Security และ Visibility สองคีย์หลักของการก้าวสู่ Digital Workplace

“เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สาย” เมื่อครั้งหนึ่งเป็นเพียงแค่ตัวเลือกสำหรับการใช้งานในองค์กร แต่ถึงยุคนี้ทุกคนต่างกำลังมุ่งเข้าหาอิสระในการทำงานมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์พกพาต่างๆ ของพนักงานและอุปกรณ์ IoT ต่างๆ ที่เกิดขึ้น คำถามคือทำอย่างไรให้ทั้งหมดนี้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ต่างจากเดิม

amol_aruba

วันนี้เครือข่ายไร้สายหรือที่เรียกว่า WiFi ถือว่าเป็นที่นิยมกันทั่วไป ด้วยความสะดวกและรองรับการใช้งานได้หลากหลายกว่าเครือข่ายแบบสาย ทำให้ในปัจจุบันการปรับใช้เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายภายในองค์กรธุรกิจกลายเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะการใช้งานของผู้ใช้งานไม่กี่กลุ่ม แถมในปัจจุบันเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายนั้นก้าวหน้าไปไกลทั้งในเรื่องของคุณภาพของการใช้งานที่เชื่อถือได้และมีความเร็วเทียบเท่ากับเครือข่ายแบบใช้สาย แถมที่สำคัญคือสามารถรองรับอุปกรณ์ได้อย่างหลากหลายมากกว่า

 

GenMobile ปัจจัยผลักดัน Digital Workplace

aruba_network-access_1-revised_580x320

การขยายตัวของการใช้เครือข่ายไร้สายอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน ทำให้เกิดการนิยามคำขึ้นมาหลายคำในช่วง 4-5 ปีมานี้ ไม่ว่าจะเป็น Mobile Office, Anywhere Anytime จนเมื่อไม่นานมานี้เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายช่วยให้เกิดกระแสใหม่ให้กับการทำงานภายในองค์กร BYOD (Bring Your Own Deice) เกิดขึ้น ถือว่าเป็นการพลิกแนวคิดของการใช้อุปกรณ์ในการนำเอาอุปกรณ์ไร้สายแบบต่างๆ ที่เดิมธุรกิจมองว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ไม่อาจควบคุมการใช้งานในเรื่องต่างๆ ได้ ซึ่งเบื้องหลังการผลักดันทำให้เกิด BYOD นั้นก็คือเรื่องของเทคโนโลยีไร้สายอย่าง WiFi ที่มีราคาถูกลงและเชื่อถือได้มากยิ่งขึ้น จนผู้ใช้ระดับองค์กรธุรกิจให้ความเชื่อถือนำเอาไปปรับใช้และเปลี่ยนให้เป็นเครือข่ายหลักสำหรับการใช้งานกับพนักงานทั่วไปที่มีอยู่ในองค์กร

มาถึงยุคนี้เกิดการพัฒนาไปอีกขั้นของการปรับใช้เครือข่ายไร้สายอย่าง WiFi และเทคโนโลยีอื่นๆ อาทิ คลาวด์ เป็นต้น ทำให้ทุกวันนี้ทุกคนสามารถทำงานจากที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ เมื่อก่อนภาพของคนที่ทำงานด้วยกันข้ามโลกเหมือนนั่งอยู่ในสำนักงานเดียวกัน แต่ยังสามารถสื่อสารกันได้หรือแลกเปลี่ยนข้อมูลซึ่งกันและกันเพียงเพียงไม่กี่เสี้ยววินาทีถือว่าเป็นนิยายวิทยาศาสตร์ที่แม้กระทั่งเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วเราก็ยังไม่คิดกันเลยว่ามันจะเป็นไปได้จริงๆ พอมาถึงวันนี้กำลังจะเกิดเทรนด์ใหม่ของโลกธุรกิจที่นำเอาเทคโนโลยียุคใหม่อย่างเครือข่ายไร้สายและคลาวด์รวมถึงเซนเซอร์ต่างๆ อย่าง IoT ให้รวมเป็นโลกเดียวกัน เทรนด์ใหม่ที่กำลังเกิดบนโลกใบนี้เรียกว่า GenMobile และ Digital Workplace

