Dream สตาร์ทอัพด้านปัญญาประดิษฐ์ที่ให้บริการความมั่นคงปลอดภัยแก่รัฐบาลและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ประกาศในวันนี้ว่าระดมทุนได้ 100 ล้านดอลลาร์ ด้วยมูลค่าบริษัท 1.1 พันล้านดอลลาร์ ในรอบ Series B ที่นำโดย Bain Capital Venture

Dream ก่อตั้งขึ้นในปี 2023 โดย Shalev Hulio ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท เขาเป็นที่รู้จักในฐานะผู้ร่วมก่อตั้งและอดีตซีอีโอของ NSO Group บริษัทที่สร้าง Pegasus ซอฟต์แวร์สอดแนมที่สามารถเจาะระบบอุปกรณ์มือถือได้โดยไม่ถูกตรวจพบ Hulio ก่อตั้ง Dream ร่วมกับ Sebastian Kurz อดีตนายกรัฐมนตรีของออสเตรีย หลังจากออกจากตำแหน่งใน NSO และรัฐบาล Hulio และ Kurz ได้นำความเชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยขององค์กรและหน่วยงานระดับชาติมาสร้างบริษัทดังกล่าว
“การโจมตีทางไซเบอร์ที่ซับซ้อนต่อโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเรากำลังเพิ่มขึ้นทั้งในแง่ของความถี่และความซับซ้อน” Kurz กล่าว “ในช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ผมได้เห็นด้วยตาว่าการโจมตีเหล่านี้สามารถสร้างความเสียหายต่อชีวิตมนุษย์และส่งผลกระทบต่อสังคมได้อย่างไร”
เพื่อป้องกันการโจมตีเหล่านี้ Dream ได้พัฒนาแบบจำลอง AI จำนวนมาก รวมถึงโมเดลภาษาขนาดใหญ่ที่ฝึกจากข้อมูลการโจมตีทางไซเบอร์ในอดีต และโมเดลสำหรับตรวจจับความผิดปกติ Hulio กล่าวว่า บริษัทมีแผนจะใช้เงินทุนที่ได้เพื่อพัฒนาโมเดลที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นสำหรับปกป้องโครงสร้างพื้นฐานสำคัญและปรับปรุงชุดโมเดลพื้นฐานที่มีอยู่
บริษัทเปิดเผยว่าได้พัฒนากลุ่มโมเดลภาษารูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “cyber language models” ซึ่งถูกฝึกมาโดยเฉพาะสำหรับงานด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เหตุผลที่ต้องพัฒนาโมเดลเหล่านี้ก็เพราะภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พุ่งเป้าไปยังรัฐบาล โรงพยาบาล โครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน และเป้าหมายอื่น ๆ มีความซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ การทำให้ความมั่นคงปลอดภัยเป็นระบบอัตโนมัติจำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่สามารถจัดการงานที่มีความซับซ้อนสูง ซึ่ง AI ทั่วไปไม่สามารถรับมือได้ และต้องได้รับการฝึกจากข้อมูลจริงที่เกี่ยวข้องกับการโจมตี การทำงานของเครือข่าย และกลยุทธ์ของแฮกเกอร์
Dream ระบุว่า ด้วยการจำลองทั้งสถาปัตยกรรมเครือข่ายป้องกันและพฤติกรรมของแฮกเกอร์ ระบบ AI เชิงคาดการณ์ของบริษัทสามารถจัดการกับภัยคุกคามที่เป็นที่รู้จักได้ทันทีที่เกิดขึ้น และเตรียมพร้อมสำหรับภัยคุกคามที่ยังไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“เราได้ก่อตั้ง Dream ขึ้นมาเพื่อมอบโซลูชันที่สามารถตอบสนองความต้องการของประเทศต่าง ๆ ได้อย่างแท้จริง เพราะมันถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงความต้องการเหล่านั้นตั้งแต่ต้น” Hulio กล่าว
ในอดีต แฮกเกอร์เคยโจมตีและปิดระบบท่อส่งน้ำมันหลักในสหรัฐฯ ผ่านมัลแวร์เรียกค่าไถ่ เช่น การโจมตี Colonial Pipeline ในปี 2021 ล่าสุด แฮกเกอร์ยังสามารถขโมยข้อมูลลูกค้าของ AT&T และเจาะเข้าไปยังสำนักงานรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ดูแลการลงทุนจากต่างชาติที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ หรือที่เรียกว่า CFIUS
หลายการโจมตีเหล่านี้เชื่อว่าถูกดำเนินการโดยกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐ เช่น การโจมตี AT&T ซึ่งสำนักข่าว Reuters รายงานว่าเป็นฝีมือของแฮกเกอร์จากจีน นอกจากนี้ยังมีเครือข่ายโทรคมนาคมอื่น ๆ ที่ถูกโจมตี เช่น Charter Communications, Consolidated Communications, Windstream Holdings, Verizon Communications, Lumen Technologies และ T-Mobile US สำหรับการโจมตี CFIUS ก็เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับกลุ่มแฮกเกอร์ที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนเช่นกัน
แม้ว่าการโจมตีเครือข่ายโทรคมนาคมเหล่านี้จะมุ่งเป้าไปที่ข้อมูลลูกค้าเป็นหลัก แต่การเจาะระบบในลักษณะนี้มักเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจหาช่องโหว่อื่น ๆ ที่อาจนำไปสู่การตัดสัญญาณดิจิทัล การสอดแนมการสื่อสาร และผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติในวงกว้าง
Dream เปิดเผยว่าบริษัทมีแผนจะขยายการดำเนินงานโดยการเปิดสำนักงานใหม่ในภูมิภาคต่าง ๆ รวมถึงสหรัฐอเมริกาและอเมริกาใต้ ทั้งนี้ ปัจจุบัน Dream มีสำนักงานใหญ่ในอิสราเอล และมีสำนักงานในเทลอาวีฟ เวียนนา และอาบูดาบี
ที่มา: https://siliconangle.com/2025/02/17/ai-driven-critical-infrastructure-cybersecurity-startup-dream-raises-100m-1-1b-valuation/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






