Qualcomm ประกาศวางจำหน่าย Centriq 2400 48-Core ARM CPU สำหรับ Server แล้ว

Qualcomm ประกาศวางจำหน่าย Qualcomm Centriq 2400 48-Core ARM CPU สำหรับ Server แล้วอย่างเป็นทางการ ด้วยการใช้เทคโนโลยี ARM แบบ 10nm Data Center เป็นรายแรกของโลก

Credit: Qualcomm

 

Qualcomm Centriq 2400 นี้ใช้การออกแบบแบบบ ARMv8-A Compatible โดยทำงานได้แบบ Multicore และใช้พลังงานเพียง 120W เท่านั้น โดย Qualcomm Centriq 2400 นี้จะตั้งเป้ารุกตลาด Server แบบ Single Socket และ Dual Socket แข่งกับ Intel เป็นหลัก ด้วยจุดเด่นที่น่าสนใจดังนี้

  • สร้างด้วยกระบวนการ 10nm FinFET ของ Samsung โดยมี Transistor ทั้งสิ้น 18,000 ล้านตัวภายในชุด System-on-Chip
  • ประสิทธิภาพสูงสุดระดับ 48 Single Thread Core ที่ความเร็ว 2.2GHz – 2.6GHz โดยรองรับการทำงานแบบ 64-bit เท่านั้น
  • มี Bus ความเร็ว 250GBps สำหรับเชื่อมต่อภายใน
  • L2 Cache ขนาด 512KB สำหรับ Core แต่ละคู่
  • L3 Cache ขนาด 60MB กระจายอยู่ทั่ว Ring ที่ใช้เชื่อมต่อ
  • รองรับ DDR4 ได้ 6 Channel ติดตั้งหน่วยความจำได้สูงสุด 768GB ต่อ CPU
  • 32 PCIe Gen-3 Lane พร้อม Controller 6 ชุด
  • ทำ Secure Boot ได้ด้วย ARM TrustZone
  • ใช้พลังงานสูงสุด 120W
  • ราคาเริ่มต้น 1,995 เหรียญสำหรับรุ่น 48 Core

สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถศึกษาได้ที่ https://www.qualcomm.com/products/qualcomm-centriq-2400-processor

 

ที่มา: https://www.theregister.co.uk/2017/11/08/qualcomm_centriq_2400/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Gartner ออก Magic Quadrant ด้าน SD-WAN ผล VMware, Silver Peak ครองผู้นำ

Gartner บริษัทวิจัยและที่ปรึกษาชื่อดังจากสหรัฐฯ ออกรายงาน Magic Quadrant ทางด้าน WAN Edge Infrastructure หรือที่รู้จักกันในนามโซลูชัน SD-WAN ฉบับล่าสุดประจำปี 2019 ผลปรากฏว่า VMware …

รายงานจาก Microsoft ชี้ตรวจพบ Malware, Ransomware และ Cryptominer ลดลงในปี 2019

ถ้าถามว่าใครจะมีข้อมูลของผู้ใช้งาน Windows มากที่สุด คงเถียงไม่ได้ว่าน่าจะเป็น Microsoft เนื่องจากเป็นเจ้าของ OS ซึ่งจากรายงานของปีนี้พบว่าภัยคุกคามประเภท Malware, Ransomware และ Cryptominer น้อยลงกว่ามีก่อน