เส้นทางสู่ปรากฏการณ์แห่งสมรรถนะของ WAN

ไม่ว่าธุรกิจใดก็ตามที่ใส่ใจเรื่องความได้เปรียบด้านการแข่งขันต่างหันมาให้ความสำคัญกับสมรรถนะ (Performance) ของ WAN  แต่ขณะที่องค์กรต่างๆ เริ่มนำแอปพลิเคชันที่ใช้ระบบ Cloud มาปรับใช้มากขึ้นเรื่อยๆ บางครั้งสมรรถนะของระบบมักลดต่ำลงเนื่องจากเครือข่ายไม่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใช้เข้าถึงแอปพลิเคชันที่อยู่นอก Data Center อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น เทคโนโลยี SD-WAN จึงเป็นคำตอบสำหรับหลายๆ ธุรกิจ ในฐานะที่เป็นทางเลือกที่ประหยัดต้นทุนและมีประสิทธิภาพมากกว่า

อย่างไรก็ตาม SD-WAN แต่ละประเภทไม่ได้สร้างมาให้เหมือนกันทั้งหมด ในขณะที่แอปพลิเคชันใหม่ๆ เริ่มปรากฏโฉมให้เห็น ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งไว้ใช้เองในองค์กรแบบ On-premise หรือบน Cloud อัตราการรับส่งข้อมูล ประสิทธิภาพ และความน่าเชื่อถือที่ต้องการได้รับจาก WAN กลับเพิ่มสูงขึ้น

SD-WAN ที่ขับเคลื่อนด้วยสมรรถนะ (Performance-driven SD-WANs) จะช่วยยกระดับสมรรถนะของแอปพลิเคชันและคุณภาพของบริการ (QoS) ได้อย่างมากเมื่อเทียบกับ SD-WAN แบบอื่นๆ จึงทำให้องค์กรต่างๆ สามารถตัดสินใจนำโซลูชัน SD-WAN 
มาใช้ได้ง่ายขึ้น

“ความสามารถในการเพิ่มประสิทธิภาพ WAN บนพื้นฐานความต้องการด้าน QoS ของแอปพลิเคชันที่เจาะจง คุณภาพของลิงก์ ความพร้อมใช้งาน หรือระดับอัตราการรับส่งข้อมูลแบบอัจฉริยะในลักษณะเดียวกับเครือข่ายประเภทอื่นๆ คือตัวพลิกเกมที่สำคัญ” Tricia Png ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียของ Silver Peak กล่าว “ด้วยโซลูชัน SD-WAN ที่ล้ำสมัย อย่างเช่น Unity EdgeConnect ทำให้ผู้จัดการฝ่าย IT จะมีตัวเลือกมากขึ้น ทั้งยังประหยัด CapEx และ OpEx ไปพร้อมๆ กับเพิ่มสมรรถนะของ WAN”

ขับเคลื่อนสมรรถนะผ่านการเชื่อมต่อ WAN หลายเครือข่าย

เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของ WAN แบบต่างๆ ที่มีอยู่ในปัจจุบัน องค์กรควรมองหาโซลูชันที่สามารถเชื่อมต่อลิงก์ต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อมอบสมรรถนะสูงสุดและตอบสนองความต้องการด้าน QoS สำหรับแอปพลิเคชันประเภทต่างๆ ตัวอย่างเช่น ลิงก์ WAN ตั้งแต่สองลิงก์ขึ้นไป แม้จะมีระบบการเชื่อมต่อต่างกัน เช่น MPLS, Internet หรือ 4G/LTE ต่างสามารถรวมสัญญาณเข้าด้วยกันเป็นการเชื่อมต่อ Logical เดียวกันได้ การเชื่อมต่อในลักษณะนี้สามารถป้องกัน Single Point of Failure เมื่อการเชื่อมต่อแบบใดแบบหนึ่งขัดข้อง เนื่องจากทราฟฟิกจะถูกจัดเส้นทางไปยังลิงก์ WAN ที่เหลือโดยอัตโนมัติโดยปราศจากการหยุดชะงัก ทำให้ความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยไม่ต้องมีการบริหารจัดการและกระบวนการจัดสรรงานที่ซับซ้อนซึ่งทำให้ยากต่อการดูแลระบบ

นอกจากนี้ ลิงก์ WAN ทั้งหมดยังคงสามารถรองรับทราฟฟิกหลักขององค์กรได้ โซลูชันที่ขับเคลื่อนด้วยสมรรถนะ (Performance-driven Solutions) จึงต่างจากโซลูชันที่ทำได้เพียง Mirror ทราฟฟิกผ่านหลายลิงก์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือตรงที่ โซลูชันนี้สามารถส่งทราฟฟิกโดยอิงตามนโยบายจุดประสงค์ของธุรกิจ (Business Intent Policy) ที่กำหนดไว้ล่วงหน้าได้อย่างชาญฉลาดกับทุกลิงก์ที่กำหนดค่าไว้สำหรับการรวมสัญญาณการเชื่อมต่อแบบ Logical

