บทบาทของ Cyber Hygiene ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์

ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์กำลังเป็นประเด็นสำคัญที่ทุกคนต่างจับตามอง มีเหตุการณ์โจมตีมากมายเกิดขึ้นในช่วงปีที่ผ่านมาและส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการโจมตีเซิร์ฟเวอร์ Microsoft Exchange ที่เกิดเป็นระลอกคลื่นกระทบไปยังองค์กรหลายแสนแห่งทั่วโลก ช่องโหว่บนคอมพิวเตอร์ของ Dell ราว 30 ล้านเครื่องที่ช่วยให้แฮ็กเกอร์สามารถโจมตีแบบ Remote Code Execution บน BIOS ได้ รวมไปถึงช่องโหว่บน Kaseya VSA ที่ REvil Ransomware ใช้โจมตี เป็นต้น

ในขณะเดียวกัน ภาพรวมของการดำเนินธุรกิจก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ การพลิกโฉมธุรกิจสู่ดิจิทัลกลายเป็นกลยุทธ์หลักของหน่วยงานรัฐและธุรกิจเกือบทุกประเภท ซึ่งดำเนินการกันอย่างเป็นวงกว้างและรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ เมื่อธุรกิจเจริญก้าวหน้าและเทคโนโลยีถูกใช้อย่างแพร่หลาย ทำให้ภัยคุกคามจากการโจมตีดิจิทัลเติบโตขึ้นตาม รายงานล่าสุดพบว่าภัยคุกคามไซเบอร์พุ่งสูงขึ้นในทุกๆ ภูมิภาค ทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐต่างกำลังมองหาวิธีการที่จะช่วยรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคงปลอดภัยในโลกยุคดิจิทัล

แน่นอนว่าไม่มีบริษัทใดที่ต้องการขึ้นพาดหัวข่าว หรือต้องตกอยู่ในวิกฤตการณ์ที่จะต้องแก้ปัญหาการถูกเจาะระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย และกู้ชื่อเสียงที่เสียหายกลับคืนมา

ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องทำให้มั่นใจว่า ประตูด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ถูกล็อกอย่างแน่นหนา

ด้วยการทำ Digital Transformation ทำให้ธุรกิจเป็นจำนวนมากเริ่มเผชิญกับการเติบโต ซึ่งนำไปสู่การขยายระบบสารสนเทศ ทั้งทางกายภาพและทาง Virtual บนหลากหลายสถานที่ตั้งทั่วทั้งภูมิภาค อย่างไรก็ตาม การขยายระบบนี้เอง ทำให้แนวทางปฏิบัติด้านการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขั้นต้นที่จำเป็น (Cyber Hygiene) เริ่มตกต่ำลง ช่องโหว่ที่ไม่ถูกแพตช์มีเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่ธุรกิจที่ถูกกำกับดูแลก็ต้องเผชิญกับการบังคับใช้กฎระเบียบและข้อกำหนดต่างๆ ซึ่งยากที่จะจัดการเมื่อระบบมีขนาดใหญ่

เหล่านี้ส่งผลให้มัลแวร์สามารถแพร่กระจายตัวได้อย่างรวดเร็วก่อนที่จะถูกตรวจจับ การติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในระบบสารสนเทศ (Visibility) แบบเรียลไทม์กลายเป็นปัจจัยสำคัญ เนื่องจากช่วยให้สามารถค้นพบและรับมือกับการบุกรุกโจมตีได้อย่างรวดเร็ว รวมไปถึงสร้างความตระหนักต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งจะช่วยให้การตอบสนองต่อภัยคุกคามทำได้อย่างทันท่วงที

ย้อนกลับมาดูที่หลักการพื้นฐาน แนวทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขั้นต้นที่จำเป็น (Cyber Hygiene) เป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับจัดการกับความเสี่ยงด้านไซเบอร์ เนื่องจากเป็นไปไม่ได้เลยที่จะควบคุมสิ่งที่ไม่รู้และไม่ถูกคาดคิด งานวิจัยล่าสุดแสดงให้เห็นว่า 80% ของเหตุการณ์เจาะระบบไซเบอร์จะไม่มีทางสำเร็จ ถ้าแนวทางการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ขั้นต้นที่จำเป็นถูกนำมาปฏิบัติอย่างถูกต้อง

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถอ่าน 7 หลักการด้าน Cyber Hygiene ในบทความเรื่อง Cyber Hygiene 101 ของ Tanium เพิ่มเติมได้ ซึ่งจะช่วยให้องค์กรมีโอกาสตกเป็นเหยื่อการก่ออาชญากรรมไซเบอร์ลดน้อยลง

ในส่วนของ Tanium เอง ได้จับมือเป็นพันธมิตรกับภาคธุรกิจและภาครัฐทั่วโลกเพื่อตรวจจับเหตุผิดปกติแบบเรียลไทม์ ซึ่งจะช่วยปกป้ององค์กรของคุณจากภัยคุกคามไซเบอร์และไม่ตกเป็นพาดหัวข่าวรายถัดไป

สุดท้ายนี้ จากรายงานพบว่าธุรกิจในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีอัตราการเกิดเหตุ Data Breach สูงสุดในโลก การรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์จึงเป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วทั้งภูมิภาคต้องตระหนักถึงไปอีกนาน แนะนำว่า ธุรกิจต้องไม่เพิกเฉยต่อความเสี่ยงและความจำเป็นด้าน Cyber Hygiene มิเช่นนั้นอาจต้องสูญเสียทั้งทรัพย์สินและชื่อเสียงที่ไม่อาจประเมินค่าได้

สนใจปรับปรุง Cyber Hygiene ขององค์กรให้แข็งแกร่ง ติดต่อ M.Tech  ผู้จัดจำหน่ายโซลูชันของ Tanium อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

หรือโทร: 0-2059-6500


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Distributed Services Switch คืออะไร? Data Center Switch จะเปลี่ยนไปอย่างไรจากการมาของ Data Processing Unit (DPU)?

การมาของ Data Center Switch ชนิดใหม่ที่มีชื่อเรียกว่า Distributed Services Switch นี้เรียกได้ว่ามีโอกาสที่จะเข้ามาพลิกโฉมการออกแบบ Data Center Networking ทั้งภายในองค์กรและภายในบริการ Cloud ไปอย่างสิ้นเชิงในอนาคต จากการนำ Data Processing Unit หรือ DPU มาใช้สร้างความเป็นไปได้ในแนวทางใหม่ๆ และการแก้ไขปัญหาคอขวดภายในระบบเครือข่ายที่น่าสนใจ ในบทความนี้ทีมงาน TechTalkThai จะพาทุกท่านไปรู้จักกับแนวคิดของ Distributed Services Switch กันเพื่อให้เห็นภาพทั้งในเชิงเทคโนโลยี, การออกแบบ และการประยุกต์ใช้งาน เพื่อให้เป็นประโยชน์กับเหล่า Network Engineer ทั่วไทยกันครับ

Free webinar สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน AWS : “ตั้งค่า S3 และ CloudFront อย่างไรให้ต้นทุนเว็บไซต์ถูกลงได้อีก ครั้งที่3” by Classmethod Thailand

ขอเชิญผู้ที่สนใจทุกท่านเข้าร่วม Classmethod Webinar สัมมนาออนไลน์ฟรี สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งาน AWS โดยเนื้อหาจะสอนวิธีการ deploy เว็บเพจ Static ในราคาที่ถูกแสนถูก ใช้งานได้จริง ด้วยเงินแค่หลักสิบ