รัฐบาลสหรัฐฯ อาจเข้าถือหุ้นใน Intel Corporation ในสัดส่วน 10% โดยแลกเปลี่ยนกับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางที่มอบให้บริษัทเมื่อปีที่แล้ว เพื่อสนับสนุนการผลิตชิปในประเทศ

ข้อมูลการลงทุนที่อาจเกิดขึ้นนี้ถูกเปิดเผยโดย Wall Street Journal และ Bloomberg โดยระบุว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะได้รับหุ้นสัดส่วน 10% แลกเปลี่ยนกับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลกลางที่ Intel ได้รับในปีที่แล้ว ซึ่งประกอบด้วยเงินช่วยเหลือ 3 พันล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายนสำหรับการผลิตชิปให้กับภาคกลาโหม และอีก 7.86 พันล้านดอลลาร์ภายใต้ CHIPS and Science Act ในเดือนพฤศจิกายน ปัจจุบันเชื่อว่ามีการเบิกจ่ายเงินไปแล้วประมาณหนึ่งในสี่ของจำนวนทั้งหมด นอกจากนี้ Intel ยังได้รับ tax credit 25% สำหรับการลงทุนสร้างโรงงานผลิตชิปมูลค่ากว่า 100 พันล้านดอลลาร์ที่วางแผนไว้
การขายหุ้นให้รัฐบาลสหรัฐฯ อาจไม่ทำให้ Intel ได้รับเงินทุนเพิ่มเติม แต่จะช่วยให้บริษัทสามารถเข้าถึงเงินช่วยเหลือ 10.7 พันล้านดอลลาร์ที่ได้รับอนุมัติในปีที่แล้วได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยสนับสนุนแผนฟื้นฟูธุรกิจของบริษัท หลังจากที่ขาดทุน 400 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสที่ผ่านมาพร้อมรายได้ที่ไม่เติบโต Intel ตั้งเป้าลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน 1.5 พันล้านดอลลาร์ภายใน 16 เดือนข้างหน้า โดยได้ปลดพนักงาน 15% และลดการลงทุนสร้างโรงงานบางส่วน
CEO Lip-Bu Tan ที่เข้ารับตำแหน่งในเดือนมีนาคมเพื่อนำการฟื้นฟูบริษัท ได้แจ้งกับพนักงานว่าบริษัทจะนำ SMT (Simultaneous Multithreading) กลับมาใช้ใน CPU อีกครั้ง เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ CPU สามารถประมวลผลหลาย thread พร้อมกันได้ ทำให้มีประสิทธิภาพมากกว่าชิปที่ประมวลผลได้ทีละ thread ก่อนหน้านี้ประธานาธิบดี Donald Trump เคยเรียกร้องให้ Tan ลาออก แต่หลังจากพบปะกันที่ทำเนียบขาว Trump ได้เปลี่ยนท่าทีและกล่าวว่าอาชีพของ Tan เป็น “เรื่องราวที่น่าทึ่ง” โดยเชื่อว่าแผนการถือหุ้น Intel เกิดขึ้นจากการประชุมครั้งนั้น ทั้งนี้ทำเนียบขาวอาจพิจารณาถือหุ้นในบริษัทผลิตชิปรายอื่นที่ได้รับเงินทุนจาก CHIPS Act เช่นกัน แต่การเจรจายังอยู่ในขั้นเริ่มต้นและเงื่อนไขการลงทุนอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้
ที่มา: https://siliconangle.com/2025/08/18/us-government-reportedly-take-10-stake-intel/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






