Evergreen Storage: ปรับมุมคิดธุรกิจองค์กร ลงทุนระบบ Storage เดียว ใช้งานได้ต่อเนื่องยาวนานกว่า 10 ปี

การปรับการลงทุนด้านระบบ IT Infrastructure มาสู่รูปแบบการเช่าใช้งานหรือในแบบ as-a-Service นั้นกำลังเป็นที่นิยมทั่วโลก จากความคล่องตัวด้านการลงทุนในระบบที่คิดค่าใช้จ่ายตามการใช้งานจริง ทำให้ธุรกิจสามารถเพิ่มขยายระบบ IT ได้อย่างยืดหยุ่นตามความต้องการ

ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับแนวคิด Evergreen Storage ของ Pure Storage ที่ไม่เพียงแต่จะตอบโจทย์การใช้งาน All Flash Storage ได้ในแบบ Storage-as-a-Service เท่านั้น แต่เป็นอีกก้าวที่มีการคำนึงถึงเรื่องของกระบวนการในการอัปเกรดเทคโนโลยี, การเปลี่ยนอุปกรณ์ให้เป็นรุ่นใหม่และทนทานอยู่เสมอ ไปจนถึงการรักษ์โลกตามเทรนด์ Environmental, Social, and Governance หรือ ESG อย่างครบถ้วนอีกด้วย

 

Evergreen Storage Subscription: ใช้งานระบบ All Flash Storage จาก Pure Storage แบบคิดค่าใช้จ่ายรายปี พร้อม Journey ที่คำนึงถึงการบริหารจัดการดูแลรักษาระบบ All Flash Storage แบบครบวงจร

Pure Storage ในฐานะของผู้นำทางด้านเทคโนโลยี All Flash Storage มาอย่างยาวนาน ซึ่งมีความโดดเด่นทั้งในแง่ของเทคโนโลยีและธุรกิจจนได้รับเลือกจาก Gartner ให้เป็น Leader ใน Magic Quadrant ด้านระบบ Primary Storage และ Distributed File Systems & Object Storage แล้ว ก็ยังเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกบริการในรูปแบบ Storage-as-a-Service (STaaS) ที่ได้นำเสนอบริการนี้เป็นรายแรกๆ ของอุตสาหกรรมภายใต้ชื่อ Evergreen Storage Subscription

 

Credit: Pure Storage

 

บริการ Evergreen Storage Subscription นี้ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ทั้งอุตสาหกรรมต้องพัฒนา Business Model สำหรับการเช่าใช้งานระบบ Storage ในแบบ Subscription โดยบริการดังกล่าวสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของ (TCO) ของระบบ All Flash Storage ลงได้ถึง 30-60% เมื่อเทียบกับการจัดซื้อ Storage ใหม่ในทุกๆ รอบ 3-5 ปีดังที่เคยเป็นมาในอดีต และสามารถเพิ่มขยายระบบได้อย่างยืดหยุ่นง่ายดายตามความต้องการของธุรกิจบนสัญญาการใช้ Subscription ที่ชัดเจน

ถึงแม้ Pure Storage จะเป็นรายแรกที่ให้บริการในรูปแบบดังกล่าว แต่เงื่อนไขการให้บริการนั้นก็ยังถือว่าโดดเด่นกว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ เป็นอย่างมาก จากการที่ Pure Storage ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ขึ้นมาให้รองรับการให้บริการ Storage-as-a-Service มาแต่แรก ส่งผลให้การนำเสนอบริการนั้นมีความแตกต่างในหลายประการ ดังนี้

 

 

