ใช้งาน Windows Server 2022 อย่างมั่นคงปลอดภัย ด้วยการผสานความสามารถร่วมกับ Dell PowerEdge Server

ด้วยปริมาณของภัยคุกคามไซเบอร์ที่นับวันจะยิ่งเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วและซับซ้อน การเสริมความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบ IT ในทุกภาคส่วนจึงกลายเป็นหน้าที่สำคัญของฝ่าย IT เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่ธุรกิจองค์กรจะเกิดความเสียหายจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

Dell Technologies ในฐานะของผู้นำด้านระบบ Server สำหรับธุรกิจองค์กร ได้เล็งเห็นถึงประเด็นปัญหาสำคัญเหล่านี้ และได้ร่วมมือกับ Microsoft เพื่อนำเสนอโซลูชันร่วมกันระหว่าง Windows Server 2022 และ Dell PowerEdge Server ที่มีความมั่นคงปลอดภัยตั้งแต่ระดับของ Firmware, Hardware, Hypervisor, OS และการบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัย เพื่อให้ธุรกิจองค์กรมั่นใจได้ ดังนี้

ผสานความสามารถระหว่าง Windows Server 2022 Secured-Core Server และ Dell PowerEdge Server เสริมความมั่นคงปลอดภัยให้สูงยิ่งขึ้น

Secured-Core Server คือความสามารถใหม่ใน Windows Server 2022 ที่ใช้ความสามารถจากทั้ง Hardware, Firmware และ OS เพื่อปกป้องระบบจากภัยคุกคามในรูปแบบต่างๆ

ในการใช้งาน Secured-Core Server ร่วมกับ Hardware ของ Dell PowerEdge Server จะช่วยให้ธุรกิจองค์กรมีความมั่นคงปลอดภัยมากขึ้นด้วย 3 แนวทาง ได้แก่

1.) Advanced Protection

ก่อนหน้านี้ที่ Microsoft ได้ใช้ข้อมูล Threat Intelligence ในการปกป้อง Secured-Core PC นั้น ระบบดังกล่าวสามารถตรวจจับและยับยั้งภัยคุกคามได้ดีกว่า PC ทั่วไปมากกว่า 2 เท่า ทำให้ล่าสุด Microsoft ได้ตัดสินใจนำเทคโนโลยีเดียวกันมาใช้งานใน Windows Server 2022 Secured-Core Server ด้วย

Secured-Core Server นั้นจะใช้ความสามารถของหน่วยประมวลผลเพื่อสนับสนุนเทคโนโลยี Dynamic Root of Trust for Measurement (DRTM) ในการนำ Firmware ไปบันทึกอยู่บน Hardware-based Sandbox เพื่อจำกัดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากช่องโหว่ภายใน Firmware Code ให้ลดน้อยลง

แนวทางดังกล่าวนี้ได้ถูกนำมาใช้ร่วมกับอีกเทคโนโลยีบน Windows Server 2022 คือ Virtualization-based Security (VBS) ซึ่งจะทำการแยกส่วนสำคัญของ OS อย่างเช่น Kernel ออกจากระบบส่วนที่เหลือ เพื่อช่วยปกป้องระบบ Application และข้อมูลจากการโจมตีเพิ่มขึ้นอีกชั้นหนึ่ง

นอกจากนี้ Dell Technologies ยังได้เสริมการปกป้อง Firmware อีกชั้นด้วยการรักษา Supply Chain ให้มีความมั่นคงปลอดภัย มั่นใจได้ว่าจะไม่มีการโจมตีหรือเปลี่ยนแปลง Firmware และ Hardware ในระหว่างการขนส่ง Server จากโรงงานไปยังลูกค้าแต่ละรายอีกด้วย

2.) Preventative Defense

ความสามารถของ Secured-Core นั้นได้ช่วยปกป้อง Server จากการโจมตีในหลายรูปแบบ ในขณะที่ Hypervisor-Protected Code Integrity (HVCI) ภายใน VBS ก็เป็นอีกความสามารถที่จะช่วยแยกส่วนการทำ Code Integrity (CI) ออกจากส่วนอื่นของ Windows OS ทำให้มั่นใจได้ว่าการที่ Kernel Memory ใดๆ จะถูกนำไปใช้งานได้นั้นจะต้องผ่านการตรวจสอบโดย Code Integrity (CI) อยู่เสมอ อีกทั้ง VBS เองก็สามารถใช้งาน Windows Defender Credential Guard เพื่อปกป้อง User Credential เอาไว้ภายใน Virtual Container ที่ซึ่ง OS ไม่สามารถเข้าถึงโดยตรงได้

ทั้งนี้ Trusted Platform Module 2.0 (TPM 2.0) คืออุปกรณ์มาตรฐานที่ Dell PowerEdge Server สามารถสนับสนุนได้ทุกรุ่นและทำงานร่วมกับ Secured-Core Server เพื่อปกป้อง Key และ Data ที่มีความละเอียดอ่อนสูง รวมถึงช่วยให้สามารถทำการตรวจสอบ Firmware ที่ใช้งานในขณะที่มีการบูทระบบได้ว่า Firmware เหล่านั้นเป็น Firmware จริงจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือและไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขอย่างไม่ถูกต้องมาก่อน ช่วยเสริมความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบเพิ่มเติมได้อีกทางหนึ่ง นอกจากนี้ ความสามารถอย่าง BitLocker Drive Encryption เองก็ต้องใช้งานร่วมกับ TPM 2.0 ด้วยเช่นกัน