GenMobile เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ใช้สำหรับเรียกพนักงานในองค์กรยุคใหม่ที่มีชีวิตการทำงานอยู่บนเครือข่ายแบบไร้สายแบบต่างๆ โดยเฉพาะ WiFi โดยที่พวกเขาเหล่านี้จะมีอาวุธสำหรับการทำธุรกิจคืออุปกรณ์พกพาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์มือถือ, แทปเล็ต หรือแม้แต่แลปทอปที่มีจำนวนลดลงแต่ว่าทั้งหมดนั้นอาศัยเครือข่ายไร้สายในการเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายขององค์กร ซึ่งด้วยการปรับใช้เทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายของ GenMobile ในบุคปัจจุบันทำให้เกิดอีกเทรนด์ของเทคโนโลยียุคใหม่ก็คือ Digital Workplace

อโมล มิตรา ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกและประเทศญี่ปุ่น ฝ่ายดูแลผลิตภัณฑ์ Aruba, Hewlett Packard Enterprise Company ให้ความเห็นในการพบสื่อมวลชนในประเทศไทยว่า “GenMobile ซึ่งเป็นเหล่าพนักงานที่ทำงานโดยใช้อุปกรณ์พกพาเป็นหลัก พร้อมรองรับความต้องการในการเชื่อมต่อของอุปกรณ์ Internet of Things (IoT) ให้ได้ไปพร้อมๆ กัน ผลิตภัณฑ์ใหม่เหล่านี้จะทำให้ทีม IT รับรู้ปัญหาในระบบเครือข่ายล่วงหน้าและแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที รวมถึงสามารถสร้างนโยบายรักษาความปลอดภัยสำหรับใช้งานภายใน Digital Workplace ที่ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย”

“ระบบเครือข่ายแบบเดิมๆ นั้นถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย และเชื่อมต่อเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานเข้ากับระบบเครือข่ายผ่านทางสาย LAN เพื่อสื่อสารกับเซิฟเวอร์จำนวนมากภายในองค์กร ซึ่งแนวคิดนี้ได้ล้าสมัยไปเรียบร้อยแล้วในการดำเนินธุรกิจของทุกวันนี้ การเติบโตอย่างรวดเร็วของอุปกรณ์พกพาและอุปกรณ์ IoT รวมถึงแอพพลิเคชั่นที่อยู่บน Cloud ได้ทำให้องค์กรต้องกลับมาทบทวนการเชื่อมต่อเครือข่ายแบบเดิมๆ ที่ใช้งานอยู่ กับความต้องการในการเชื่อมต่อเครือข่ายได้อย่างคล่องตัว เพื่อตอบรับต่อพฤติกรรมในการทำงานรูปแบบใหม่ ที่การสื่อสารและกำหนดการทำงานที่ไม่ตายตัวได้กลายมาเป็นมาตรฐานใหม่ในการทำงานไปแล้ว ผลลัพธ์ของการทบทวนครั้งนี้ก็คือ องค์กรต้องปรับแนวทางการดำเนินงานใหม่ ให้บริการต่างๆ ภายในองค์กรนั้นตอบสนองต่อความต้องการของพนักงานภายในองค์กรเป็นหลัก เพื่อดึงดูดพนักงานรุ่นใหม่ที่มีความสามารถให้มาร่วมงานด้วย และยังคงรักษาพนักงานที่ทำงานได้ดีภายในองค์กรให้ยังคงทำงานอยู่ต่อไป” ศักดิ์ชาย ปัญญจเรผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทยและภูมิภาคอินโดจีนของ Aruba เสริมข้อมูล

 