  • ธุรกิจองค์กรสามารถใช้งานทุกความสามารถของ Pure Storage ได้อย่างครบถ้วนภายใน Subscription เดียว และจะได้รับความสามารถใหม่ๆ เพิ่มเติมทุกครั้งที่มีการอัปเกรด Software โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
  • ราคาของ Subscription มีความชัดเจนตรงไปตรงมา ด้วยราคาที่เท่าเดิมตลอดระยะเวลาการต่ออายุสัญญา ต่างจากการทำ Maintenance Agreement ในอดีตที่ตั้งแต่ปีที่ 4 เป็นต้นไปมักมีราคาที่สูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด
  • รับประกันที่ระดับของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่สามารถใช้งานได้จริง (Effective Capacity) แทนระดับความสามารถในการลดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล (Efficiency Ratio) ทำให้ธุรกิจองค์กรสามารถวางแผนด้านการลงทุนได้อย่างแม่นยำ
  • การออกแบบระบบให้มีความมั่นคงทนทานระดับ 99.9999% พร้อมการอัปเกรดระบบในส่วนของ Hardware และ Software ได้โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของระบบ ทำให้ Pure Storage สามารถเพิ่มประสิทธิภาพและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ตามความต้องการของธุรกิจองค์กรโดยไม่เกิด Downtime ในการใช้งาน
  • มีการอัปเกรดอุปกรณ์ในส่วนของ Storage Controller ให้เป็นชุดใหม่ในทุกๆ 3 ปี ทำให้ธุรกิจองค์กรมั่นใจว่า Hardware ที่ใช้งานจะเป็นชุดใหม่อยู่เสมอ ในขณะที่การอัปเกรด Software นั้นจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ระบบมีความสามารถใหม่ๆ เพิ่มเติมเข้ามาใช้งานได้อยู่ตลอด
  • มีบริการเสริมในการอัปเกรด Storage Controller เป็นรุ่นที่ใหญ่ขึ้นหรือ Generation ที่ใหม่ขึ้นได้ โดยใช้การ Trade In นำอุปกรณ์เก่าไปเป็นส่วนลดในการอัปเกรดระบบได้อย่างคุ้มค่า
  • มีบริการเสริมในการอัปเกรดหรือเพิ่มขยายระบบ Flash Storage Media ที่ใช้งานในแบบ Trade In เพื่อให้ระบบมีความจุที่สอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจได้
  • รองรับการใช้งานร่วมกับระบบ DevOps และ Kubernetes ได้อย่างสมบูรณ์ด้วยการนำความสามารถจาก Portworx ที่ Pure Storage ได้เข้าซื้อกิจการมาเสริมในผลิตภัณฑ์
  • มีการดูแลรักษาระบบในแบบ Proactive และ Predictive ด้วยการนำ AI ที่มีชื่อว่า Pure1 มาใช้วิเคราะห์แนวโน้มการเกิดปัญหาของระบบ และทำการซ่อมแซมแก้ไขระบบในส่วนนั้นก่อนที่ปัญหาจะเกิดขึ้นจริง

 

Credit: Pure Storage

 

เป้าหมายของบริการ Evergreen Storage Subscription โดย Pure Storage นี้คือการเปลี่ยนประสบการณ์ในการลงทุนและใช้งานระบบ All Flash Storage ให้มีความง่ายดายที่สุดสำหรับธุรกิจและผู้ดูแลระบบ IT เพื่อลดการจัดซื้อระบบ Storage ใหม่ทุกๆ 3-5 ปีที่มักจะมาพร้อมกับปัญหาด้านการสั่งซื้อ การติดตั้งใช้งาน และการโอนถ่ายย้ายข้อมูลออกไปทั้งหมด และทดแทนด้วยระบบ All Flash Storage ระบบเดียวที่สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน 10 – 20 ปี ด้วยการอัปเกรดอย่างต่อเนื่องที่ไม่มี Downtime เพื่อลดค่าใช้จ่ายแฝงที่อาจเกิดขึ้นกับธุรกิจในกระบวนการด้านการจัดซื้อระบบ Storage ใหม่ และลดเวลาที่ผู้ดูแลระบบ IT ต้องใช้ในทุกๆ รอบการอัปเกรดระบบ Storage ลงไปนั่นเอง

 

Credit: Pure Storage

 

Pure Storage ระบุว่าที่ผ่านมาได้มีการอัปเกรด Controller ให้กับกลุ่มลูกค้าธุรกิจองค์กรทั่วโลกไปแล้วมากกว่า 9,300 ชุด โดยที่ไม่เกิด Downtime ใดๆ ต่อระบบ และธุรกิจองค์กรไม่ต้องจัดซื้ออุปกรณ์ใหม่ทั้งหมดแต่อย่างใด ก็ถือเป็นข้อพิสูจน์ที่แข็งแกร่งถึงความเชื่อมั่นที่องค์กรทั่วโลกมีต่อบริการ Evergreen Storage Subscription ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้บริการ Evergreen Storage Subscription ก็ยังสอดคล้องกับแนวคิดของระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียนหรือ Circular Economy ที่มีการนำอุปกรณ์เก่าซึ่งธุรกิจองค์กรใช้งานภายในการทำ Subscription ไปทำการอัปเกรด, ใช้ซ้ำ หรือกำจัดในรูปแบบที่เหมาะสม เพื่อลดมลภาวะทางสิ่งแวดล้อม, เพิ่มความคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ และลดค่าใช้จ่ายให้กับธุรกิจองค์กรในการบริโภคใช้งานเทคโนโลยีด้านระบบโครงสร้างพื้นฐาน IT ได้อย่างเหมาะสม ตอบสนองต่อเทรนด์ด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

