หากจะพูดถึงผู้ผลิต Server ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุดในปี 2018 นี้ ก็คงต้องยกให้ HPE เป็นผู้ผลิตที่มีความโดดเด่นสูงมาก จากการที่เปิดตัวสายผลิตภัณฑ์ Server ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดมาค่อนข้างมากทีเดียว ซึ่งหากมีโอกาสทางทีมงาน TechTalkThai ก็จะขอหยิบยกมาแนะนำกันให้ครบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อให้ผู้อ่านมีทางเลือกที่หลากหลายและเหมาะสมกับงานมากขึ้น และในบทความนี้เราก็ขอเริ่มต้นจากการแนะนำ HPE ProLiant Gen10 และ Gen9 รุ่นเรือธงสำหรับการใช้งานในธุรกิจองค์กรกันก่อนครับ
HPE ProLiant Gen10 Server: ชูเรื่องความปลอดภัย และความยืดหยุ่นในการรองรับ Workload ที่หลากหลาย

HPE ProLiant Gen10 Server นี้เปิดตัวมาได้ระยะใหญ่แล้ว และทาง HPE เองก็ได้ใส่นวัตกรรมใหม่ๆ เข้ามาภายใน Server รุ่นนี้นอกเหนือไปจากเพียงแค่การเปลี่ยนมาใช้ CPU ตระกูล Intel Xeon Scalable Processor เท่านั้นด้วย เพื่อให้เหล่าองค์กรและ Data Center นั้นสามารถใช้งาน Server ของ HPE ได้อย่างมั่นใจและคุ้มค่าสูงสุด ดังนี้
มั่นคงปลอดภัยด้วยเทคโนโลยีหลากหลายที่เสริมเข้าไปใน Server
HPE ProLiant Gen10 Server นี้มาพร้อมกับสิ่งที่เรียกว่า HPE Secure Compute Lifecycle ซึ่งจะคอยปกป้อง Server ให้ทำงานได้อย่างมั่นคงปลอดภัยด้วยแนวทางใหม่ๆ ที่หลากหลาก
ภายใน Server ของ HPE ที่มีส่วนประกอบเสริมอย่าง iLO, UEFI, CPLD, Innovation Engine และ Management Engine นั้น Firmware ทั้งหมดของระบบเหล่านี้จะถูกจัดเก็บอยู่ใน HPE Silicon Root of Trust ที่ทำให้มั่นใจได้ว่า Firmware ของระบบเหล่านี้จะไม่ถูกแก้ไขเปลี่ยนแปลง ทำให้การโจมตีหรือความพยายามใดๆ ที่จะแก้ไขโค้ดบน Firmware เหล่านี้เกิดขึ้นได้ยากมาก
อย่างไรก็ดี หากมีการแก้ไขโค้ดบน Firmware เหล่านี้จริงๆ HPE ProLiant Server ก็จะสามารถตรวจพบได้ และทำให้ผู้ดูแลระบบมีทางเลือกด้วยกัน 3 ทาง ได้แก่ การย้อนกลับไปใช้ Firmware รุ่นล่าสุดที่ตรวจพบว่ามั่นคงปลอดภัย, การย้อนกลับไปใช้ Firmware รุ่น Factory Default หรือไม่ทำอะไรกับ Firmware นั้นๆ เลย เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบภัยคุกคามขององค์กรต่อไป
นอกจากนี้ภายใน HPE ProLiant Gen10 Server นี้ก็ยังมี Commercial National Security Algorithm หรือ CNSA ซึ่งเป็นการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่เหนือชั้นยิ่งขึ้นไปกว่า FIPS และเป็นเทคโนโลยีที่ HPE ได้ติดตั้งใช้งานเพียงผู้เดียวอีกด้วย
รองรับ Workload ที่ต้องการความเร็วสูงได้ดีขึ้นด้วย HPE Persistent Memory