Security และ Visibility ปัจจัยหลักของการเกิด Digital Workplace

aruba_ph2_network-access_4_580x320

ปัญหาหนึ่งที่กวนใจตั้งแต่ระดับผู้บริหารจนถึงผู้แลระบบก็คือ เมื่อนำเอาเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายมาใช้ภายในองค์กรแล้ว สิ่งที่ต้องมานั่งปวดหัวซ้ำก็คือเรื่องของความปลอดภัยและการดูแลการใช้งานที่สามารถควบคุมได้เหมือดังเช่นระบบเครือข่ายแบบมีสาย ซึ่งในอดีตการติดตั้งเครือข่ายไร้สายภายในองค์กรมักจะสร้างขึ้นเพื่อการใช้งานของผู้ใช้งานระดับผู้บริหาร ทำให้สามารถบริหารจัดการได้อย่างไม่ยุ่งยากนัก แต่เมื่อในปัจจุบันการใช้งานถูกส่งต่อให้กับการใช้งานโดยพนักงานทุกคน ทำให้วันนี้การบริหารจัดการเครือข่ายไร้สายนั้นถือเป็นงานหนักที่ผู้บริหารและผู้ดูแลระบบต้องใส่ใจอย่างมาก

“เพื่อตอบรับความท้าทายของ Digital Workplace โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรวมถึงการมาของอุปกรณ์ IoT ด้วยแล้ว องค์กรต่างๆ ก็ต้องสามารถปรับแต่งนโยบายรักษาความปลอดภัยได้อย่างรวดเร็วและบังคับเปลี่ยนแปลงระบบทั้งหมดที่เกี่ยวข้องได้ตามต้องการ และด้วยการเติบโตของการใช้งานอุปกรณ์และแอพพลิเคชั่นบนคลาวด์ที่เชื่อมต่อผ่านระบบเครือข่ายขององค์กรเหล่านั้น ฝ่าย IT ขององค์กรก็ต้องการนโยบายกลางเพื่อใช้ในการปกป้องทรัพยากรต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าอุปกรณ์เหล่านั้นจะเป็นอุปกรณ์ประเภทใดหรือเชื่อมต่อระบบเครือข่ายด้วยวิธีการใดก็ตาม” อโมล มิตรา จาก HPE Aruba ให้ความเห็น

ประการแรกผู้ดูแลเครือข่ายมักจะกังวลว่า เครือข่ายแบบไร้สายนั้นมีปัญหาด้านความปลอดภัยการป้องกันการเข้าถึงจากอุปกรณ์แปลกปลอมทำได้ยากกว่าเครือข่ายมีสายแบบเดิม สองการควบคุมระดับของการเข้าถึงข้อมูลภายในเครือข่ายอขงองค์กรเองนั้นก็ถือว่าหากไม่ได้วางแผนอย่างดีจะเป็นเรื่องที่ยากมากสำหรับการดูแลและจัดการ เช่น ผู้ใช้งานระดับพนักงานปกติก็ไม่อาจจะเชื่อมต่อผ่านเข้าไปยังเครือข่ายสำคัญได้ หรือแม้กระทั่งองค์กรที่จัดเตรียมเครือข่ายไร้สายให้สำหรับแขกหรือพาร์ทเนอร์ที่เข้ามาในสำนักงานได้ใช้ ซึ่งควรที่จะสามารถใช้งานได้แค่เพียงผ่านออกไปยังอินเทอร์เน็ตได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นเป็นต้น

ประการที่สอง ในโลกของการทำธุรกิจวันนี้รูปแบบของการทำงานโดยเฉพาะรูปแบบของสำนักงานนั้นเปลี่ยนไป ไม่มีการแยกชั้นสำหรับสถานที่ให้กับพนักานและผู้บริหารออกจากกัน ทำให้ระบบเครือข่ายไร้สายนั้นต้องสามารถควบคุมระดับการเข้าถึงของผู้ใช้งานแต่ละคนให้ได้ว่าผู้ใช้คนนั้นเป็นพนักงานธรรมดาหรือผู้บริหาร ซึ่งจะต้องสามารถกำหนดและควบคุมระดับการเขาถึงที่แตกต่างกันไป หรืออาจจะต้องมองถึงความสามารถในการบริหารจัดการได้อย่างยืดหยุ่นให้ระบบเครือข่ายไร้สายนั้นสามารถปรับความสามารถของระบบ ให้รองรับการใช้งานของแต่ละจุดแต่ละส่วนในแต่ละช่วงเวลา เช่น การจัดออฟฟิศที่ทั้งพนักงานและผู้บริหารถูกจัดให้อยู่ในพื้นที่เดียวกันมีเพียงพาร์ติชั่นกั้นเอาไว้ ทำอย่างไรที่แต่ละคนเมื่อเข้าใช้งานระบบจะสามารถแยกการเข้าถึงของแต่ละคนนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ บนอุปกร์เชื่อต่อระบบเครือช่ายเดียวกัน หรือการบริกหารจัดการให้อุปกรณ์ในบางจุดนั้นสามารถขยายความสามารถหรือปริมาณการรองรับการใช้งานได้มากขึ้นตามช่วงเวลา เป็นต้น

อโมล มิตรา และ ศักดิ์ชาย ปัญญจเร สองผู้บริหารจาก Aruba ชี้ว่า วันนี้เรื่องของสปีดหรือความเร็วของเทคโนโลยีเครือข่ายไร้สายนั้นไม่ได้เป็นประเด็นสำคัญสำหรับการใช้งานในองค์กรแล้ว ซึ่งจะเห็นได้ว่าปัจจุบันเทคโนโลยี WiFi นั้นพัฒนาไปถึงยุคที่ความเร็วนั้นไม่ได้แตกต่างจากเครือข่ายแบบมีสายด้วยความเร็วระดับกิ๊กกะบิต หรือ WiGig แต่สิ่งที่องค์กรมองหาก็คือโซลูชั่นให้กับระบบที่จะเข้ามาครอบบนเทคโนโลยีไร้สายเหล่านี้ให้ทั้งปลอดภัยและสามารถควบคุมจัดการได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“โซลูชั่นระบบเครือข่ายล่าสุดและแนวทางในการใช้ซอฟต์แวร์เป็นหลักของอรูบ้านี้ได้ทำให้อรูบ้าสามารถนำเสนอสิ่งที่ล้ำหน้ายิ่งกว่าโซลูชั่นระบบเครือข่ายที่ใช้ฮาร์ดแวร์เป็นหลักและขาดความหยืดหยุ่นได้ ผลิตภัณฑ์ระบบเครือข่ายแบบมีสายและไร้สายชุดใหม่นี้ที่ได้ผสานเข้ากับนวัตกรรมการบริหารจัดการระบบเครือข่ายและการรักษาความปลอดภัย จะช่วยทำให้องค์กรที่มีระบบ IT เป็นหลักสามารถออกแบบและขยายระบบเครือข่ายที่มีอยู่ ให้กลายเป็น Digital Workplace ได้อย่างสมบูรณ์” อโมล ให้ความเห็นส่งท้าย

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Elastic 9.4 ออกแล้ว

Elastic ได้ออกมาประกาศเปิดตัว Elastic 9.4 อย่างเป็นทางการ โดยเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบการทำงานของ Context Engineering, Application และ Infrastructure เพิ่มเติม, เสริม AI ในการรักษาความมั่นคงปลอดภัย และเพิ่มความสามารถอื่นๆ อีกมากมาย ดังนี้

Extreme Networks เปิดตัว Wi-Fi 7 AP รุ่นใหม่ พร้อม Agentic AI สำหรับบริหารจัดการระบบเครือข่ายแบบอัตโนมัติ

Extreme Networks ได้ออกมาประกาศถึงอัปเดตครั้งใหญ่ โดยเปิดตัว Wi-Fi 7 Access Point รุ่นใหม่ล่าสุด 5 รุ่น พร้อมนวัตกรรมใหม่ในการบริหารจัดการระบบเครือข่ายด้วย AI Agent เพื่อดูแลรักษาระบบเครือข่ายขององค์กรให้ทำงานได้อย่างต่อเนื่องโดยอัตโนมัติ