ผู้ที่สนใจบริการ Evergreen Storage Subscription สามารถติดต่อทีมงาน Pure Storage ประจำประเทศไทยเพื่อขอรายละเอียดเพิ่มเติม หรือนำเสนอบริการได้ทันที

 

Evergreen Storage Architecture: สถาปัตยกรรมเบื้องหลัง ที่ทำให้ Pure Storage มีบริการ Subscription ที่เหนือกว่าผู้ผลิตรายอื่นๆ

การที่ Pure Storage สามารถให้บริการ Evergreen Storage Subscription ได้นี้ก็เป็นเพราะการออกแบบเชิงวิศวกรรมของระบบที่เหมาะสมทั้งในส่วนของ Hardware และ Software ตั้งแต่แรก ทำให้ Pure Storage เป็นหนึ่งในผู้ผลิตไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถให้บริการในรูปแบบนี้ได้โดยไม่ต้องมีการนำอุปกรณ์ใหม่มาติดตั้งเพิ่มเติมและเกิดการโอนถ่ายย้ายข้อมูล แต่อาศัยการอัปเกรดหรือเปลี่ยน Hardware เป็นรุ่นใหม่ทีละส่วน พร้อมการอัปเกรด Software อย่างต่อเนื่องแทน

ด้วยเหตุนี้ Pure Storage จึงเรียกสถาปัตยกรรมเบื้องหลังเทคโนโลยีของตนเองว่า Evergreen Storage Architecture ที่มีคุณสมบัติดังนี้

  1. ออกแบบระบบให้เป็น Modular Architecture ทั้งในระดับของ Hardware และ Software ทำให้เมื่อมีส่วนใดของระบบหยุดทำงานหรือถูกถอดเพื่อสับเปลี่ยน ระบบส่วนที่เหลือก็ยังคงทำงานได้อย่างต่อเนื่องไม่สะดุดติดขัด ไม่ว่าจะเป็น Storage Controller, Flash Media หรือ Operating System (OS) ก็ตาม
  2. การใช้แนวคิด Software-Defined Storage (SDS) ในการออกแบบผลิตภัณฑ์ ทำให้การเพิ่มความสามารถใหม่ๆ ภายในระบบเกิดขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้ธุรกิจองค์กรได้ใช้นวัตกรรมล่าสุดอยู่เสมอ
  3. การออกแบบในเชิงประสิทธิภาพ ที่ Storage Controller แต่ละชุดสามารถทำงานได้ถึงระดับประสิทธิภาพที่ 100% สำหรับแต่ละ Storage Array ทำให้เมื่อมี Storage Controller ชุดใดชุดหนึ่งเสียหายหรือมีการถอดเพื่ออัปเกรด ระบบก็ยังคงทำงานได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพ

อันที่จริงแล้ว Pure Storage นั้นได้ใช้สถาปัตยกรรมดังกล่าวในทุกๆ ผลิตภัณฑ์ของตนเองที่พัฒนาออกมาอยู่แล้ว ทำให้การนำเสนอบริการ Evergreen Storage Subscription นี้เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย และช่วยให้ Pure Storage กลายเป็นผู้บุกเบิกตลาด Storage-as-a-Service หรือ STaaS รายแรกๆ ของโลกได้นั่นเอง โดยผลิตภัณฑ์ระบบ All Flash Storage และ Converged Infrastructure ที่โดดเด่นของ Pure Storage มีดังนี้