HPE Persistent Memory นี้จะเป็นตัวช่วยใหม่ที่ช่วยให้ HPE ProLiant Gen10 Server สามารถรองรับ Workload ที่ต้องการความเร็วสูงได้ดียิ่งขึ้น ด้วยการนำ NVDIMM ขนาดใหญ่ 16GB ต่อชุดมาใช้ทำ Storage Tiering ร่วมกับ Solid State Drive (SSD) ทำให้การเข้าถึงข้อมูลสามารถทำได้ด้วยประสิทธิภาพที่สูงระดับใกล้เคียงกับ DRAM แต่มีความจุสูงเทียบเท่ากับ SSD ในขณะที่ยังมีความทนทานที่ถึงแม้หากเกิดเหตุไฟฟ้าดับข้อมูลก็ไม่สูญหาย เพราะบน NVDIMM นั้นมีแบตเตอรี่สำรองคอยหล่อลี้ยง NVDIMM และทำให้ BIOS สามารถย้ายข้อมูลจาก NVDIMM ไปเขียนลงบน SSD ได้ทันเวลานั่นเอง
เทคโนโลยีนี้ช่วยให้กระบวนการการตรวจสอบและจัดการ Checkpoint ภายใน Application นั้นมีความเร็วสูงขึ้นถึง 27 เท่า และการ Restart Database เองนั้นก็ทำได้เร็วขึ้นถึง 20 เท่า ในขณะที่การกู้คืนข้อมูลต่างๆ ก็ทำได้ด้วยความเร็วมหาศาล และ Application ที่ต้องการความเร็วในการเข้าถึงข้อมูลในระดับสูงนั้น ก็สามารถลดต้นทุนด้าน Hardware ลงไปได้เป็นอย่างดี
Intelligent System Tuning ปรับแต่งทรัพยากรภายใน Server ให้เหมาะสมกับ Workload ได้อย่างง่ายดาย
HPE ProLiant Gen10 Server นี้ยังมาพร้อมกับความสามารถที่มีชื่อว่า Intelligent System Tuning (IST) ซึ่ง HPE ได้ทำการพัฒนาร่วมกับ Intel สร้างเป็น 3 เทคโนโลยีย่อยดังนี้
-
Jitter Smoothing ช่วยให้ Intel Turbo Boost สามารถทำงานได้โดยมี Latency ที่ต่ำลง และมีประสิทธิภาพโดยเฉลี่ยที่สูงขึ้น
-
Workload Matching ช่วยปรับแต่ง BIOS ให้เหมาะสมกับการนำ Server ไปใช้งานเพื่อรองรับ Application ที่แตกต่างกันได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
-
Core Boosting ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของ CPU แต่ละ Core ให้ถึงขีดสุด
จะเห็นได้ว่า HPE นั้นได้นำเสนอนวัตกรรมเฉพาะทางมากมายเพื่อช่วยให้ Server ของตนเองมีความแตกต่างจากคู่แข่งในตลาดมากยิ่งขึ้น ด้วยการทำให้การลงทุนในระบบ Server นั้นมีความคุ้มค่า, ประสิทธิภาพ, ความง่ายดายในการใช้งาน และความมั่นคงปลอดภัยที่สูงขึ้นใน HPE ProLiant Gen10 ทุกรุ่นทั้งหมด
4 Rack Server หลัก สำหรับใช้งานใน Data Center
สำหรับ HPE ProLiant Gen10 Server สำหรับติดตั้งบนตู้ Rack นั้น ก็มีด้วยกัน 4 รุ่นเด่นๆ ดังต่อไปนี้
- HPE ProLiant DL580 Gen10 Server ขนาด 4U ที่รองรับ Intel Xeon Scalable มากถึง 4 CPU, RAM สูงสุด 6TB, NVDIMM 384GB พร้อม SSD/HDD ภายในอีก 48 ชุดที่รองรับ NVMe ได้มากถึง 20 ชุด และระบบเครือข่าย 1/10/25GbE สำหรับ Application ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง, หน่วยความจำมหาศาล และพื้นที่จัดเก็บข้อมูลภายในที่ทั้งรวดเร็วและมีพื้นที่เพียงพอต่อการใช้งาน https://www.hpe.com/us/en/product-catalog/servers/proliant-servers/pip.hpe-proliant-dl580-gen10-server.1010192779.html

