สรุปงาน Kong API Summit 2025 Roadshow Bangkok: ตอกย้ำความสำคัญของ API Gateway ในบทบาทใหม่ท่ามกลางโลกยุค AI

เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา Kong ได้จัดงานสัมมนา Kong API Summit 2025 Roadshow Bangkok แก่เหล่าธุรกิจองค์กร เพื่ออัปเดตถึงทิศทางใหม่ๆ ของ Kong ในโลกยุค AI ที่ API Gateway จะมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญใน Business Application และเป็นตัวขับเคลื่อนทิศทางของ Agentic AI สำหรับธุรกิจองค์กร

ทีมงาน TechTalkThai มีโอกาสได้เข้าร่วมงานในครั้งนี้ จึงขอนำสรุปประเด็นสำคัญเอาไว้ในบทความนี้สำหรับผู้ที่พลาดไม่ได้ไปร่วมงานครับ

เดิมทีนั้น Kong เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะของโซลูชันระบบ API Gateway แบบ Open Source Software ที่ได้รับความนิยมสูงมาก โดยมีรุ่น Commercial ที่เรียกว่า Kong Gateway Enterprise และ Kong Konnect ที่เสริมความสามารถด้านการบริหารจัดการ API Gateway ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่มาพร้อมกับ Advanced Security Features อีกทั้ง Plugin การเชื่อมต่อ API ที่เชื่อมต่อระบบ ecosystems อื่นๆ อย่างหลากหลาย ธุรกิจองค์กรทั่วโลกรวมถึงไทยที่มีการใช้งาน API ทั้งภายในองค์กรและการให้บริการแก่ระบบภายนอกจึงเลือกใช้ Kong กันเป็นจำนวนมาก

อย่างไรก็ดี ในมุมมองของ Kong นั้น API Gateway เองก็ต้องมีวิวัฒนาการไปตามสถาปัตยกรรมของระบบ Business Application ที่เปลี่ยนไป โดยในปี 2025 นี้ การประกาศสำคัญของ Kong ก็คือการเปิดตัวโซลูชัน Kong AI Gateway และ Kong Event Gateway เพิ่มเติมขึ้นมา ทำให้ปัจจุบันบทบาทของ Kong ในธุรกิจองค์กรโดยรวมมีด้วยกัน 4 ส่วน ได้แก่

1. API Gateway

API ยังคงเป็นรากฐานสำคัญของทุกระบบ Business Application ดังนั้นบทบาทของ API Gateway ที่จะมาช่วยให้การบริหารจัดการ, ติดตามการใช้งาน, ควบคุมการใช้งาน, การเสริมความทนทาน และรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ API ที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทั้งองค์กรนั้น ก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่จะละเลยไม่ได้อยู่เช่นเดิม ซึ่งธุรกิจองค์กรจำนวนมากเลือกใช้ Kong เพื่อให้การบริหารจัดการ API เป็นไปได้ภายใต้มาตรฐานเดียวกันทั่วทั้งองค์กร ร่วมถึงความสามารถในการเชื่อมต่อ API ไปยังบริการต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และปลอดภัยด้วย Plugin ที่ Kong พัฒนาขึ้นมาให้พร้อมใช้งานได้ทันที

Credit: Kong

2. AI Gateway

การมาของเทคโนโลยี AI ได้สร้างความตื่นตัวให้แก่ธุรกิจองค์กรทั่วโลก และเกิดการประยุกต์ใช้งาน AI ภายในองค์กรกันอย่างกว้างขวาง ซึ่ง Kong AI Gateway ที่ประกอบไปด้วย AI Gateway, LLM Gateway และ MCP Gateway ก็ได้เข้ามามีบทบาทในการเป็นศูนย์กลางการเชื่อมต่อไปยัง LLM และ AI Model ที่หลากหลาย, การติดตามและควบคุมการใช้งาน AI ในภาพรวม ไปจนถึงการลดค่าใช้จ่ายด้าน AI ลงด้วยเทคโนโลยี Caching อีกทั้ง Kong ยังได้เสริมความสามารถในการแปลง API ให้กลายเป็น MCP Server เพื่อให้ AI สามารถเชื่อมต่อกับ API ได้อย่างไร้รอยต่ออีกด้วย

