4 เทรนด์สำหรับ Software Engineering ในปี 2020

Thenextweb ได้เผยถึง 4 เทรนด์ด้าน Software Engineering ซึ่งหากใครไม่อยากตกรถไฟสามารถติดตามกันได้ว่ามีอะไรใหม่ๆ ที่จะเข้ามาในปีหน้าบ้างครับ

1.IoT

สำนักไหนก็ทายว่า IoT จะเพิ่มปริมาณมากขึ้นในหลายปีถัดจากนี้เพราะมี Use Cases เกิดขึ้นมากมาย ซึ่งทำให้ต้องการงานพัฒนาซอฟต์แวร์ในด้านนี้ตามมาแน่นอน อย่างไรก็ตามยังเกี่ยวพันถึงความรู้ด้าน Data Analytics และ Cloud Computing ด้วย

2.Passwordless Authentication

การยืนยันตัวตนด้วยรหัสผ่านประจักษ์ชัดแล้วว่าไม่มั่นคงปลอดภัยเพียงพอ ด้วยเหตุนี้นักพัฒนาควรจะศึกษาและนำเทคโนโลยีอื่นๆ มาใช้ในการยืนยันตัวตนเช่น OAuth และ Bio-metric ต่างๆ

3.Mixed Reality

Augmented Reality และ Virtual Reality ได้รับความนิยมมากขึ้นไม่จำกัดแค่ในเรื่องสื่อบันเทิงเท่านั้น เพราะบางประเทศยังนำไปใช้ในการฝึกทหารด้วย ซึ่ง Mixed Reality เกิดจากการผสมผสานระหว่าง AR และ VR เข้าด้วยกัน ดังนั้นนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไม่ควรมองข้ามโอกาสใหม่ด้านนี้

4.Robotics Process Automation

RPA ทำให้กระบวนการทำงานซ้ำเดิมเกิดขึ้นได้อย่างอัตโนมัติโดยใช้บอท ซึ่งเป็นประโยชน์มากสำหรับองค์กรให้พนักงานนำเวลาที่เหลือไปทำงานอื่นๆ ที่มีประโยชน์มากกว่า ทั้งนี้โซลูชันนี้ก็คือการใช้ผ่านเครื่องมือที่องค์กรคาดหวังในความเก่งขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นโอกาสในงานพัฒนาซอฟต์แวร์เช่นกัน

ที่มา :  https://thenextweb.com/syndication/2019/12/18/3-trends-that-will-shape-software-engineering-in-2020/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

ขอเชิญร่วมงาน DevSecOps Meetup: Build and Govern Agentic AI in Production with Gemini Enterprise Agent Platform | 30 Jun 2026 @ตึกพหลโยธินเพลส ชั้น 35

DevSecOps Community Thailand ร่วมกับ Ingram Micro, Google Cloud, Opsta และ TechTalkThai ขอเรียนเชิญชาว IT ในธุรกิจองค์กรที่สนใจเทคโนโลยี DevSecOps …

Gartner เตือนการใช้พลังงาน Datacenter โต 26% เสี่ยงชนกำแพงพลังงานภายในปี 2030

Gartner เผยการใช้พลังงานของ Datacenter ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตขึ้น 26% ในปีนี้จากภาระงาน AI และเตือนว่ากริดไฟฟ้าอาจไม่สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้ภายในปี 2030