Credit: HPE - HPE ProLiant DL560 Gen10 Server ขนาด 2U ที่รองรับ Intel Xeon Scalable มากถึง 4 CPU, RAM สูงสุด 6TB, NVDIMM 384GB พร้อม SSD/HDD ภายในอีก 24 ชุดที่รองรับ NVMe ได้มากถึง 12 ชุด และระบบเครือข่าย 1/10/25GbE สำหรับ Application ที่ต้องการประสิทธิภาพสูง, หน่วยความจำมหาศาล และมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลน้อยลงมา แลกกับพื้นที่ติดตั้งบนตู้ Rack ที่มีขนาดเล็กลง https://www.hpe.com/us/en/product-catalog/servers/proliant-servers/pip.hpe-proliant-dl560-gen10-server.1010026837.html

Credit: HPE - HPE ProLiant DL380 Gen10 Server ขนาด 2U ที่รองรับ Intel Xeon Scalable 2 CPU, RAM สูงสุด 3TB โดยมีจุดเด่นที่สามารถเลือกติดตั้ง Hardware ภายในได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการรองรับ 2.5″ SSD/HDD ได้สูงสุด 30 ชุด, รองรับ 3.5″ SSD/HDD ได้สูงสุด 19 ชุด หรือการรองรับ Double Wide GPU ได้สูงสุด 3 ชุด สำหรับ Application รูปแบบต่างๆ ที่ต้องการ Hardware ภายในแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์การใช้งาน https://www.hpe.com/us/en/product-catalog/servers/proliant-servers/pip.hpe-proliant-dl380-gen10-server.1010026818.html

Credit: HPE - HPE ProLiant DL360 Gen10 Server ขนาด 1U ที่รองรับ Intel Xeon Scalable 2 CPU, RAM สูงสุด 3TB โดยมีจุดเด่นที่การรองรับ NVDIMM ได้ถึง 12 ช่อง ทำให้การออกแบบ Server ขนาดเล็กแต่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อประหยัดพื้นที่บนตู้ Rack สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ https://www.hpe.com/us/en/product-catalog/servers/proliant-servers/pip.hpe-proliant-dl360-gen10-server.1010007891.html

Credit: HPE
3 Tower Server สำหรับใช้งานในธุรกิจขนาดเล็กและกลาง รวมถึงสาขาของธุรกิจใหญ่
ส่วนระบบ Tower Server สำหรับติดตั้งใช้งานภายในออฟฟิศเพื่อรองรับ Application ประสิทธิภาพสูง แต่ยังคงทำงานได้ด้วยเสียงเงียบที่ไม่รบกวนผู้ใช้งานนั้น ก็มีด้วยกัน 3 รุ่นเด่นๆ ดังนี้
- HPE ProLiant ML350 Gen10 Tower Server รุ่นใหญ่สุดของ HPE ที่รองรับ Intel Xeon Scalable 2 CPU, RAM สูงสุด 3TB และยังคงติดตั้ง 2.5″ SSD/HDD ได้มากถึง 24 ชุด, 3.5″ SSD/HDD ได้มากถึง 12 ชุด ทำให้สามารถทำหน้าที่เป็นเครื่องเอนกประสงค์ภายในธุรกิจขนาดเล็ก, ขนาดกลาง ไปจนถึงให้บริการในสาขาของธุรกิจขนาดใหญ่ได้เลย https://www.hpe.com/us/en/product-catalog/servers/proliant-servers/pip.hpe-proliant-ml350-gen10-server.1010192786.html

Credit: HPE - HPE ProLiant ML110 Gen10 Tower Server รุ่นกลางที่รองรับ Intel Xeon Scalable 1 CPU, RAM สูงสุด 192GB เพื่อใช้ในงานขนาดเล็กถึงกลาง https://www.hpe.com/us/en/product-catalog/servers/proliant-servers/pip.hpe-proliant-ml110-gen10-server.1010192782.html

