ใครคือผู้ได้รับผลกระทบจากกฏหมาย GDPR

กฏหมาย GDPR กำลังจะถูกใช้ในกลุ่มประเทศ EU ประมาณกลางปี 2018 โดยเรื่องนี้มีผู้ได้ผลกระทบไม่น้อย วันนี้เราจึงสรุปบทความที่นำเสนอถึงมุมมองว่า GDPR นั้นมีผลกระทบอย่างไร จริงๆแล้วใครมีผลกระทบบ้างและบริษัทหรือผู้ให้บริการ Cloud มีการรับมือกับกฏหมายนี้อย่างไร ซึ่งแม้แต่ในประเทศเราเองหากท่านใดที่มีการทำธุรกิจกับกลุ่มประเทศใน EU หรือมีการใช้ Cloud ในโซนนั้นก็ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน

ส่วนนึงที่สำคัญมากกับกฏหมายนี้คือคำว่า ‘Data Localization‘ ซึ่งอ้างถึงการเก็บข้อมูลต้องอยู่ภายในภูมิภาคหรือประเทศเดียวกันกับที่ๆ ข้อมูลนั้นเกิดขึ้น ซึ่งประเทศอย่าง จีน เยอรมัน สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอแลนด์ รัสเซีย อินโดนีเซีย แคนย่า แทนซาเนีย และอีกหลายประเทศสามารถผ่านคำสั่งนี้ก่อนปี 2018 แล้ว อันที่จริงแล้ว GDPR ได้กล่าวถึงการที่ข้อมูลส่วนบุคคลจะสามารถถูกส่งไปในประเทศนอก EU ซึ่งมีระดับการปกป้องที่ได้รับการรับรองแล้วเท่านั้น หากองค์กรใดมีข้อสงสัยแม้เพียงน้อยนิดต่อปลายทางนั้นก็ไม่สามารส่งข้อมูลไปที่นั่นได้ เนื่องด้วยบทปรับอันแสนแพงหลายองค์กรจึงต้องทำให้แน่ใจว่าข้อมูลของลูกค้าจะไม่ออกไปนอก EU รวมถึงประเทศที่ข้อมูลนั้นเกิดขึ้นด้วย นอกจากนี้ภายในกฏหมาย GDPR ยังมีนิยามคำว่า ‘Data Controller’ และ ‘Data Processor’ ที่ต้องเข้าใจดังนี้

  • Data Controller หมายถึง บุคคล ผู้มีอำนาจสาธารณะ บริษัทตัวแทนหรือบุคคลอื่นใดไม่ว่าจะเป็นบริษัทเดียวหรือมีส่วนร่วมกัน ที่มีสามารถกำหนดจุดประสงค์และหนทางก็การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ยกตัวอย่างเช่น หน่วยงานรัฐบาล องค์กรอาสาสมัครต่างๆ กลุ่มบริษัทค้าขาย สถาบัน หรือโรงพยาบาลต่างๆ ที่มีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้องค์กรกว่า 80% ทั่วโลกตกอยู่ในกลุ่มนี้
  • Data Processor หมายถึง บุคคล ผู้มีอำนาจสาธารณะ บริษัทตัวแทนหรือบุคคลอื่นใด ที่ทำการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบตัวแทนของกลุ่ม Controller ยกตัวอย่างเช่น  บริษัทที่บัญชี บริษัทวิจัยทางการตลาด และ Cloud Service provider ล้วนตกอยู่ในกลุ่มนี้ทั้งสิ้น

*ตัวอย่างเพิ่มเติมหากองค์กรของคุณควบคุมและมีส่วนรับผิดชอบกับข้อมูลส่วนบุคคลที่ถืออยู่ บริษัทของคุณคือ Data Controller ในทางกลับกันถ้าบริษัทของคุณถือข้อมูลส่วนบุคคลอยู่แต่มีองค์กรอื่นทำหน้าที่ตัดสินใจและรับผิดชอบสิ่งที่เกิดขึ้นกับข้อมูลบริษัทอื่นนั้นจะกลายเป็น Data Controller และบริษัทของคุณคือ Data Processor

ถึงแม้ Public Cloud จะมีผลประโยชน์มากมายต่อองค์กรผู้ใช้งานแต่มันยังขาดความสามารถในการมองเห็นหรือทราบว่าข้อมูลถูกเก็บที่ไหน อย่างไร รวมถึงการใช้งานว่ามีการประมวลผลอย่างไร นี่คือสิ่งที่ GDPR มองว่าเป็นปัญหา ดังนั้นบริษัทข้ามชาติที่มีการใช้งาน Cloud ต้องมั่นใจว่าข้อมูลส่วนบุคคลนั้นจะไม่เล็ดลอดออกไปจากขอบเขตที่กำหนดไว้ มิเช่นนั้นทั้งองค์กรและบริการ Cloud นั้นถือว่าละเมิดกฏหมาย ด้วยเหตุนี้เองตอนนี้ผู้ให้บริการ Cloud รายหลักๆ จึงเริ่มขยายโครงสร้างพื้นฐานของตนออกไปทั่ว EU เพื่อให้เข้ากับกฏหมายนี้

ส่วนบริษัทที่เล็กลงมาและไม่มีทรัพยากรที่จะขยายตัวได้อย่างรายใหญ่ ก็อาจจะจับมือกับผู้ให้บริการ Cloud เพื่อให้สามารถผ่านกฏหมายนี้ไปให้ได้ ในส่วนของผู้ใช้งาน Cloud ระดับองค์กรเองเราคาดหวังว่าจะเรียกร้องไปยังผู้ให้บริการ Cloud ของตนเพื่อสร้างความสามารถในการมองเห็นว่าข้อมูลองค์กรนั้นถูกเก็บหรือมีการจองพื้นที่ใช้งานอย่างไร หรือองค์กรอาจมีกลยุทธ์การใช้งาน Cloud หลายๆ เจ้า (Multi-Cloud) ที่จะทำให้องค์กรสามารถมีตัวเลือกในประเทศที่ต้องการผ่านกฏหมายและถ่วงดุลย์กันเพื่อจะสามารถย้ายค่ายได้หากผู้ให้บริการรายใดเกิดปัญหาหรือมีความเสี่ยงขึ้น

ที่มา : https://www.scmagazine.com/gdpr-and-data-localization-the-significant-and-often-unforeseen-impact-on-the-cloud/article/718552/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center บน Defender ยกเครื่อง SOC รองรับ AI Agent

Microsoft เปิดตัว Integrated Security Operations Center (ISOC) บน Microsoft Defender พร้อมย้ายความสามารถด้าน SIEM จาก Microsoft Sentinel …

[วีดีโอย้อนหลัง] SendQuick Webinar : Identity Under Attack “ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย และวิธีป้องกันด้วย MFA”

เรื่อง MFA กำลังเป็นประเด็นใหญ่ โดยเฉพาะกับหน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ซึ่งวันนี้ได้เริ่มประกาศบังคับใช้เป็นข้อบังคับพื้นฐานแล้วในประกาศจาก สกมช. โดยใครที่พลาด SendQuick Webinar เรื่อง “Identity Under Attack : ถอดบทเรียนการโจมตีในไทย …