ปัญหาชิปหน่วยความจำขาดแคลนทั่วโลกมีแนวโน้มลากยาวกว่าที่ประเมินไว้ ท่ามกลางการแข่งขันสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI อย่างดุเดือดระหว่างสหรัฐฯ และจีน K.S. Pua ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Phison Electronics ผู้พัฒนาชิป NAND flash ชั้นนำ เผยความต้องการตลาดยังคงแข็งแกร่งจนกลบความเสี่ยงเรื่องภาวะซัพพลายล้นตลาดไปจนหมดสิ้น

ปัจจุบันสหรัฐฯ กำลังเร่งขยายโครงสร้างพื้นฐานระบบประมวลผล AI ซึ่งเป็นตัวจุดชนวนหลักที่ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนชิปหน่วยความจำอย่างหนัก และประเมินได้ว่าจีนจะดำเนินการในทิศทางเดียวกันตามมาในไม่ช้า ซึ่ง K.S. Pua อธิบายว่า ผู้ให้บริการคลาวด์ต่างมุ่งให้บริการ AI Inference ซึ่งต้องอาศัยการรวบรวมและประมวลผลข้อมูลระดับมหาศาล นำไปสู่ความต้องการพื้นที่จัดเก็บข้อมูลที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว
- รายได้แปรผันตรงกับความจุ: รายได้ของ CSP ผูกติดอยู่กับความจุของพื้นที่จัดเก็บข้อมูลโดยตรง ทำให้ดีมานด์ในกลุ่มหน่วยความจำยังคงพุ่งสูงอย่างต่อเนื่อง
- จีนผลิตเพื่อใช้ในประเทศ: แม้จีนจะเร่งขยายกำลังการผลิตชิปหน่วยความจำอย่างหนัก แต่ผลผลิตเหล่านั้นจะถูกนำไปตอบสนองความต้องการภายในประเทศเป็นหลัก มากกว่าที่จะไหลเข้ามาทุ่มตลาดโลก
- วิกฤตลากยาวถึงทศวรรษหน้า: อุตสาหกรรมชิปไม่น่าจะเผชิญปัญหาอุปทานล้นตลาดไปอีกหลายปี โดยคาดการณ์ว่าวิกฤตชิปขาดแคลนอาจลากยาวไปจนถึงช่วงปี 2027-2030 หรือนานกว่านั้น
วิกฤตการณ์ครั้งนี้สร้างโอกาสครั้งสำคัญให้ Phison ในการเจาะตลาด Enterprise SSD ซึ่งที่ผ่านมาถูกควบคุมโดยผู้ผลิตรายใหญ่อย่าง Samsung, Kioxia, SK Hynix และ Sandisk มาโดยตลอด เพราะผลิตภัณฑ์กลุ่ม Enterprise SSD เป็นหัวใจสำคัญสำหรับองค์กรในภาคการเงิน โทรคมนาคม เทคโนโลยี ไปจนถึงผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกอย่าง Google, AWS และ Meta
ขณะเดียวกันซีอีโอ Phison เตือนถึงผลกระทบระยะยาวจากราคาชิปหน่วยความจำที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างรุนแรงโดยอ้างอิงข้อมูลจาก Omdia ที่ระบุว่า ราคาเฉลี่ยของ NAND flash พุ่งขึ้น 150% แบบปีต่อปีในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา และคาดว่าจะกระโดดขึ้นถึง 250% จากระดับของปี 2025 ภายในปีนี้ และการที่กำไรขั้นต้นของผู้ผลิตชิปนปัจจุบันอยู่ที่ 80% และอาจพุ่งแตะ 90% ในอนาคต อาจไม่เหมาะสมในระยะยาว
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