Credit: Kong

3. Event Gateway

เปลี่ยนประสบการณ์การเชื่อมต่อใช้งานข้อมูลจากระบบ Event Streaming ชั้นนำอย่าง Apache Kafka และ Confluent ภายใน Real-Time Application ให้กลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายยิ่งขึ้นสำหรับ Software Developer ด้วย Kong พร้อมความสามารถในการบริหารจัดการข้อมูลและควบคุมรักษาความมั่นคงปลอดภัยได้อย่างครบวงจร ซึ่งแนวทางนี้จะช่วยให้เหล่า Data Scientist สามารถตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูลในระบบ Event Streaming ได้สะดวกและง่ายดายยิ่งขึ้น ในขณะที่การเชื่อมผสานนำข้อมูลจากระบบ Event Streaming ไปใช้งานใน Business Application อื่นๆ เองก็จะง่ายดายยิ่งขึ้นจากการเชื่อมต่อในรูปแบบของ API ที่มีการจัดเรียงข้อมูลตามความต้องการให้พร้อมใช้งานได้ทันที

Credit: Kong

4. Service Mesh
สำหรับระบบ Business Application ที่ใช้สถาปัตยกรรมแบบ Microservices นั้น การบริหารจัดการการเชื่อมต่อระหว่างแต่ละ Microservice ด้วย Service Mesh ก็ยังถือเป็นแนวปฏิบัติที่ได้รับความนิยม ซึ่ง Kong Mesh ก็สามารถเข้ามาตอบโจทย์ได้ทั้งในส่วนของการทำ Retry Logic, Observability และการทำ Chaos Engineering พร้อมเสริม API Security รวมถึงยังสามารถผสานการทำงานเข้ากับ CI/CD Pipeline ได้อย่างไร้รอยต่ออีกด้วย

เมื่อการใช้งานในภาคธุรกิจองค์กรได้เริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำ LLM ร่วมกับ RAG มาใช้ในการตอบสนองด้านการค้นหาเข้าถึงข้อมูล หรือการทำ AI Automation ในภาคส่วนต่างๆ ก็ตาม ธุรกิจองค์กรเองก็เริ่มเผชิญกับความซับซ้อนของสถาปัตยกรรมเบื้องหลัง AI Infrastructure ที่มักออกแบบเป็น Microservices กันมากขึ้น และมองหาแนวทางที่จะช่วยในการบริหารจัดการ รักษาความมั่นคงปลอดภัย และควบคุมการใช้ AI ให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น

Credit: Kong

Kong AI Gateway คือโซลูชันที่เปิดตัวมาเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้โดยเฉพาะ ด้วยองค์ประกอบหลัก 3 ส่วน ได้แก่

