Steganography: เมื่อแฮ็คเกอร์เริ่มใช้เทคนิคอำพรางข้อมูลมากขึ้น

ในงาน Black Hat Europe ที่เพิ่งจัดไปเมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา นักวิจัยจาก Dell SecureWorks และ Crowdstrike ได้กล่าวถึงการมาถึงของภัยคุกคามแคมเปญใหม่ที่เริ่มใช้เทคนิค Steganography หรือวิทยาการอำพรางข้อมูลเพื่อหลบซ่อนมัลแวร์มากขึ้น โดยตัวอย่างล่าสุดที่พบ คือ การซ่อนช่องทางติดต่อกับ C&C Server ผ่านทางหน้า 404 Page not found

ซ่อนคำสั่งติดต่อกับ C&C Server ผ่านทาง HTTP Error Message

Steganography หรือเทคนิคการอำพรางข้อมูลบนมีเดียต่างๆไม่ใช่แนวคิดที่แปลกใหม่อะไร แต่นักวิจัยด้านความปลอดภัยจากทั้ง 2 หน่วยงานพบว่าระยะหลังมานี้แฮ็คเกอร์เริ่มใช้เทคนิคดังกล่าวในการแอบแฝงมัลแวร์หรือข้อมูลที่มัลแวร์ใช้ติดต่อกับ C&C Server มากขึ้นกว่าเดิม ยกตัวอย่างภัยคุกคามล่าสุดที่เพิ่งค้นพบเมื่อไม่นานมานี้ คือ Foreign ซึ่งเป็น Tool สำหรับโจมตีแบบ DDoS หลังจากที่แฮ็คเกอร์ประสบความสำเร็จในการติดตั้ง Botnet ลงบนเครื่องของเหยื่อที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการยิง DDoS แล้ว Botnet จะติดต่อกับ C&C Server ผ่านทางข้อความที่ซ่อนอยู่ใน HTTP Error Mesage

broken_lego_wall-Brian_Rinker

HTTP Error Mesage หรือก็คือหน้า 404 Page not found มองผ่านๆแล้วจะไม่พบความผิดปกติอะไร แต่ที่จริงแล้วภายในจะประกอบด้วยคำสั่งของ C&C Server ที่ถูก Encode แบบ Base64 แฝงอยู่ใน HTML Comment Tag ซึ่งพร้อมให้ Botnet ดาวน์โหลดไฟล์ตามลิงค์ URL ของแฮ็คเกอร์ ซึ่ง Foreign นับว่าเป็น Tool ล่าสุดที่ใช้อำพรางช่องทางติดต่อระหว่างมัลแวร์กับ C&C Server นอกเหนือจาก Lurk, Gozi และ Stegoloader ที่เคยปรากฏโฉมเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้

ที่มา: https://threatpost.com/attackers-embracing-steganography-to-hide-communication/115394/

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

PHP ปล่อยแพตช์ฉุกเฉินแก้ช่องโหว่ Critical PHP2Shell เสี่ยงถูกรันโค้ด พบความพยายามโจมตีแล้ว

PHP ปล่อยอัปเดตฉุกเฉินแก้ช่องโหว่ Critical 2 รายการในตัว PHP runtime ที่ถูกเรียกรวมกันว่า PHP2Shell ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้โจมตีที่ไม่มีบัญชีผู้ใช้งานสามารถรันโค้ดบนเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้ ขณะที่ watchTowr และ Cloudflare เริ่มพบความพยายามโจมตีแล้ว

ผลสำรวจชี้องค์กรใหญ่เสียงบซอฟต์แวร์ 28% ไปกับ Upgrade และ Licensing ที่ไม่ได้เลือกเอง

ผลสำรวจจาก Origina ซึ่งเผยแพร่ในรายงานร่วมกับ Thinkers50 ระบุว่าองค์กรขนาดใหญ่ใช้งบประมาณซอฟต์แวร์เฉลี่ย 28% ไปกับการ Upgrade, Migration และการเปลี่ยนแปลง Licensing ที่ไม่ได้เลือกเอง โดยรายงานเรียกภาระนี้ว่า “Software Tax”