Xiaomi ยืนยัน ไม่ได้เกี่ยวข้องใดๆ กับกองทัพจีน

หลังจากที่กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ เพิ่มรายชื่อ Xiaomi บริษัทผลิตฮาร์ดแวร์ยักษ์ใหญ่ของจีน เข้าไปยังลิสต์รายชื่อบริษัทของกองทัพจีนคอมมิวนิสต์เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุด Xiaomi ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธความเกี่ยวข้องใดๆ กับกองทัพแล้ว

Credit: ShutterStock.com

Xiaomi ระบุในแถลงการณ์ว่า “บริษัทฯ ยืนยันว่า บริษัทฯ ไม่ได้ถูกเป็นเจ้าของ ถูกควบคุม หรือมีความเกี่ยวข้องใดๆ กับกองทัพจีน และไม่ได้เป็น ‘บริษัทของกองทัพจีนคอมมิวนิสต์’ ตามที่ NDAA (พระราชบัญญัติการอนุญาตป้องกันประเทศ) นิยาม”

Xiaomi ยังยืนยันอีกว่าทางบริษัทฯ ได้ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ ทั้งยังกำชับอย่างชัดเจนว่า บริษัทให้บริการผลิตภัณฑ์และเซอร์วิสสำหรับใช้งานตามบ้านและสำหรับองค์กรธุรกิจเท่านั้น

นอกจากนี้ Xiaomi แล้ว ยังมีบริษัทสัญชาติจีนอีกหลายรายที่ถูกสหรัฐฯ เพิ่มชื่อว่าเป็นบริษัทของกองทัพจีนคอมมิวนิสต์ ได้แก่ Advanced Micro-Fabrication Equipment, Luokong Technology, Beijing Zhongguancun Development Investment Center, Gowin Semiconductor, Grand China Aie, Global Tone Communication, China National Aviation Holding company และ Commercial Aircraft Corporation of China

จากการเพ่ิมชื่อนี้ ทำให้สหรัฐฯ ไม่สามารถทำการค้าหรือลงทุนในบริษัทเหล่านี้ได้อีกต่อไป และจำเป็นต้องยกเลิกการทำการค้ากับบริษัทที่ถูกเพิ่มชื่อเข้าไปใหม่ภายใน 60 อัน

ที่มา: https://www.zdnet.com/article/xiaomi-denies-any-ties-with-chinese-military/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

ขอเชิญร่วมงาน DevSecOps Meetup: Build and Govern Agentic AI in Production with Gemini Enterprise Agent Platform | 30 Jun 2026 @ตึกพหลโยธินเพลส ชั้น 35

DevSecOps Community Thailand ร่วมกับ Ingram Micro, Google Cloud, Opsta และ TechTalkThai ขอเรียนเชิญชาว IT ในธุรกิจองค์กรที่สนใจเทคโนโลยี DevSecOps …

Gartner เตือนการใช้พลังงาน Datacenter โต 26% เสี่ยงชนกำแพงพลังงานภายในปี 2030

Gartner เผยการใช้พลังงานของ Datacenter ทั่วโลกมีแนวโน้มเติบโตขึ้น 26% ในปีนี้จากภาระงาน AI และเตือนว่ากริดไฟฟ้าอาจไม่สามารถรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้ภายในปี 2030