เหล่านักวิจัยจาก New York University และ Michigan State ได้ทำการศึกษาเพื่อค้นหา “ลายนิ้วมือกลาง” หรือ Master Fingerprint สำหรับใช้ Bypass ระบบการยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือให้ได้แม่นยำที่สุด และผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็น่าสนใจมาก เพราะเจ้าลายนิ้วมือที่สร้างขึ้นมานี้ สามารถเข้าถึงอุปกรณ์ต่างๆ ได้ 26% – 65% โดยไม่สนใจว่าลายนิ้วมือต้นฉบับนั้นจะหน้าตาเป็นอย่างไร

ความผันผวนที่เกิดขึ้นจากผลการทดสอบนี้เกิดจากขนาดของฐานข้อมูลลายนิ้วมือที่ใช้นั้นแตกต่างกันออกไปในการทดสอบ อย่างไรก็ดีตัวเลขนี้ถือว่าไม่น้อยทีเดียว ซึ่งสาเหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะ Sensor ตรวจสอบลายนิ้วมือที่มีอยู่บน Smartphone นั้นมีขนาดเล็ก ทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูลลายนิ้วมือได้แค่บางส่วนของนิ้วเท่านั้น อีกทั้งระบบเหล่านี้ยังมักถูกออกแบบมาให้รองรับหลายนิ้วมือได้ ทำให้มีข้อจำกัดว่าต้องทำการจัดเก็บข้อมูลเพียงแค่เฉพาะบางส่วนของนิ้วเท่านั้น รวมถึงยังต้องรองรับกรณีที่วางนิ้วไม่ตรงตำแหน่งเดิมด้วย ทำให้ความแม่นยำในการตรวจสอบลดลงไปเป็นอย่างมาก และเป็นที่มาว่าทำไมแนวคิดของ “ลายนิ้วมือกลาง” จึงใช้งานได้ในกรณีนี้
อย่างไรก็ดี งานวิจัยและการทดสอบเหล่านี้ยังทำบนเครื่องคอมพิวเตอร์เท่านั้น และยังไม่ได้ทำการทดสอบกับโทรศัพท์มือถือจริงๆ ทำให้ยังเป็นเพียงตัวเลขทางทฤษฎีอยู่ อีกทั้งยังมีนักวิจัยที่ไม่ได้เข้าร่วมในโครงการนี้อย่าง Anil Jain แห่ง Biometrics Research Group ที่ Michigan State University ได้ให้ความเห็นด้วยว่าการทดสอบครั้่งนี้เป็นการทดสอบโดยวิเคราะห์ลายนิ้วมือจากส่วนที่เรียกว่า Minutia เท่านั้น ซึ่ง Sensor ตรวจสอบลายนิ้วมือที่ Apple และ Samsung ใช้งานนั้นไม่ได้ใช้ Minutia แต่ใช้ข้อมูลอื่นแทน เช่น Apple TouchID นั้นใช้ Texture Pattern แทน เป็นต้น
ทั้งนี้การทดลองนี้ก็ทำให้น่าสนใจไม่น้อยว่าอุปกรณ์ที่ทำการยืนยันตัวตนด้วยลายนิ้วมือบนโลกนี้ อุปกรณ์ที่ใช้ Sensor ขนาดเล็กจะมีความมั่นคงปลอดภัยและความถูกต้องในการยืนยันตัวตอนมากน้อยแค่ไหน
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






