Anthropic เปิดตัว Claude 3.5 Sonnet เวอร์ชันใหม่ พร้อมฟีเจอร์ควบคุมคอมพิวเตอร์

Anthropic ประกาศอัปเกรด Claude 3.5 Sonnet พร้อมเปิดตัว Claude 3.5 Haiku และเพิ่มความสามารถ Computer Use ในรูปแบบ Public Beta สำหรับนักพัฒนา

Credit: Anthropic

Anthropic ได้อัปเกรด Claude 3.5 Sonnet ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในทุกด้าน โดยเฉพาะด้านการเขียนโค้ด สามารถทำคะแนนในการทดสอบ SWE-bench Verified เพิ่มขึ้นจาก 33.4% เป็น 49.0% สูงกว่าโมเดล AI รายอื่นที่มีอยู่ในปัจจุบัน รวมถึง OpenAI GPT o1-preview ที่สำคัญคือการเพิ่มฟีเจอร์ Computer Use ที่ช่วยให้ AI สามารถควบคุมคอมพิวเตอร์ได้เหมือนมนุษย์ผ่านการมองหน้าจอ, เลื่อนเมาส์, คลิก, และพิมพ์ข้อความ โดยบริษัทชั้นนำอย่าง GitLab รายงานว่าโมเดลใหม่นี้มีประสิทธิภาพในการทำงานด้าน DevSecOps สูงขึ้นถึง 10% โดยไม่มีความล่าช้าเพิ่มขึ้น ปัจจุบันฟีเจอร์ Computer Use ให้บริการแล้วในรูปแบบ Pulic Beta ผ่านทาง API

ในด้านการประเมินผล Claude 3.5 Sonnet ยังแสดงให้เห็นการพัฒนาที่โดดเด่นในการทดสอบ TAU-bench ซึ่งวัดความสามารถในการใช้เครื่องมือ โดยทำคะแนนในโดเมนค้าปลีกเพิ่มขึ้นจาก 62.6% เป็น 69.2% และในโดเมนสายการบินที่ซับซ้อนกว่าเพิ่มขึ้นจาก 36.0% เป็น 46.0% นอกจากนี้ ในการทดสอบ OSWorld ที่ประเมินความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์เหมือนมนุษย์ Claude 3.5 Sonnet ทำคะแนนได้ 14.9% ในโหมด screenshot-only สูงกว่าระบบ AI อันดับสองที่ทำได้ 7.8% และเมื่อได้รับเวลาในการทำงานมากขึ้น สามารถทำคะแนนได้สูงถึง 22.0%

สำหรับ Claude 3.5 Haiku โมเดลใหม่ที่จะเปิดตัวในเดือนนี้ มีความเร็วในการประมวลผลเทียบเท่ารุ่นก่อน แต่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในทุกด้าน สามารถทำคะแนน SWE-bench Verified ได้ 40.6% เหมาะสำหรับการใช้งานในผลิตภัณฑ์ที่ต้องโต้ตอบกับคนและงาน Sub-agent เฉพาะทาง โดยทั้ง Claude 3.5 Sonnet และ Haiku จะให้บริการผ่าน Anthropic API, Amazon Bedrock และ Google Cloud Vertex AI

ที่มา: https://www.anthropic.com/news/3-5-models-and-computer-use

About เด็กฝึกงาน TechTalkThai หมายเลข 1

นักเขียนผู้มีความสนใจใน Enterprise IT ด้วยประสบการณ์กว่า 10 ปีในไทย ปัจจุบันใช้ชีวิตอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่ยังคงมุ่งมั่นในการแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีให้กับทุกคน

Check Also

ทำไม AI ถึงแก้โจทย์คณิตศาสตร์ระดับโลกได้ แต่ยังเอาชนะเกมหมากรุกทุกตาไม่ได้เสียที

AI ในปัจจุบันมีพลังมหาศาล และสามารถสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก ตั้งแต่การแก้โจทย์คณิตศาสตร์ขั้นสูงที่เคยทำให้นักวิชาการแถวหน้าต้องยอมแพ้ ไปจนถึงการจุดประเด็นความกังวลเรื่องการแทนที่มนุษยชาติ แต่คำถามสำคัญเชิงเทคนิคที่หลายคนสงสัยคือ เหตุใด AI จึงยังไม่สามารแก้ทางหมากรุกได้อย่างเบ็ดเสร็จ ทั้งที่มีกติกาตายตัวและข้อมูลเปิดเผยบนกระดานแบบ 100%

เจาะลึกวิกฤตความเชื่อมั่น Data Center ที่เม็ดเงินการลงทุนจำนวนมาก ไม่สามารถจูงใจผู้คนในแต่ละท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกาได้

การขยายขีดความสามารถด้านการประมวลผลกลายเป็นสิ่งจำเป็นของบรรดา Frontier AI ระดับโลก เพราะต่างทุ่มงบประมาณมหาศาลเพื่อเดินหน้าโครงการก่อสร้าง Data Center แต่แนวคิดนี้กลับกำลังเผชิญแรงต้านอย่างรุนแรงในระดับพื้นที่ โดยผลสำรวจล่าสุดในสหรัฐอเมริกาชี้ว่า ประชาชนกว่า 60% ต้องการจำกัดการขยายตัวของ Data Center โดยเฉพาะโครงการที่เตรียมรุกคืบเข้ามาตั้งในชุมชนของตนเอง