Dell PowerEdge Server นั้นมีการใช้งาน Unified Extensible Firmware Interface (UEFI) Secure Boot ซึ่งจะมีการตรวจสอบ Cryptographic Signature ของ UEFI Driver และโค้ดอื่นๆ ที่มีการเรียกใช้งานก่อนที่จะเริ่มต้นการทำงานของ OS เพื่อให้มั่นใจได้ว่าจะไม่มี Malware ใดๆ แฝงตัวอยู่ภายใน Firmware จากที่กล่าวมาข้างต้นจึงสามารถกล่าวได้ว่า Dell PowerEdge Server มีอุปกรณ์และการทำงานร่วมกันกับ Secured-Core Server ได้เป็นอย่างดี

3.) Simplified Security

ในการจัดการ Windows Server 2022 ให้มีความมั่นคงปลอดภัย ทาง Microsoft ได้ทำการเพิ่มความสามารถให้กับ Windows Admin Center เพื่อช่วยให้การตั้งค่าด้านความมั่นคงปลอดภัยบน OS เป็นไปได้อย่างง่ายดายจากศูนย์กลางผ่านการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง และสามารถตรวจสอบสถานะของ Windows Server 2022 Secured-Core Server และเปิดใช้ความสามารถที่ต้องการได้จากหน้าจอเดียว

เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการด้านความมั่นคงปลอดภัยของ Server ง่ายดายยิ่งขึ้น Dell Technologies จึงได้พัฒนาส่วนเสริมอย่าง Dell OpenManage Integration with Windows Admin Center เพื่อให้การเข้าถึงและบริหารจัดการ Dell PowerEdge Server ทั้งหมดในองค์กรเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพถึงระดับของ Hardware และ Firmware ช่วยให้องค์กรมีข้อมูล Inventory ของ Hardware, Firmware และข้อมูลสุขภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยของ Server แต่ละเครื่องที่สามารถตรวจสอบได้ภายใน Windows Admin Center โดยตรง

ทั้งหมดนี้จะเห็นได้ว่าการที่ธุรกิจองค์กรจะสามารถใช้งาน Windows Server 2022 ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยนั้น การสนับสนุนจาก Hardware ที่รองรับความสามารถที่จำเป็นก็เป็นสิ่งที่จะขาดไปไม่ได้ และ Dell PowerEdge Server รุ่นล่าสุด ก็พร้อมรองรับทุกศักยภาพด้านความมั่นคงปลอดภัยให้กับ Windows Server 2022 Secured-Core Server ได้อย่างครบถ้วน

เริ่มต้นใช้งาน Windows Server 2022 ได้แล้ววันนี้ บน Dell PowerEdge Server

สำหรับธุรกิจองค์กรที่ต้องการใช้งาน Windows Server 2022 ทาง Dell Technologies พร้อมนำเสนอโซลูชันที่จะช่วยให้ธุรกิจสามารถใช้งาน Windows Server 2022 ได้อย่างมั่นคงปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ด้วยทางเลือกที่หลากหลาย เช่น

  • Microsoft OEM Software on PowerEdge Servers: ใช้งาน Windows Server 2022 ที่ติดตั้งจากโรงงานบน Dell PowerEdge Server ได้ทันทีอย่างง่ายดาย พร้อมบริการดูแลรักษาสนับสนุนการใช้งานจาก Dell โดยตรง
  • Microsoft OEM Software on Virtualized Solutions: ใช้งาน Windows Server 2022 บนระบบ Virtualization ชั้นนำอย่างเช่น Microsoft Hyper-V และ VMware ESXi หรือ vSphere บน Dell PowerEdge Server
  • Microsoft OEM Software on Hyperconverged Solutions: ใช้งาน Windows Server 2022 บนโซลูชัน HCI ที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Azure Stack, vSAN และ VxRail ที่อยู่บน Dell PowerEdge Server

แน่นอนว่าในทางเลือกเหล่านี้ ธุรกิจองค์กรจะสามารถเลือกใช้งาน Dell PowerEdge Server ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็น Rack Server ทั่วไป, PowerEdge MX Server ในรูปแบบ Blade เพื่อความครบสมบูรณ์ของเทคโนโลยีต่างๆ ไปจนถึงการใช้งานร่วมกับ Dell Storage ในแต่ละรุ่น เพื่อตอบโจทย์ด้านการจัดเก็บและบริหารจัดการข้อมูลที่เหมาะสม

สนใจ Dell PowerEdge Server ติดต่อทีมงาน Dell Technologies ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจใช้งาน Dell PowerEdge Server หรือโซลูชันอื่นๆ จาก Dell Technologies สามารถติดต่อทีมงาน Dell Technologies ประจำประเทศไทยได้ที่ E-mail : DellTechnologies@kkudos.com โทร 090-949-0823 (คุณวศิน)


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

BSS Webinar: เพิ่มประสิทธิภาพ รู้ทันพฤติกรรมมัลแวร์ ด้วยนวัตกรรมใหม่ผสาน AI จาก BlackBerry EDR

Bangkok Systems ร่วมกับ BlackBerry ขอเรียนเชิญผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานด้าน Cybersecurity เข้าร่วมงานสัมมนาออนไลน์เรื่อง “เพิ่มประสิทธิภาพ รู้ทันพฤติกรรมมัลแวร์ ด้วยนวัตกรรมใหม่ผสาน AI จาก BlackBerry EDR” ในวันอังคารที่ …

ก้าวสู่โลกของ Multi-Cloud แบบสำเร็จรูป ด้วยโซลูชันDell Integrated System for Microsoft Azure Stack HCI

การก้าวสู่ Multi-Cloud นั้นถือเป็นวาระสำคัญสำหรับธุรกิจองค์กร เพื่อปรับ IT Infrastructure ให้มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น รองรับกับ Workload รูปแบบใหม่ๆ ได้อย่างคล่องตัว และเร่งให้การทำ Digital Transformation มีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม …