พบช่องโหว่ใน Samba Server เปิดให้ผู้โจมตีเปลี่ยนรหัสผ่านผู้ใช้งาน และทำ DoS ได้ ควร Patch ทันที

ทีมพัฒนา Samba ระบบ Open Source File Sharing ได้ออก Patch ล่าสุดมาอุดช่องโหว่ที่ทำให้ผู้โจมตีสามารถทำการเปลี่ยนรหัสผ่านของผู้ใช้งาน และทำ Denial of Service (DoS) เพื่อให้ระบบหยุดทำงานได้

 

Credit: Samba

 

ช่องโหว่ DoS นี้ได้รับรหัส CVE-2018-1050 ที่ส่งผลกระทบต่อ Samba ทุกรุ่นตั้งแต่รุ่น 4.0.0 เป็นต้นมา โดยช่องโหว่นี้จะถูกโจมตีได้ก็ต่อเมื่อ RPC spoolss service นั้นถูกกำหนดค่าให้ทำงานในแบบ External Daemon ซึ่งผู้โจมตีสามารถทำการส่งชุด Parameter ที่สร้างขึ้นมาสำหรับเจาะช่องโหว่นี้โดยเฉพาะมาเพื่อทำให้ print spooler หยุดทำงานได้

อีกช่องโหว่หนึ่งได้รับรหัส CVE-2018-1057 โดยเป็นช่องโหว่ที่เปิดให้ผู้ที่ไม่ได้ยืนยันตัวตนเข้ามาในระบบ สามารถทำการเปลี่ยนรหัสผ่านของผู้ใช้งานคนใดๆ ในระบบก็ได้หากเปิดใช้งาน Samba Active Directory DC เนื่องจากไม่ได้มีการ Validate Permission ของผู้ใช้งานที่ทำการร้องขอการเปลี่ยนรหัสผ่านบน LDAP อย่างถูกต้อง โดยส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งาน Samba ทุกรุ่นตั้งแต่รุ่น 4.0.0 เป็นต้นมาเช่นกัน

ทีมพัฒนา Samba ระบุว่าผู้ใช้งาน Samba ทั้งหมดควรอัปเดต Patch ล่าสุดทันที โดยรายละเอียดฉบับเต็มของช่องโหว่และ Patch นั้นอยู่ที่ https://www.samba.org/samba/security/ ครับ

 

ที่มา: https://thehackernews.com/2018/03/samba-server-vulnerability.html

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

PDPC เดินหน้าผนึกกำลังเครือข่าย DPO กว่า 3,700 หน่วยงานทั่วประเทศยกระดับตามมติ ครม.ทันที [PR]

สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) หรือ PDPC เดินหน้าขับเคลื่อนมาตรการยกระดับการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์เพื่อคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชน โดยผนึกกำลังเครือข่ายเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือ DPO กว่า 3,700 หน่วยงาน ทั้งภาครัฐและเอกชนทั่วประเทศ เร่งดำเนินการรีเซ็ต Username และ …

พบแคมเปญโจมตีพุ่งเป้าช่องโหว่ Critical บน VMware vCenter เตือนแค่แพตช์อย่างเดียวอาจไม่พอ

ช่องโหว่ระดับ Critical บน VMware vCenter รหัส CVE-2026-59310 กำลังถูกใช้โจมตีจริงเป็นวงกว้างทั่วโลก โดยผู้โจมตีฝังกลไกคงสถานะการเข้าถึงที่ยังทำงานต่อได้แม้ระบบจะถูกแพตช์แล้ว ผู้ดูแลระบบจึงต้องตรวจสอบร่องรอยการถูกเจาะระบบควบคู่ไปกับการติดตั้งแพตช์