  • AI Gateway ระบบที่รวมความสามารถของ API Gateway, Plugin และ Konnect ทั้งหมดเอาไว้ และเสริมความสามารถในส่วนของการทำ AI Governance, AI Observability, AI Security, AI Credential Store, AI Traffic Control, AI Load Balancing, Multi-LLM Routing และ LLM Catalog เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้การบริหารจัดการการใช้งาน AI นั้นเกิดขึ้นได้อย่างเป็นระบบ, ตรวจสอบได้, ควบคุมได้ และมีความมั่นคงปลอดภัยในทุกการเชื่อมต่อใช้งาน AI
  • LLM Gateway ระบบสำหรับการควบคุมการตอบสนองของ AI Model ในแบบ LLM โดยเฉพาะ โดยรวมเอาความสามารถในการทำ Multi-LLM, Guardrails, AI Observavility, Semantic Routing, Semantic Caching, Auto-RAG, PII Removal และอื่นๆ เอาไว้ มุ่งเน้นการควบคุมการตอบสนองของ LLM ให้เป็นไปตามนโยบายและข้อกฎหมายที่กำหนด รวมถึงคัดกรองข้อมูลที่มีความละเอียดอ่อนสูงออกจากคำตอบของ LLM ในขณะที่ยังควบคุมเส้นทาง Traffic ของ LLM และลดค่าใช้จ่ายในการประมวลผล LLM ได้ด้วยเทคโนโลยี Caching
  • MCP Gateway การใช้ MCP Server ร่วมกับระบบ Database และ API Gateway เริ่มกลายเป็นความต้องการใหม่ในการเพิ่มความชาญฉลาดและความแม่นยำในการตอบคำถามให้กับ AI และ Kong ก็สามารถควบคุมการเชื่อมต่อในรูปแบบนี้ให้มั่นคงปลอดภัยและง่ายดายยิ่งขึ้นได้ ด้วยความสามารถ MCP AuthN/Z, MCP Routing, Autogeneration, MCP Analytics, Semantic Tools และอื่นๆ พร้อมทั้งยังสามารถแปลง API ให้ตอบสนองผ่าน MCP Server ได้อีกด้วย

จะเห็นได้ว่า Kong AI Gateway นั้นสามารถช่วยธุรกิจองค์กรที่ต้องการใช้งาน AI ได้ทั้งในแง่ของการบริหารจัดการ, การควบคุมเส้นทางการเชื่อมต่อ AI, การรักษาความมั่นคงปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูล, การควบคุมพฤติกรรมการตอบสนองของ AI ไปจนถึงการแปลงทรัพยากรข้อมูลต่างๆ ที่มีในองค์กรให้เชื่อมต่อกับ AI ได้ผ่าน MCP Server จึงถือเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังอย่างมากในการวางรากฐานทางด้าน AI Infrastructure ให้กับธุรกิจองค์กร โดยสามารถใช้งานได้ทั้งแบบ On-Premises และบนบริการ Cloud ชั้นนำ ทั้งหมดนี้จะนำไปสู่การเร่งความเร็วในการพัฒนา AI ใหม่ๆ ออกมาใช้งานของแต่ละองค์กร

ในงานสัมมนาครั้งนี้ ทาง Kong ได้เชิญธุรกิจองค์กรที่มีการใช้งาน Kong อย่างจริงจังมาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ด้วย ได้แก่ คุณ Panit Wechasil ผู้ดำรงตำแหน่ง Executive Vice President, IT Delivery Head แห่งธนาคารเกียรตินาคินภัทร (KKP) และคุณ Aiyaret Joursuwon ผู้ดำรงตำแหน่ง VP of Digital Platform Analytics and AI แห่งบางจาก

โจทย์ขององค์กรทั้งสองแห่งนี้มีความคล้ายคลึงกัน คือเมื่อธุรกิจขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและข้อมูลปริมาณมหาศาล การบริหารจัดการเส้นทางการเข้าถึงข้อมูลผ่าน API, การรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบ API และการเสริมความมั่นคงทนทานให้แก่ API นั้นก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้อย่างไม่สะดุด โดยมีการแบ่งส่วนของการบริหารจัดการ API ที่มีการเชื่อมต่อกันระหว่างระบบภายในองค์กรเอง กับการบริหารจัดการ API ที่เปิดเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าหรือพันธมิตรภายนอกเข้ามาเชื่อมต่อ

