การแข่งขันกอล์ฟรายการ PGA Championship ถูกโจมตีด้วย Ransomware เรียกค่าไถ่

รายการแข่งขันกอล์ฟชื่อดังอย่าง PGA Championship นั้นตกเป็นเหยื่อการโจมตีของ Hacker ที่ใช้ Ransomware ทำการเข้ารหัสไฟล์ใน Server ของ PGA America เพื่อเรียกค่าไถ่เป็น Bitcoin โดยไม่ระบุจำนวนแต่อย่างใด

 

Credit: PGA Championship

 

การโจมตีครั้งนี้ได้ทำให้ข้อมูลและเอกสารด้านการตลาดของรายการ PGA Championship นั้นถูกเข้ารหัส และทำให้ทีมจัดการแข่งขันไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้ โดยส่วนใหญ่ข้อมูลที่ถูกเข้ารหัสในครั้งนี้เป็นแบนเนอร์สำหรับโฆษณา และโลโก้ต่างๆ สำหรับใช้ในการพิมพ์และสร้างสื่อแบบ Digital เป็นหลัก

ประเด็นที่น่าสนใจคือ เหล่าผู้โจมตีนั้นถึงแม้จะให้ Bitcoin Address สำหรับใช้เป็นช่องทางในการเรียกค่าไถ่ แต่ก็ไม่ได้มีการระบุจำนวน Bitcoin ที่ต้องการ ทำให้เหล่าผู้เชี่ยวชาญด้าน Security ออกมาวิเคราะห์ว่าในกรณีนี้ถึงแม้จะโอน Bitcoin ไปก็อาจไม่ได้ไฟล์คืนทันที เพราะผู้โจมตีอาจต้องการเรียกค่าไถ่ให้ได้มูลค่าสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในขั้นตอนการต่อรอง อีกทั้งการยอมจ่ายค่าไถ่นี้ก็จะยิ่งทำให้มี Hacker รายอื่นๆ เกิดแรงบันดาลใจในการโจมตีด้วยวิธีนี้ตามมาในอนาคต

อย่างไรก็ดี ทีมจัดการแข่งขัน PGA Championship นี้จะยังคงดำเนินการแข่งขันต่อไปตามตารางที่กำหนดเอาไว้ต่อไป

 

ที่มา: https://www.hackread.com/pga-golf-championship-hit-with-bitcoin-ransomware/


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Metro Systems Webinar: Exploring Ways to Protect: Cybersecurity Threats in a Work From Home Environment [11 พฤศจิกายน 2564 เวลา 10.00น.]

ทุกวันนี้ การโจมตีทางไซเบอร์ยังคงขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ได้มีแต่องค์กรขนาดใหญ่ หรือภาครัฐ หรือสถาบันการเงินเป็นเป้าหลัก แต่กลับกระจายไปสู่หลากหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นการศึกษา การแพทย์ พลังงาน โทรคมนาคม หรือค้าปลีก-ส่ง ก็ล้วนเป็นเป้าหมายการโมตีทางไซเบอร์ทั้งสิ้น

เพิ่มความมั่นคงปลอดภัยแอปพลิเคชันได้อย่างยืดหยุ่นด้วย Fortify SaaS – เปิดตัวให้คุณได้สัมผัสแล้ว!!

Micro Focus มุ่งมั่นในการขยายบริการมาสู่ลูกค้าในภูมิภาคเอเชียมาตลอด และเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแจ้งให้ทราบว่า เราได้เพิ่มการให้บริการ Fortify on Demand SaaS มาตั้งบนโฮสต์ที่สิงคโปร์ด้วย (จากเดิมที่มีดาต้าเซ็นเตอร์อยู่แค่ในสหรัฐฯ ยุโรป และออสเตรเลีย) ทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการลูกค้าในภูมิภาคนี้โดยเฉพาะ