Credit: HPE - HPE ProLiant ML30 Gen9 Tower Server รุ่นเล็กสุดที่ยังคงใช้ Intel Xeon E3-1200 v5/v6 จำนวน 1 ชุด และรองรับ RAM สูงสุด 64GB เพื่อรองรับธุรกิจขนาดเล็กและระบบ IT ขนาดเล็กภายในธุรกิจ https://www.hpe.com/us/en/product-catalog/servers/proliant-servers/pip.hpe-proliant-ml30-gen9-server.1008556812.html

Credit: HPE
เช่าใช้งานได้ ยืดหยุ่นต่อการลงทุนด้วย HPE Pointnext

ในการที่องค์กรจะทำ Digital Transformation ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้น การทำ IT Transformation ควบคู่กันไปด้วยเพื่อให้สามารถรองรับ Application รูปแบบใหม่ๆ ในอนาคตไม่ว่าจะเป็น Cloud-native Application, Hybrid Cloud, Big Data Analytics, AI & Machine Learning, Blockchain ไปจนถึง Edge Data Center เพื่อรองรับ Internet of Things (IoT) ให้ได้นั้นก็ถือเป็นอีกภารกิจสำคัญของแผนก IT ภายในองค์กรเช่นกัน
อย่างไรก็ดี การลงทุนเพื่อสร้าง IT Infrastructure สำหรับรองรับเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้เองก็ย่อมเป็นโจทย์ที่ยากไม่น้อย เพราะในขั้นตอนการทดลองเทคโนโลยีและการลองผิดลองถูกในเชิงการสร้างโมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ เองนั้นก็ถือเป็นสิ่งที่องค์กรสามารถคาดคะเนได้ยาก ดังนั้นในระหว่างที่มีการเปลี่ยนแปลงระบบ IT Infrastructure ในครั้งนี้ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย, เทคโนโลยีปลีกย่อย, การลองผิดลองถูก และกลยุทธ์ใหม่ๆ นั้นก็เป็นสิ่งที่ต้องจัดการให้ดีไปพร้อมๆ กัน
HPE นั้นเข้าใจโจทย์นี้ของเหล่าองค์กรเป็นอย่างดี จึงได้ออกโครงการ HPE Pointnext ที่จะช่วยให้เหล่าองค์กรสามารถลงทุนในระบบ IT Infrastructure ได้ในรูปแบบการเช่าใช้เสมือนกับกำลังเช่าใช้ Cloud แต่มี Hardware ต่างๆ ไปติดตั้งให้ใช้งานถึงภายใน Data Center ของตน และสามารถเพิ่มขยายระบบได้ตามต้องการ เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นสูงสุด รองรับต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของธุรกิจ โดยที่องค์กรนั้นไม่ต้องลงทุนเองทั้งหมด อีกทั้งยังมีบริการด้านการจัดการแก้ไขปัญหา และการออกแบบเพิ่มขยายระบบมาให้พร้อมสรรพแบบ Managed Services ไม่ต้องกังวลเรื่องการเพิ่มทีมงานดูแลระบบ IT อีกต่อไป
โครงการ HPE Pointnext นี้ครอบคลุมทุก Hardware ของ HPE ซึ่งนั่นก็หมายถึงการครอบคลุม HPE ProLiant Server ทั้งหมดและ HPE Storage ทั้งหมดด้วย ดังนั้นการลงทุนใน Data Center ขององค์กรจึงมีทางเลือกทั้งแบบการลงทุนเองทั้งหมดแต่แรก และการเช่าใช้พร้อมบริการ Managed Services ได้ตามต้องการ
สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเต็มๆ เกี่ยวกับ HPE Pointnext สามารถศึกษาข้อมูลได้ที่ https://www.hpe.com/us/en/services.html ทันทีครับ
ติดต่อทีมงาน HPE ได้โดยตรง
สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม หรือต้องการขอใบเสนอราคา สามารถติดต่อทีมงาน HPE ประจำประเทศไทยได้ทันทีที่คุณภูวชิดล อมรเวศ poohwashidol.amornvets@hpe.com หรือโทร +669 4405 9996 หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายและ Partner รายต่างๆ ของ HPE ได้ทันที
ติดตามข่าวสารจาก HPE ได้ที่ https://www.facebook.com/Connecthpetoday/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย







