[Guest Post] Adobe CC โชว์ของที่งาน IBC อัปเดตฟีเจอร์ล่าสุดของ Adobe Premiere Pro เพิ่มความคล่องตัวให้ฟิล์มเมกเกอร์ สร้าง Storytelling ได้ง่ายขึ้น

จากสถานการณ์ในปัจจุบันทำให้เราจำเป็นที่จะต้องคิดใหม่ทำใหม่ในหลายๆ เรื่อง  คอนเทนต์ครีเอเตอร์ในด้านต่างๆ ตั้งแต่ผู้ออกอากาศรายการ บริการสตรีมมิ่ง ไปจนถึงผู้สร้างวิดีโอโซเชียล กำลังมองหาหนทางใหม่ๆ ในการทำงานเพื่อรองรับความคิดสร้างสรรค์และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรในแวดวงอุตสาหกรรมวิดีโอ  ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว อะโดบีมุ่งมั่นที่จะพัฒนาโซลูชันที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการทำงานและปรับปรุงประสิทธิภาพ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการบอกเล่าเรื่องราวในโลกใบใหม่ที่เราอาศัยอยู่

ที่งาน IBC Showcase และการกลับมาของ Adobe Video World (จัดกิจกรรมผ่านระบบเสมือนจริง) เรามีความยินดีที่จะนำเสนอฟีเจอร์ใหม่ๆ ใน Adobe Premiere Pro เช่น Scene Edit Detection (ขับเคลื่อนด้วย Adobe Sensei) และ HDR for Broadcasters ใน Premiere Pro รวมไปถึงการปรับปรุงประสิทธิภาพสำหรับ Premiere Pro, After Effects และ Audition

นับตั้งแต่ที่เปิดตัวเมื่อต้นปีนี้ มีผู้ใช้ดาวน์โหลดแอปวิดีโอของอะโดบีรุ่นเบต้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอะโดบีเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้สำรวจตรวจสอบเครื่องมือใหม่ๆ และให้คำติชมและข้อเสนอแนะต่างๆ แก่ทีมงานฝ่ายผลิตภัณฑ์  และตอนนี้เรามีแผนที่จะเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ๆ เพิ่มเติมสำหรับรุ่นเบต้าที่เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปได้ทดลองใช้งาน โดย After Effects รุ่นเบต้า ประกอบด้วยเครื่องมือกล้องที่ปรับปรุงดีขึ้น และมี 3D Transform Gizmo ที่ทำงานได้อย่างดีเยี่ยม  นอกจากนั้น ผู้ใช้ Premiere Pro รุ่นเบต้า ยังสามารถทดลองใช้งานฟังก์ชันใหม่ Quick Export ได้อีกด้วย  มีผู้ใช้จำนวนมากสนใจทดลองใช้งานโปรแกรมรุ่นเบต้าของเรากันอย่างกว้างขวางเกินกว่าที่เราคาดการณ์ไว้ และเราได้รับทราบข้อคิดเห็นที่เป็นประโยชน์จากผู้ใช้ ขณะที่เราพยายามพัฒนาปรับปรุงฟีเจอร์มากมายและปรับแต่งฟังก์ชั่นต่างๆ บนผลิตภัณฑ์วิดีโอของเรา

 

ขั้นตอนการทำงานที่ง่ายขึ้นใน Premiere Pro

ทีมงาน Premiere Pro ได้ทำการวิเคราะห์ขั้นตอนการทำงานหรือเวิร์กโฟลว์ตั้งแต่ต้นจนจบ เพื่อระบุส่วนที่จะสามารถเพิ่มความคล่องตัว โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้กับงานตัดต่อและงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง และยังคงเปิดโอกาสให้ผู้ใช้ได้ควบคุมเนื้อหาคอนเทนต์ของตนเองได้อย่างเต็มที่  ตอนนี้ผู้ใช้จะสามารถใช้ประโยชน์จากฟีเจอร์ต่อไปนี้:

  • Scene Edit Detection ช่วยให้ผู้ตัดต่อสามารถค้นหาภาพตัดต่อหรือคัท (Cut) ในวิดีโอที่เคยตัดต่อไว้ก่อนหน้านี้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น โดยอาศัยเทคโนโลยี Adobe Sensei ฟีเจอร์นี้จะเพิ่มเติมคัท (Cut) และมาร์คเกอร์ (Marker) เพื่อให้ผู้ใช้สามารถใส่เอฟเฟ็กต์ให้กับแต่ละช็อต และตัดต่อคอนเทนต์ที่เคยเรนเดอร์ไว้แล้วซ้ำอีกครั้งได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • HDR for Broadcasters ช่วยให้ผู้ใช้ผลิตรายการในรูปแบบ Rec2100 HLG HDR สำหรับการแพร่ภาพ HDR ที่ทันสมัย รวมถึงการแปลงสีอัตโนมัติ, การรองรับขอบเขต HDR, การเขียนทับสเปซสีสำหรับคำอธิบายข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง และการจัดการสีทั้งหมดสำหรับรูปแบบ Apple ProRes และ Sony XAVC Intra
  • Quick Export (ในรุ่นเบต้าสำหรับผู้ใช้ทั่วไป) ช่วยให้เข้าถึงการตั้งค่าการส่งออกที่ใช้เป็นประจำและได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเรียกใช้งานได้อย่างง่ายดายจากแถบเฮดเดอร์ใน Premiere Pro  ผู้ตัดต่อจะสามารถเลือกอินพุตคุณภาพสูง H264 ตามค่าเริ่มต้น โดยใช้การตั้งค่าแหล่งสัญญาณที่ตรงกัน

ปรับปรุงการออกแบบภาพเคลื่อนไหวใน After Effects ให้ทันสมัย

กราฟิกอาร์ทิสต์ใช้ After Effects ในการออกแบบภาพเคลื่อนไหว และการทำงานในรูปแบบ 3 มิติ เริ่มมีบทบาทสำคัญในการผลิตคอนเทนต์ที่ดึงดูดใจสำหรับการออกอากาศรายการและการโฆษณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสิ่งต่างๆ เช่น โฆษณาสินค้าที่ใช้องค์ประกอบดีไซน์ทั้งแบบ 2 มิติและ 3 มิติ  ในการปรับปรุงประสบการณ์ 3 มิติให้ทันสมัย เรากำลังทดสอบฟีเจอร์ต่อไปนี้ของ After Effects รุ่นเบต้า:

  • 3D Transform Gizmos ช่วยให้ผู้ใช้นำทางไปยังส่วนต่างๆ ของฉากได้รวดเร็วและง่ายดายมากขึ้น โดยจะสามารถปรับขนาด จัดวางตำแหน่ง และหมุนเลเยอร์ต่างๆ โดยใช้ที่ปรับ ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าเลเยอร์หรือวัตถุได้ถูกย้ายไปไกลแค่ไหน และถูกหมุนไปกี่องศา  ผู้ใช้จะสามารถสลับระหว่างโหมดกลไกต่างๆ เพื่อโฟกัสที่งานเดียวและทำการปรับเปลี่ยนอย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ 
  • เครื่องมือควบคุมกล้องได้ถูกออกแบบใหม่ ช่วยให้ศิลปินสามารถนำทางไปยังส่วนต่างๆ ในพื้นที่ มิติได้อย่างง่ายดายและยืดหยุ่น  Default Scene Camera จะเพิ่มความคล่องตัวในการจัดฉาก  การเพิ่มเติมกล้องหลายตัวให้กับฉากจะแสดงมุมมองที่หลากหลาย และช่วยให้สามารถหมุนกล้อง แพน และเคลื่อนกล้องไปรอบๆ วัตถุได้อย่างง่ายดาย โดยใช้แป้นลัดบนคีย์บอร์ดที่สามารถตั้งค่าได้ตามต้องการ

 

