ตอบโต้ภัยคุกคามอย่างมืออาชีพ ด้วย 6 ขั้นตอนสำคัญ

บทความนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการตอบสนองต่อภัยคุกคามเมื่อมีการตรวจพบการโจมตีหรอืมัลแวร์บนระบบเครือข่าย ผู้ดูแลระบบควรพึงระลึกไว้เสมอว่า ระบบของตนมีความเสี่ยงที่จะถูกโจมตีตลอดเวลา ดังนั้นจึงควรมีสติ และรับมืออย่างเป็นระบบ SANS สถาบันอบรบด้านความปลอดภัยของข้อมูลและความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ ได้อธิบายถึง 6 ขั้นตอนสำคัญในการตอบโต้ภัยคุกคาม ดังนี้

  1. เตรียมความพร้อม – เตรียมคนและระบบ IT ให้พร้อมรับมือกับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นได้
  2. ระบุภัยคุกคาม – จำแนกให้ชัดเจนว่า สิ่งไหนคือ “Security Incident” หรือเหตุการณ์ที่เรียกได้ว่าเป็นภัยคุกคามต่อระบบ สิ่งไหนคือเหตุการณ์ที่ปล่อยไปได้โดยไม่ต้องสนใจ
  3. กักกัน – เมื่อตรวจพบภัยคุกคามแล้ว ต้องทำการกักกันระบบ ณ ตำแหน่งนั้นๆเพื่อไม่ให้ภัยคุกคามขยายวงกว้างต่อไปได้
  4. กำจัด – ค้นหาและทำลายต้นตอของปัญหา เช่น นำระบบที่ได้รับผลกระทบออกจากการใช้งาน แล้วจัดการคลีนมัลแวร์ หรืออุดช่องโหว่ เป็นต้น
  5. ฟื้นฟู – นำระบบที่ได้รับผลกระทบที่ได้ผ่านการ “กำจัด”​ เรียบร้อยแล้วกลับเข้าสู่การใช้งานปกติ แล้วคอยติดตามพฤติกรรมอย่างใกล้ชิด
  6. เรียนรู้จากประสบการณ์ – จดบันทึก ตรวจสอบ และวิเคราะห์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับสมาชิกในทีม เพื่อที่จะได้รับมือกับเหตุการณ์คล้ายๆกันที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น
techtalkthai_stop_process
Credit: ShutterStock

เปลี่ยนนิยามเรื่องความสำเร็จในการป้องกันเสียใหม่

ความสำเร็จในการป้องกันภัยคุกคามมีหลายระดับ คนส่วนใหญ่มักหลงไปกับวาทกรรมที่ว่า แฮ็คเกอร์โจมตีเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ขอแค่สำเร็จเพียงครั้งเดียว ก็จะเจาะเข้าระบบได้ทันที ตรงข้ามกับผู้ดูแลระบบ ต่อให้ป้องกันการโจมตีได้สักกี่ครั้ง แต่ถ้าพลาดเพียงครั้งเดียวก็เป็นอันจบเช่นกัน … คำกล่าวนี้ไม่ได้เป็นจริงเสมอไป

การโจมตีไม่ใช่เรื่องที่ถ้าพลาดแล้วก็พลาดเลย กล่าวคือ ก่อนที่แฮ็คเกอร์จะโจมตีได้สำเร็จ ต้องผ่านขั้นตอน วิธีการที่หลากหลาย การที่จะทำให้ระบบป้องกันมองไม่เห็น หรือตรวจจับไม่ได้นั้น แฮ็คเกอร์จำเป็นต้องเดินหมากอย่างรอบคอบ ถ้าเป้าหมายสามารถตรวจจับการโจมตีได้แม้เพียงครั้งเดียว เป็นไปได้ที่การโจมตีอื่นๆที่เหลือจะถูกตรวจพบและล้มเหลวไปในที่สุด

สรุปคือ เราไม่จำเป็นต้องตรวจจับได้หมดทุกอย่างขณะที่ถูกโจมตี ขอเพียงแค่สามารถตรวจจับและชี้ชัดการโจมตีเพียงส่วนหนึ่งได้อย่างถูกต้อง ก็สามารถหยุดยั้งการโจมตีทั้งหมดได้ แค่นี้ก็เรียกว่าป้องกันภัยคุกคามได้สำเร็จแล้ว

อย่าตื่นกลัว ต้องมีสติตลอดเวลา

วิธีการบุกรุกโจมตีระบบมีมากมายหลายรูปแบบ การคาดหวังว่าจะรู้เท่าทันแฮ็คเกอร์ได้หมดทุกรูปแบบนั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ในชีวิตจริง สิ่งสำคัญที่สุดในการตอบโต้ภัยคุกคามคือ ต้องสามารถรับมือกับทุกสถานการณ์ได้ โดยเกิดความเสียภายในวงจำกัด ซึ่งจะช่วยให้ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูระบบได้เหมือนเดิม

แฮ็คเกอร์ก็มีข้อจำกัดเช่นกัน

แฮ็คเกอร์ส่วนใหญ่มีข้อจำกัดด้านสกิลและการเงิน ส่งผลให้แฮ็คเกอร์มักทุ่มเทกับการแฮ็คโดยใช้ความพยายามและทรัพยากรในการเจาะระบบให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ดังนั้น ยิ่งเราจัดการอุดช่องโหว่ และขจัดประเด็นเรื่องความความเสี่ยงได้มากเท่าไหร่ แฮ็คเกอร์ก็ยิ่งจำเป็นต้องยกระดับการโจมตีให้สูงขึ้น ซึ่งถ้าบริษัทเราไม่ใช่เป้าหมายโดยตรงของแฮ็คเกอร์แล้ว แฮ็คเกอร์ส่วนใหญ่ก็จะเปลี่ยนใจไปหาเป้าหมายใหม่ที่ง่ายยิ่งกว่า แทนที่จะทนอยู่กับการเจาะระบบที่ต้องเสียทั้งเงิน ทั้งเวลา

Credit: ShutterStock
Credit: ShutterStock

ที่มา: http://www.informationsecuritybuzz.com/isb-promotion/how-to-build-a-successful-incident-response-plan/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

🚀 อบรมฟรี! เจาะลึก Power BI จับมือทำ Dashboard แบบ Real-time ด่วน รับจำกัด 40 สิทธิ์

JobPrompt เปิดตี้ชวนอัปสกิล Data! กับงาน “JobPrompt Power BI Workshop” ใครที่อยากเปลี่ยนข้อมูล Excel ให้เป็น Dashboard แบบมือโปร ต้องห้ามพลาดงานนี้! JobPrompt …

NCSA ร่วมกับ Veeam ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Data Trust ในยุค AI” [4 ส.ค. 2569 — 14.00น.]

NCSA ร่วมกับ Veeam ขอเชิญทุกท่านเข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์ในหัวข้อ “Data Trust ในยุค AI” เพื่อเรียนรู้กับการป้องกันไม่ให้ข้อมูลสำคัญขององค์กรหรือหน่วยงาน รั่วไหลไปกับการใช้งาน AI Agent ที่มีความรวดเร็วและซับซ้อนขึ้นเรื่อยๆ ด้วยมาตรการต่างๆ เช่น …