Credit: Pure Storage
  • Pure Storage FlashArray//C ระบบ All-QLC Flash Storage สำหรับระบบที่ต้องการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ความจุสูงสุด 7.3PB ทำงานได้รวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า
  • Pure Storage FlashArray//X ระบบ 100% Native NVMe Storage ประสิทธิภาพสูง ความจุสูงสุด 3.3 PB สำหรับระบบงานในระดับ Tier 0 และ Tier 1 ที่รองรับ Workload ได้หลากหลายรูปแบบภายในระบบเดียว
  • Pure Storage FlashArray//XL ระบบ 100% Native NVMe Storage ประสิทธิภาพสูงสุด ความจุสูงสุด 5.5 PB สำหรับระบบ Business Application สำคัญขนาดใหญ่อย่างเช่น SAP HANA, Microsoft SQL Server และ Oracle ที่ต้องการประสิทธิภาพระดับ Hyperscale
  • Pure Storage FlashBlade ระบบ Unified Fast File and Object Storage ประสิทธิภาพสูงสำหรับจัดเก็บข้อมูล File หรือ Object หลายหมื่นล้านไฟล์ เพื่อเชื่อมต่อกับ Server จำนวนหลายหมื่นเครื่อง และให้บริการข้อมูลได้หลาย PB ด้วยความเร็วระดับหลายสิบล้าน IOPS
  • Pure Storage FlashStack ระบบ Software-Defined Hybrid-Cloud Infrastructure จากความร่วมมือของ Pure Storage และ Cisco ที่รวม Compute, Network และ Storage เข้าด้วยกัน สำหรับรองรับระบบ Data Center ที่ต้องการความเร็วในระดับ All Flash เพื่อใช้งานร่วมกับ Workload ของธุรกิจองค์กร
  • Pure Storage FlashRecover โซลูชันระบบ All-Flash Data Protection ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Pure Storage และ Cohesity เพื่อให้การสำรองและกู้คืนข้อมูลเป็นไปได้อย่างรวดเร็วด้วยความเร็วระดับ All-Flash และคุ้มค่าสูงสุดด้วยการทำ Data Reduction
  • Pure Storage AIRI โซลูชันระบบ Full-Stack AI-Ready Infrastructure จากความร่วมมือของ Pure Storage และ NVIDIA เพื่อการประมวลผลทางด้าน AI ด้วยความเร็วสูงจาก GPU ที่ดีที่สุดของ NVIDIA และ All Flash Storage ที่เร็วที่สุดจาก Pure Storage
Credit: Pure Storage

จะเห็นได้ว่าโซลูชันของ Pure Storage นี้สามารถถูกนำไปใช้ตอบโจทย์การใช้งานได้ในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดกลาง ไปจนถึงธุรกิจองค์กรขนาดใหญ่ และผู้ให้บริการ Data Center หรือ Cloud ก็ตาม พร้อมรูปแบบการลงทุนที่ครบวงจร ทั้งการจัดซื้อตามปกติ, การใช้งานแบบ STaaS ด้วย Evergreen และอื่นๆ อีกมากมาย

 

สนใจโซลูชัน Pure Storage ติดต่อทีมงาน Pure Storage ได้ทันที

สำหรับผู้ที่สนใจในโซลูชันของ Pure Storage หรือเทคโนโลยีด้านระบบ All Flash Storage สามารถติดต่อทีมงาน Pure Storage ประจำประเทศไทยได้ทันทีที่ asean@purestorage.com หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ของ Pure Storage ได้ที่ https://www.purestorage.com/ และสามารถติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook Fan Page https://www.facebook.com/PureStorageTH ทันที


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

รายงานเผย SmartNIC เตรียมครองส่วนแบ่งตลาด 38% ภายในปี 2026

Dell’Oro ออกรายงาน คาดการณ์ SmartNIC จะครองส่วนแบ่งตลาด 38% ภายในปี 2026 โดยมีมูลค่าตลาดรวม 5 พันล้านเหรียญ

Intel พัฒนาชิปใหม่ ช่วยป้องกันการโจมตีด้วยฮาร์ดแวร์

Intel เผยโครงการพัฒนาชิปใหม่ Tunable Replica Circuit (TRC) ซึ่งออกแบบมาใช้สำหรับป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ที่ใช้ฮาร์ดแวร์เป็นเส้นทางในการโจมตี โดยมีความสามารถในการตรวจจับการโจมตีทั่วไปที่เกิดจาก Hardware-based ได้ และสามารถแจ้งผู้ดูแลระบบในทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิด พร้อมกับช่วยป้องกันกันการโจมตีนั้นๆ