ปรับปรุงประสิทธิภาพสำหรับแอปพลิเคชันต่างๆ

  • ProRes multicam performance ใน Premiere Pro จะรองรับสตรีมได้มากขึ้น 2 เท่า ช่วยเร่งขั้นตอนการตัดต่อด้วยฟอร์แมตที่ใช้งานอย่างกว้างขวางนี้
  • เอฟเฟ็กต์ Channel ถูกเร่งความเร็วด้วย GPU จึงแสดงผลได้เร็วขึ้น 1.65 เท่าใน After Effects  เอฟเฟ็กต์ที่ว่านี้รวมถึง Minimax, Shift Channels, Set Channels และ Channel Combine
  • พรีวิว OpenEXR สำหรับไฟล์หลายส่วนและหลายแชนเนล ทำงานได้เร็วขึ้น 3 เท่าใน After Effects (ส่วนปรับปรุงนี้ถูกรวมไว้ในอัพเดตเมื่อสิงหาคมของ After Effects)
  • การสแกนเอฟเฟ็กต์รวดเร็วขึ้นสำหรับปลั๊กอิน VST3 และ VST2 ใน Audition จึงเริ่มต้นทำงานได้เร็วขึ้นสำหรับผู้ที่ใช้ปลั๊กอินเสียงของบริษัทอื่น  การสแกนเอฟเฟ็กต์เร็วขึ้น 15 เท่าบน macOS และเร็วขึ้น 10 เท่าบน Windows

รีลีสในวันนี้เปิดให้ดาวน์โหลดผ่านทางโปรแกรมเดสก์ท็อป Creative Cloud ทั้งในส่วนของรุ่นเวอร์ชั่นรีลีสและรุ่นเบต้าสำหรับผู้ใช้ทั่วไป

ระบบนิเวศน์พาร์ทเนอร์ของอะโดบียังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยมีการรวมเวิร์กโฟลว์แบบใหม่และแบบปรับปรุงที่หลากหลายสำหรับ Premiere Pro, After Effects  และ  Audition ข้อมูลเกี่ยวกับการบูรณาการระบบและเครื่องมือล่าสุดของพาร์ทเนอร์ที่จัดแสดงในงาน IBC Showcase สามารถดูได้จาก เครื่องมือค้นหาพาร์ทเนอร์ด้านวิดีโอและเสียงของอะโดบี

 

เกี่ยวกับ อะโดบี

อะโดบีเปลี่ยนโลกผ่านประสบการณ์ด้านดิจิทัล ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.adobe.com



About Maylada

Check Also

Tableau & AWS Webinar: ใช้ประโยชน์จากพลังของโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลแบบคลาวด์อันทันสมัย [27 ต.ค. 2020 เวลา 10.00น.]

TechTalkThai ขอเรียนเชิญ Chief Data Officer, Data Scientist, Data Analyst, Data Engineer, IT Manager, ผู้ดูแลระบบ IT และผู้ที่สนใจทุกท่าน เข้าร่วมฟัง Tableau & AWS Webinar ในหัวข้อเรื่อง "ใช้ประโยชน์จากพลังของโปรแกรมวิเคราะห์ข้อมูลแบบคลาวด์อันทันสมัย" เพื่อทำความรู้จักกับภาพรวมของการวิเคราะห์ข้อมูลในธุรกิจองค์กรอย่างครบวงจรบน Cloud ด้วยเครื่องมือจาก Amazon Web Services (AWS) และ Tableau ในวันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2020 เวลา 10.00 – 11.00 น. โดยมีกำหนดการและวิธีการลงทะเบียนดังนี้

Microsoft เปิดตัว Azure Space รุกสู่ธุรกิจอวกาศ พร้อมเผยความร่วมมือกับ SpaceX

Microsoft ได้ออกมาประกาศเปิดตัวถึงการนำบริการ Microsoft Azure ไปสู่อุตสาหกรรมด้านอวกาศภายใต้ชื่อ Azure Space พร้อมเผยถึงความร่วมมือกับ SpaceX ในการบริการด้านโครงข่ายเชื่อมต่อ Cloud