ปัจจัยหลักๆ ที่ทำให้ทั้งสององค์กรนี้เลือกใช้ Kong ได้แก่

  • การวางมาตรฐานในการพัฒนา API ให้มีความชัดเจนและมั่นคงปลอดภัย
  • การช่วยให้ Software Developer สามารถเข้าถึงและใช้งาน API ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ด้วย Kong Plugin ที่พร้อมใช้เชื่อมต่อกับระบบอื่นๆ ได้อย่างมั่นใจ
  • การใช้ API เป็นช่องทางหลักในการเชื่อมต่อแลกเปลี่ยนข้อมูลหรือสั่งการระหว่าง Application เพื่อให้สามารถควบคุมระบบได้อย่างเป็นมาตรฐานในระยะยาว และสามารถวางแผนการ Migrate/Upgrade ระบบ Application ได้โดยเกิด Downtime น้อยที่สุดในอนาคต
  • การตรวจสอบ, ติดตาม และควบคุมการใช้งาน API ได้อย่างคล่องตัว เพื่อให้สามารถรับมือกับกรณีที่มีการใช้งาน Application สูงผิดปกติได้อย่างทันท่วงที และมีข้อมูลสำหรับใช้ในการวางแผนเพิ่มขยายพัฒนาปรับปรุงระบบในอนาคต
  • การใช้ API เป็นหัวใจสำคัญในการนำข้อมูลภายในองค์กรไปใช้ต่อยอดสู่การพัฒนา AI ที่มีความชาญฉลาด, แม่นยำ และนำข้อมูลเฉพาะขององค์กรไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อย่างไรก็ดี การที่จะรับมือกับอนาคตในโลกยุค AI ได้ ผู้บริหารทั้งสองท่านต่างให้ความเห็นสำคัญถึงประเด็นด้านการ Upskill ทั้งพนักงานในองค์กรและทีมงานฝ่าย IT รวมถึงการทำ AI Governance ที่จะต้องเข้ามามีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมากเพื่อกำกับดูแลควบคุมการใช้งาน AI ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์กร และมีความมั่นคงปลอดภัยมั่นใจได้ในการใช้งาน ซึ่งสิ่งสำคัญในการเร่งขับเคลื่อนการมุ่งหน้าสู่โลกยุค AI ให้ได้นั้น ก็คือการเปิดพื้นที่ให้พนักงานและฝ่าย IT สามารถได้ลองผิดลองถูกกับ AI เพื่อสร้างเสริมประสบการณ์และองค์ความรู้ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง

สนใจ Kong หรือโซลูชัน API Gateway ติดต่อทีมงาน Kong ประเทศไทยได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน Kong หรือต้องการวางระบบ API Gateway ภายในองค์กร สามารถติดต่อทีมงาน Kong ได้ทันทีที่คุณเอ็กซ์, Country Sales Director – Thailand ratchadaporn.phungpan@konghq.com หรือโทร 0929059594 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Kong ได้ที่ https://konghq.com/

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Blitzy ระดมทุน 200 ล้านดอลลาร์ที่มูลค่า 1.4 พันล้านดอลลาร์ ช่วยองค์กรดีพลอยเอเจนต์เขียนโค้ดหลายพันตัวพร้อมกัน

Blitzy สตาร์ทอัพพัฒนาซอฟต์แวร์อัตโนมัติกล่าวว่า บริษัทได้ระดมทุนรอบใหม่มูลค่า 200 ล้านดอลลาร์ด้วยมูลค่ากิจการ 1.4 พันล้านดอลลาร์เพื่อขยายแพลตฟอร์มการเขียนโค้ดสำหรับองค์กร

เมื่อ Downtime ไม่ใช่ทางเลือก: สร้าง Hybrid Infrastructure ที่มั่นคงและยืดหยุ่นด้วย IBM Power, IBM PowerVS และอัจฉริยภาพจาก IBM Concert [Guest Post]

ในยุคที่ทุกวินาทีของธุรกิจหมายถึงโอกาสและรายได้ โครงสร้างพื้นฐานด้านไอที (IT Infrastructure) จึงไม่ใช่เพียงแค่เครื่องมือรองรับการทำงานอีกต่อไป แต่คือ “กระดูกสันหลัง” ขององค์กรที่ต้องทั้งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น เมื่อความพร้อมของระบบเชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้และความเชื่อมั่นของลูกค้า องค์กรจึงไม่สามารถยอมรับ Downtime ได้อีกต่อไป ความท้าทายสำคัญคือการรักษาความเสถียรของระบบ Mission-Critical ควบคู่ไปกับการรองรับนวัตกรรมใหม่ๆ …