Red Hat เข้าซื้อเทคโนโลยี Permabit เสริมการทำ Data Reduction ใน Red Hat Enterprise Linux

Red Hat ประกาศเข้าซื้อทรัพย์สินและเทคโนโลยีของ Permabit Technology Corporation ผู้พัฒนาเทคโนโลยี Deduplication, Compression และ Thin Provisioning เพื่อเสริมความสามารถให้กับ Red Hat Enterprise Linux (RHEL) โดยเฉพาะ

Credit: Red Hat

 

การเสริมเทคโนโลยีของ Permabit เข้าไปใน RHEL นี้จะช่วยให้การใช้งานระบบ Storage ภายใน RHEL มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเป็นอย่างมาก และสามารถตอบโจทย์ของการรองรับ Container, Cloud และ Hyper-converged Infrastructure (HCI) ได้เป็นอย่างดี โดยนอกจาก RHEL ที่จะได้ใช้เทคโนโลยีของ Permabit แล้ว Red Hat OpenStack Platform, Red Hat OpenShift Container Platform และ Red Hat Storage ก็จะได้เทคโนโลยีของ Permabit ไปใช้ด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ Red Hat ก็ยังมีแผนที่จะเปิด Open Source ให้กับเทคโนโลยีของ Permabit ด้วย เพื่อให้เข้ากับแนวทางของ Red Hat ในการเป็นธุรกิจ Open Source อย่างเต็มตัวด้วยนั่นเอง

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลของ Permabit ได้ที่ http://permabit.com/ ทันที

 

ที่มา: https://www.redhat.com/en/about/press-releases/red-hat-acquires-permabit-assets-eases-barriers-cloud-portability-data-deduplication-technology


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

อยากได้ระบบ Monitoring ดีๆ ฟรี … สำหรับเครื่องสำรองไฟในองค์กร เลือก APC SmartConnect UPS

เชื่อว่าปัญหาส่วนใหญ่ที่หลายคนหรือองค์กรมักจะต้องประสบปัญหาเป็นประจำ นั่นก็คือ ในขณะที่กำลังทำงานสำคัญอยู่ แต่เกิดเหตุไฟดับหรือไฟตกขึ้นมาทำให้คอมพิวเตอร์ดับ และงานในบริษัทต้องหยุดชะงัก เพราะกระแสไฟฟ้าขัดข้องทำให้เกิดความเสียหายต่อข้อมูลที่สำคัญ ถ้าหากไม่ได้ทำการบันทึกข้อมูลอย่างสม่ำเสมอไว้ทั้งที่กำลังจะใกล้เสร็จ ต้องมานั่งทำงานกันใหม่หมด เสียทั้งเวลา เสียงาน หรืออาจจะทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เกิดความเสียหาย ถ้าเกิดกระแสไฟกระชากแบบแรงๆ

Amazon เผย ย้ายระบบฐานข้อมูลจาก Traditional database ไปยัง AWS ทั้งหมดแล้ว

Amazon ได้ออกมาประกาศความสำเร็จในการย้ายฐานข้อมูลของกลุ่มธุรกิจ Consumer ที่มีขนาดมากกว่า 75 Petabytes บนฐานข้อมูล Oracle Database ไปยังบริการของ Amazon Web Services (AWS) ทั้งหมดแล้ว