ตอบโจทย์ทำงานจากที่บ้านอย่างมั่นใจได้ด้วย Windows Virtual Desktop จาก Microsoft Azure พร้อมสิทธิ์ใช้ Windows 10 Enterprise E3 ฟรี 6 เดือน

เมื่อพูดถึงเรื่องนโยบายการทำงานจากที่บ้าน การทำงานของหลายองค์กรนั้นจำเป็นต้องมีการเข้าใช้ระบบขององค์กรด้วย แต่ปัญหาที่ตามมาคือองค์กรจะมั่นใจได้อย่างไรว่าอุปกรณ์ของพนักงานนั้นมี Security เพียงพอ ดังนั้นหลายองค์กรจึงนำโซลูชันมากมายเข้ามาใช้ ซึ่งเป็นการเพิ่ม Cost อย่างมหาศาลแถมยังเพิ่มภาระให้แก่ทีมไอทีด้วย เพื่อให้แต่ละองค์กรสามารถให้พนักงานทำงานจากทุกที่ได้อย่างแท้จริง โดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของความปลอดภัยและค่าใช้จ่ายมาเป็นเครื่องพันธนาการ

วันนี้ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย ประกาศมอบสิทธิพิเศษให้องค์กรได้ใช้ Windows 10 Enterprise E3 บน Windows Virtual Desktop ฟรีนานถึง 6 เดือน* เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึง Desktop Application ผ่าน Microsoft Azure ได้จากทุกที่ได้อย่างปลอดภัยหายห่วง โดยบริการนี้เป็นโซลูชันน้องใหม่จาก Microsoft Azure ซึ่งช่วยให้องค์กรเริ่มต้นนโยบายการทำงานจากที่บ้านได้ง่าย ถูกและ Secure

Windows Virtual Desktop คือบริการเครื่องจำลองเสมือนของ Windows Desktop ที่วางอยู่บน Azure (มองว่าเป็นเครื่องคอมของออฟฟิศที่ไปตั้งอยู่บนคลาวด์) โดยพนักงานขององค์กรจะสามารถใช้แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือโน๊ตบุ๊ค รีโมตผ่านบราวเซอร์ไปใช้ Virtual Desktop บนคลาวด์ได้ ซึ่งจะเห็นได้ว่าสะดวกและไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมให้กระทบ User Experience ของผู้ใช้งาน

ประหยัดกว่าด้วยความสามารถของ Windows 10 Enterprise Multi-Session

Windows 10 Enterprise Multi-session เป็น OS พิเศษที่เกิดขึ้นมาสำหรับการให้บริการเฉพาะบน Windows Virtual Desktop เท่านั้น(ไม่มีบน On-premise) โดยไอเดียก็คือ 1 เครื่องสามารถเปิดรีโมตให้ผู้ใช้งานหลายคน ทั้งนี้จึงสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายขององค์กรได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะไม่จำเป็นต้องสร้างเครื่องให้เท่าจำนวนคน นอกจากนี้เดิมทีถ้าองค์กรต้องการโซลูชันเช่นนี้ต้องไปตั้งเซิร์ฟเวอร์และเกตเวย์เพื่อให้บริการ RDS แต่ Windows Virtual Desktop เป็น Managed Service ที่รอเพียงแค่ผู้ใช้ Provision เครื่อง Desktop และเริ่มใช้งานได้ทันที โดยไม่ต้องมาบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์ใดๆ เลย

แต่อย่าเพิ่งเข้าใจผิดเพราะไม่ได้หมายความว่า Windows Virtual Desktop จะให้บริการได้แบบ Multi-session ได้เท่านั้น แต่ยังสามารถรองรับการทำโหมด Personal Desktop (1 คนต่อ 1 เครื่อง) ในกรณีที่องค์กรต้องการจองเครื่องส่วนตัวให้พนักงานก็ทำได้เช่นกัน

Microsoft จัดการข้อมูลผู้ใช้งานหลายคนได้อย่างไร

Microsoft มีโซลูชันที่ชื่อ FSLogix ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ใช้งานในสภาพแวดล้อมแบบ Virtual โดยมีการทำ Profile Container แยกเป็น Virtual disk และจะถูก Mount เข้ากับ VHDX หรือ VHD ตอนที่ผู้ใช้ล็อกอินเข้ามา (Run time) ด้วยเหตุนี้เองจึงสามารถแบ่งเลเยอร์ข้อมูลของผู้ใช้งานในสภาพแวดล้อมแบบใช้งานเครื่องร่วมกันได้

ตอบโจทย์ Security ด้วยการควบคุมการเข้าถึงในระดับแอปพลิเคชันและลดโอกาสข้อมูลรั่วไหลออกนอกองค์กร

ผู้ดูแลระบบขององค์กรสามารถ Provision เครื่อง Desktop เป็นรายแอปพลิเคชันไปได้ (ตามรูปด้านบน) ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับบางองค์กรที่พนักงานไม่จำเป็นต้องมีสิทธิ์เข้าถึงทั้งเครื่อง นอกจากนี้ระบบยังไม่อนุญาตให้พนักงานคัดลอกข้อมูลจากเครื่องบน Virtual Desktop ออกไปยังเครื่อง Local ด้วยเหตุนี้เององค์กรจึงมีสิทธิ์จำกัดการเข้าถึงเครื่อง Desktop ได้อย่างเฉพาะและไม่ต้องกลัวข้อมูลรั่วไหลออกนอกองค์กร

อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้เลยเมื่อพูดถึงเรื่อง Authorization คือ Windows Virtual Desktop จำเป็นต้อง Sync กับ Active Directory โดยรองรับทั้งการ Sync จาก Azure AD หรือ On-premise AD Server ขององค์กร ด้วยเหตุนี้เองจึงสามารถตอบโจทย์การใช้งานในระดับองค์กร

ยืดหยุ่นกว่าเพราะ เพิ่ม ลด Resource อัตโนมัติตามการใช้งาน คุมค่าใช้จ่ายได้ตามจริง

มาถึงตรงนี้หลายคนอาจมีคำถามเกิดขึ้นว่าแล้วเครื่องที่อยู่บนคลาวด์จำเป็นต้องเปิดรอตลอดหรือไม่ ซึ่งตรงนี้เอง Azure ได้มีระบบ Script อัตโนมัติที่สามารถทำ Scale-down เครื่องได้ กรณีที่มีผู้ใช้งานน้อยลง หรือกำหนดปิดเครื่องได้ตามเวลาทำงานปกติ เช่นเปิดแค่วันจันทร์-ศุกร์เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เององค์กรจึงสามารถคุมค่าใช้จ่ายได้ตามจริง ในทางกลับกันหากมีโหลดการใช้งานเพิ่ม Windows Virtual Desktop ก็สามารถขยาย Resource เพิ่มให้รองรับความต้องการได้เช่นกัน

นอกจากนี้เพื่อความยืดหยุ่นในการใช้งานอย่างแท้จริง Azure ยังมีการทำ Load Balance ผู้ใช้งานที่ล็อกอินเข้ามากับเครื่อง Desktop ใน Pool โดยผู้ดูแลองค์กรจะสามารถเลือก Load Balance Algorithm ได้ 2 แบบระหว่าง Breath Mode หรือการกระจายวนกันไปทุกเครื่อง (Round Robin) และ Depth Mode หรือการโยน Session ให้เต็มทีละเครื่องก่อน เพราะฉะนั้นเมื่อเครื่องใน Pool มีเกินจำนวนผู้ใช้งาน Azure จึงสามารถลดหรือขยายจำนวนเครื่องได้ตามความต้องการ

ปรับแต่ง Image ได้ตามความต้องการขององค์กร

Windows Virtual Desktop สามารถรองรับ Image ที่องค์กร Customize ขึ้นมาเองให้เพื่อตอบโจทย์กับลักษณะการใช้งานของแต่ละองค์กรได้ หรือจะเลือกใช้ Gallery Image ที่มีมาให้แล้วดังนี้

  • Windows 10 Enterprise multi-session with Office 365 ProPlus
  • Windows 10 Enterprise multi-session 
  • Windows 10 Enterprise 
  • Windows Server 2016

โดยจะเห็นได้ว่า Gallery Image จะมี Windows 10 ซึ่งมาพร้อมกับ Office 365 เรียกได้ว่าครบจบที่เดียวกันไปเลย นอกจากนี้ Windows Virtual Desktop ยังสามารถรองรับ Windows Server 2016 และ Windows 2012 R2 ได้ด้วย

ขยายเวลาการอัปเดต Windows 7 

ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา Microsoft ได้ประกาศสิ้นสุดระยะเวลาการดูแล Windows 7 ไปแล้ว ด้วยเหตุนี้เององค์กรที่ไม่สามารถเปลี่ยนไปเป็น Windows 10 ได้ทัน อาจกำลังตกอยู่ในภาวะความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าหากมีช่องโหว่ใหม่ก็ไม่สามารถอัปเดตได้ แต่ Windows Virtual Desktop คืออีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้องค์กรสามารถใช้ Windows 7 ที่ได้รับการอัปเดตไปอีก 3 ปี ซึ่งช่วยให้องค์กรได้มีเวลาปรับตัวไปอีกระยะหนึ่ง

จะเริ่มต้นใช้งานได้อย่างไร

ท่านใดที่สนใจเริ่มต้นใช้งาน Windows Virtual Desktop ทาง Azure เองก็มีเครดิตให้ได้ใช้งานฟรีถึง US$200  เลยทีเดียว! หรือสามารถใช้ VDI หรือ Windows Desktop as a Service ได้ฟรี 1 เดือนจำนวน 100 users ใช้พร้อมกันได้สูงสุด 20 คนโดยสามารถเข้าไปได้ที่ https://azure.microsoft.com/en-us/services/virtual-desktop/ 

ทั้งนี้การเริ่มต้นการใช้งานก็ง่ายๆ เพียงแค่ 3 ขั้นตอนคือ Prepare – Deploy – Optimize ซึ่ง Azure ได้ทำบทเรียนออนไลน์ไว้ให้ผู้เรียนได้เข้าใจถึงคอนเซปต์และวิธีการ โดยใช้เวลาเพียงแค่ 90 นาทีเท่านั้น ผู้สนใจสามารถเข้าชมได้ที่  https://docs.microsoft.com/en-us/learn/modules/m365-wvd-intro/introduction

*ผู้สนใจสิทธิ์ในการใช้ Windows 10 Enterprise E3  สามารถติดต่อทีมงานไมโครซอฟท์ประเทศไทยได้ที่  Aka.ms/ContactMSFTTH (Facebook Messenger) ซึ่งฟรีจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2563 เท่านั้น

ผู้สนใจสามารถชมวีดีโอสาธิตการสร้างและติดตั้ง Windows Virtual Service ได้ตามด้านล่างเลยครับ

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