[Guest Post] วีเอ็มแวร์ เปิดตัวเทคโนโลยี 5G และ Edge สุดล้ำ ผลักดัน เอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ศักราชใหม่ของการขับเคลื่อนโดยนวัตกรรม

โซลูชัน 5G Telco Cloud รองรับ Cloud Native หนุนภาคธุรกิจให้สามารถใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้ดียิ่งขึ้น ภายใต้ระบบเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นคลาวด์และโมบายล์ในภูมิภาคนี้

 

 

สิงคโปร์ – บริษัท วีเอ็มแวร์ (NYSE: VMW) เปิดตัว 5G Telco Cloud Platform ซึ่งจะช่วยเสริมศักยภาพแก่ผู้ให้บริการสื่อสาร (Communication Service Provider – CSP) เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น สำหรับนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย 5G ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ทั้งนี้ 5G Telco Cloud Platform ของวีเอ็มแวร์เป็นโซลูชันที่เน้นใช้งานระบบคลาวด์ ขับเคลื่อนด้วยโครงสร้างพื้นฐานแบบคลาวด์เนทีฟที่เปี่ยมด้วยประสิทธิภาพในระดับผู้ให้บริการโทรคมนาคม ช่วยให้ CSP สามารถรองรับการประยุกต์ใช้งานเทคโนโลยีแห่งอนาคต ครอบคลุมทั่วทั้งภูมิภาค

เป็นที่คาดการณ์ว่าระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมีมูลค่า 3 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2568[1] ด้วยเหตุนี้องค์กรต่างๆ ในภูมิภาคจึงเดินหน้าดำเนินการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางธุรกิจ ควบคู่ไปกับการปรับตัวให้สอดรับกับความต้องการของลูกค้าซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการใช้งานระบบคลาวด์และ โมบายเฟิร์สเพิ่มมากขึ้น  เนื่องจากองค์กรธุรกิจต่างๆ คาดหวังว่า 5G จะช่วยกระตุ้นการเติบโต ดังนั้น CSP ในภูมิภาคนี้จึงต้องการเครือข่ายที่ผ่านการพิสูจน์การใช้งานจริง และขับเคลื่อนด้วยระบบคลาวด์ที่ทันสมัย มอบความเร็วและความคล่องตัวพร้อมด้วยประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และคุณภาพในระดับผู้ให้บริการโทรคมนาคม  แพลตฟอร์มมัลติคลาวด์ที่ของวีเอ็มแวร์ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วในการเปิดใช้งานเครือข่าย 5G ทั้งยังช่วยให้ CSP สามารถปรับใช้หลักการแบบCloud Nativeและนำเสนอแอปพลิเคชันและบริการที่แปลกใหม่ออกสู่ตลาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นจากองค์กรธุรกิจในภูมิภาคนี้

 

 

มร. ซันเจย์ เค. เดชมุคห์ รองประธานและกรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเกาหลี วีเอ็มแวร์ กล่าวว่า “วีเอ็มแวร์มุ่งมั่นที่จะนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีคลาวด์สำหรับบริการโทรคมนาคมและระบบประมวลผล Edge เพื่อแก้ไขปัญหาท้าทายที่ลูกค้าต้องเผชิญในปัจจุบัน และช่วยให้ลูกค้าได้รับประโยชน์จากโอกาสทางธุรกิจในอนาคต Telco Cloud Platform ของวีเอ็มแวร์รองรับเทคโนโลยีแบบCloud Nativeดังนั้น CSP จึงสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้รวดเร็วมากขึ้น เพื่อนำเสนอแอปพลิเคชันและบริการใหม่ๆ ลดความยุ่งยากซับซ้อนในการดำเนินงาน และประหยัดค่าใช้จ่ายโดยรวมในการดูแลรักษาระบบ จึงช่วยให้สามารถเปิดใช้งานเครือข่าย 5G ได้รวดเร็วมากขึ้น และผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”

Telco Cloud Platform ของวีเอ็มแวร์ผสานรวม VMware Telco Cloud Infrastructure เป็นวิวัฒนาการล่าสุดของโซลูชัน vCloud NFV และ VMware Telco Cloud Automation ซึ่งเป็นระบบงานอัตโนมัติสำหรับการผนวกรวมระบบแบบมัลติโดเมน Telco Cloud Platform พร้อมรองรับ 5G โดยได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มความสะดวกให้แก่ CSP สามารถปรับใช้เทคโนโลยีแบบCloud Nativeและนำเสนอแอปพลิเคชั่นและบริการบนโครงสร้างพื้นฐานมัลติคลาวด์  เนื่องจาก CSP มีการพัฒนาเปลี่ยนย้ายจากเครือข่าย NFV ไปสู่เครือข่ายแบบคลาวด์เนทีฟที่ใช้คอนเทนเนอร์ ดังนั้น วีเอ็มแวร์จึงได้พัฒนาโซลูชัน VMware vCloud NFV ไปเป็น Telco Cloud Infrastructure ซึ่งจะช่วยให้ CSP ได้รับแพลตฟอร์มแบบครบวงจรที่มีความสอดคล้องกันสำหรับทั้ง Virtual Network Function (VNF) และ Cloud Native Network Function (CNF) โดยครอบคลุมเครือข่ายทั้งหมดของผู้ให้บริการโทรคมนาคม  Telco Cloud Infrastructure ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการนำเสนอบริการเครือข่าย โดยมีการปรับปรุงเทคโนโลยีสำหรับผู้ให้บริการโทรคมนาคมโดยเฉพาะ ทั้งยังรองรับระบบคลาวด์แบบกระจาย (Distributed Cloud) และสามารถปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น และให้ประสิทธิภาพที่เหนือกว่าสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและผู้ใช้ในองค์กร ส่วนปรับปรุงที่มุ่งเน้นการใช้งานด้านโทรคมนาคมเหล่านี้จะช่วยให้ CSP ได้รับความเร็วและความคล่องตัวในระดับเว็บ พร้อมด้วยประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และคุณภาพในระดับผู้ให้บริการโทรคมนาคม

Telco Cloud Automation ของวีเอ็มแวร์บูรณาการเข้ากับ Telco Cloud Infrastructure โดยทำหน้าที่จัดการฟังก์ชันและบริการต่างๆ โดยอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการดำเนินงานและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด นอกจากนี้ Telco Cloud Automation ยังรองรับการจัดการแบบอัตโนมัติสำหรับโครงสร้างพื้นฐานและคอนเทนเนอร์ในรูปแบบบริการ (Containers-as-a-Service – CaaS) จึงช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการกำหนดเวิร์กโหลด และการจัดสรรทรัพยากรโครงสร้างพื้นฐานอย่างเหมาะสม  ยิ่งไปกว่านั้น ยังเพิ่มความสะดวกในการขยายเครือข่าย 5G และเครือข่าย Edge ของผู้ให้บริการโทรคมนาคม ด้วยการตั้งค่าการเชื่อมต่อแบบอัตโนมัติ (Zero-Touch Provisioning – ZTP) เมื่อต้องการขยายขีดความสามารถ

เพื่อให้ CSP ปรับใช้ฟังก์ชันและบริการเครือข่ายได้รวดเร็วมากขึ้น ล่าสุดวีเอ็มแวร์จึงได้ขยายโครงการ Ready for Telco Cloud เพื่อเพิ่มเติมการสนับสนุนสำหรับ VMware Telco Cloud Automation  และพร้อมกันกับการเปิดตัว VMware Telco Cloud Platform วีเอ็มแวร์ได้ขยายโครงการดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถปรับใช้ฟังก์ชั่นเครือข่ายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยขอบเขตของโครงการนี้ขยายไปสู่ฟังก์ชันเครือข่ายที่ใช้คอนเทนเนอร์ รวมไปถึงเวิร์กโหลดบนระบบคลาวด์เนทีฟของวีเอ็มแวร์ และระบบงานอัตโนมัติที่เกี่ยวข้อง  ทั้งนี้ CSP จะมั่นใจได้ว่าฟังก์ชันเครือข่ายที่ผ่านการรับรองจะสามารถติดตั้งใช้งานบน VMware Telco Cloud Platform ได้อย่างฉับไวมากขึ้น ทั้งยังช่วยให้ CSP สร้างรายได้จากบริการได้อย่างรวดเร็ว  จนถึงปัจจุบัน มีพาร์ทเนอร์กว่า 35 รายที่ได้รับใบรับรองกว่า 180 รายการภายใต้โครงการนี้

พร้อมกันนี้ วีเอ็มแวร์ได้เปิดตัว Telco Cloud Operations ซึ่งเป็นโซลูชันการตรวจสอบรับรองโดยอัตโนมัติในแบบเรียลไทม์ ซึ่งออกแบบเป็นพิเศษเพื่อลดปัญหาช่องว่างระหว่างเครือข่ายเสมือนจริงและเครือข่ายทางกายภาพ  โซลูชันนี้รองรับการตรวจสอบอย่างรอบด้านและการจัดการประสิทธิภาพบนหลายๆ เลเยอร์ของเครือข่าย รวมไปถึง SD-WAN จึงช่วยให้สามารถกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึกได้อย่างรวดเร็ว ลดค่าใช้จ่าย และปรับปรุงการให้บริการแก่ลูกค้า  นอกจากนี้ยังบูรณาการระบบวิเคราะห์ข้อมูลประสิทธิภาพและแดชบอร์ดการรายงานที่ชัดเจนสำหรับการตรวจสอบเชิงรุก และยังเสริมสร้างขีดความสามารถด้วยโซลูชัน Uhana จากวีเอ็มแวร์ ซึ่งรองรับการทำงานอัตโนมัติแบบอัจฉริยะสำหรับเครือข่าย Radio Access Network (RAN) จึงช่วยให้ CSP สามารถตรวจสอบการปฏิบัติงานได้อย่างรอบด้าน ครอบคลุมเครือข่ายทั้งหมด

 

เกี่ยวกับวีเอ็มแวร์

วีเอ็มแวร์เป็นผู้นำระดับโลกด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความซับซ้อน บริการคลาวด์, เน็ตเวิร์กกิ้ง, ระบบซีเคียวริตี้และดิจิทัลเวิร์คเพลสของวีเอ็มแวร์พร้อมมอบรากฐานดิจิทัลแบบไดนามิกและมีประสิทธิภาพให้กับลูกค้าทั่วโลก ภายใต้ความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์มากมาย โดยสำนักงานใหญ่วีเอ็มแวร์ตั้งอยู่ที่เมืองพาโล อัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย วีเอ็มแวร์ยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นพลังสนับสนุนที่ดี จากแนวโน้มและผลกระทบการจัดการนวัตกรรมเชิงพื้นที่ในระดับโลก สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.vmware.com/company.html

 

[1] รายงาน e-Economy SEA 2019, Google, Temasek และ Bain, ตุลาคม 2562

About Maylada

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

VMware เปิดตัว VCF 9.1 ยกระดับ Private Cloud เพิ่มความคุ้มค่าและความปลอดภัย ตอบโจทย์ยุค AI

VMware ได้ประกาศเปิดตัว VMware Cloud Foundation หรือ VCF 9.1 อย่างเป็นทางการ หวังยกระดับ Private Cloud ให้เป็นแพลตฟอร์มที่บริหารจัดการได้ง่าย คุ้มค่าต่อการลงทุน และมาพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่แข็งแกร่งตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐาน …