแนวทางปฏิบัติสำหรับการรักษาความมั่นคงปลอดภัย API รวม 10 ขั้นตอน โดยอ้างอิงจากแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย สกมช. และบริษัทที่ปรึกษาชั้นนำอย่าง Gartner, TechTarget และ KuppingerCole ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การค้นหาและจำแนกประเภท API การออกแบบและพัฒนา API อย่างมั่นคงปลอดภัย การตรวจสอบช่องโหว่และประเมินความเสี่ยง คำแนะนำในการพิสูจน์ตัวตนและควบคุมการเข้าถึง การติดตามและเฝ้าระวังพฤติกรรมที่ผิดปกติ การป้องกัน รับมือ และฟื้นฟูการทำงานให้กลับสู่สภาพปกติ ไปจนถึงการกำกับดูแลและดำเนินการให้สอดคล้องกับกฎระเบียบและข้อบังคับต่างๆ

ต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Imperva API Security หรือเข้ารับบริการ Clinic Health-check Programs for Web Apps & API สามารถติดต่อทีม Thales ประจำประเทศไทยได้ที่ https://engage-cybersec.thalesgroup.com/th-collateral-ekiosk.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Google ปล่อย Gemini 4 Argon ให้สมาชิก Pro และ Ultra ใช้งานแล้ว พร้อมโหมดการทำงานใหม่

Google ได้นำโมเดลปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้า Gemini 4 Argon มาให้ผู้ใช้งานแอป Gemini ในระดับ Pro และ Ultra ได้ใช้งานแล้ว หลังจากที่ได้เปิดตัวโมเดลนี้ให้กลุ่มผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ทดสอบใช้งานก่อนล่วงหน้าเป็นเวลา 2 สัปดาห์

Microsoft เปิดตัวโมเดล Decision-1 แยกงานตัดสินใจออกจาก Gen AI ลด Latency และต้นทุนระบบ Agentic AI

Microsoft เปิดตัวโมเดล AI ใหม่ภายใต้ชื่อ Decision-1 ออกแบบมาเพื่อประเมินความน่าจะเป็นของชุดคำตอบที่กำหนดไว้ล่วงหน้า หวังลดภาระงานต่าง ๆ เช่น Routing, Prioritization ไปจนถึงการตรวจสอบผลลัพธ์ของระบบ AI อื่น ๆ …