มองหาความสามารถในการจัดลำดับความสำคัญการใช้งานบริการ WAN แต่ละระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงสุด ยกตัวอย่างเช่น อาจใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตต้นทุนต่ำสำหรับ
แอปพลิเคชันหรือเวิร์กโหลด (Workloads) ที่มีความสำคัญต่ำกว่า และเก็บการเชื่อมต่อ MPLS ไว้ใช้สำหรับทราฟฟิกที่มีความสำคัญสูงกว่า ซึ่งจะทำให้สามารถลดต้นทุนรวมของ WAN ลงได้ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ WAN ให้มากขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า

ประโยชน์จากการปรับสภาพเส้นทาง (Path Conditioning)

ลิงก์ WAN ทุกลิงก์อาจมีปัญหาด้านคุณภาพในการรับส่งสัญญาณ และปัญหาจะรุนแรงมากขึ้นหากใช้บริการ WAN คุณภาพต่ำ อย่างไรก็ดี ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการปรับสภาพการเชื่อมต่อเพื่อยกระดับสมรรถนะ โดยการขจัดการรับส่งสัญญาณแพคเก็ตใหม่ (Retransmission) หรือกระแสข้อมูลที่เสียหาย (Corrupted Data Streams) จนทำให้สมรรถนะลดต่ำลง

เทคโนโลยีสำหรับการปรับปรุงสภาพเส้นทางมีสองแบบ แบบแรกคือ เทคโนโลยี Forward Error Correction (FEC) ซึ่งจะสร้างแพคเก็ตที่สูญหายระหว่างการรับส่งข้อมูลขึ้นมาใหม่ ทั้งนี้การเชื่อมต่อบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ตมักจะมีแพคเก็ตที่สูญหายมากกว่าแบบ MPLS หลายเท่าตัว แต่ระบบ FEC จะใช้วิธีแทรกแพคเก็ตแบบคู่เป็นระยะๆ เพื่อสร้างแพคเก็ตใดก็ตามที่สูญหายขึ้นมาใหม่ ทำให้ไม่ต้องรับส่งข้อมูลใหม่อีกครั้ง และยังเพิ่มสมรรถนะขึ้นได้อย่างมากด้วย

เทคโนโลยีแบบที่สองคือ Packet Order Correction (POC) ซึ่งจะตรวจจับแพคเก็ตที่มาถึงยัง
ปลายทางแบบผิดลำดับ และทำการปรับลำดับแพคเก็ตเหล่านั้นใหม่ให้ถูกต้อง ปัญหานี้มักพบได้ทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแอปพลิเคชันแบบ Load-balancing วิ่งไปตามลิงก์ WAN แบบต่างๆ 
ทราฟฟิกของวิดีโอที่รับส่งแพคเก็ตผิดลำดับอาจส่งผลให้เกิดอาการภาพสะดุด อย่างไรก็ตาม สำหรับการถ่ายโอนไฟล์หรือการสำรองข้อมูล แพคเก็ตที่ผิดลำดับนี้อาจส่งผลทำให้ข้อมูลเสียหายได้ หากไม่มี POC อาจจะต้องทำการรับส่งใหม่ทั้งหมดในทุกลำดับ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพการทำงาน

เพียงเท่านี้ท่านผู้อ่านคงจะได้เห็นความสำคัญของการพัฒนาประสิทธิภาพของ SD-WAN ไปพอสังเขป แต่เส้นทางสู่ปรากฏการณ์แห่งสมรรถนะของ WAN ยังไม่จบแต่เพียงเท่านี้โปรดติดตามตอนต่อไปในบทความหน้า

หากท่านผู้อ่านสนใจเกี่ยวกับเทคโนโลยี SD-WAN ที่ขับเคลื่อนด้วยสมรรถนะและ Unity EdgeConnect สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ Silver Peak ที่ https://www.silver-peak.com/products/unity-edge-connect


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Alibaba เปิดธุรกิจผลิตชิป จดทะเบียนบริษัทภายใต้ชื่อ Pingtouge Semiconductor

Alibaba Group Holding Ltd. ได้จดทะเบียนบริษัทผลิตชิปโดยเฉพาะภายใต้ชื่อ Pingtouge Semiconductor ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านหยวนหรือราวๆ 47.4 ล้านบาท โดยจะมุ่งเน้นไปที่การวิจัยและพัฒนาทางด้าน Semiconductor เป็นหลัก

มีการเผยแพร่โค้ดเจาะระบบ Kibana Console แล้ว แนะผู้ใช้ควรอัปเดต

ทีมงานของ Slow Mist Technology ได้ทำการเผยแพร่โค้ด PoC ที่ใช้ช่องโหว่หมายเลข CVE-2018-17246 ซึ่งเป็นช่องโหว่ File Inclusion ที่ส่งผลกระทบกับ Kibana ในเวอร์ชันก่อน 6.4.3 …