OpenAI จะเปิดให้นักพัฒนาสามารถฝังแอปพลิเคชันของตนเข้าไปใน ChatGPT ได้ ผ่านชุดเครื่องมือซอฟต์แวร์ใหม่ชื่อ Apps SDK

ผู้บริหารได้เปิดเผยรายชื่อแอป 7 รายการแรกที่ผสานรวมกับบริการแชตบอตนี้ในงาน OpenAI DevDay นอกจากนี้ บริษัทยังได้เปิดตัวเวอร์ชันฝังตัวของ Codex ซึ่งเป็นเอเจนต์เขียนโปรแกรมด้วยปัญญาประดิษฐ์ โดยนักพัฒนาสามารถใช้เอเจนต์นี้สร้างผู้ช่วยเขียนโค้ดของตนเองได้
รายชื่อแอป ChatGPT แบบฝังตัวในช่วงเริ่มต้นประกอบด้วย Booking.com, Canva, Coursera, Figma, Expedia, Spotify และ Zillow ซึ่งผู้ใช้สามารถเปิดแอปเหล่านี้ได้สองวิธี ได้แก่ พิมพ์ชื่อแอปในพรอมต์ และ พิมพ์คำขอที่ไม่ระบุชื่อแอปโดยตรง แต่เป็นการอธิบายงานที่ ChatGPT สามารถดำเนินการได้ผ่านบริการจากบุคคลที่สาม
ประสบการณ์ของผู้ใช้จะแตกต่างกันไปตามแต่ละแอป เช่น หากพนักงานขอให้ ChatGPT แปลงภาพร่างเป็นแผนภาพโดยใช้ Figma แชตบอตจะสร้างแผนภาพตามคำขอพร้อมลิงก์ให้เปิดใน Figma แต่ถ้าขอให้แสดงรายชื่อโรงแรมจาก Booking.com ระบบจะเปิดแครอเซลแสดงข้อมูลของที่พักแต่ละแห่งกว่าครึ่งโหล
แอปแบบฝังตัวเหล่านี้ไม่ได้ทำได้เพียงงานแบบครั้งเดียว แต่ยังสามารถตอบสนองต่อพรอมต์เพิ่มเติมได้ด้วย ตัวอย่างเช่น ผู้ใช้อาจสั่งให้ ChatGPT เปิดคอร์สเรียนจาก Coursera แล้วถามต่อให้อธิบายแนวคิดสำคัญที่สอนในบทเรียนนั้น
นักพัฒนาสามารถสร้างแอปแบบฝังตัวได้ผ่านชุดเครื่องมือ Apps SDK ที่เพิ่งเปิดตัว โดย OpenAI จะเริ่มรับการส่งแอปเข้าระบบภายหลังในปีนี้ ในช่วงเวลาเดียวกัน บริษัทวางแผนเพิ่มแอปจากพันธมิตรหลักเกือบสิบราย รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นอย่าง Uber Technologies
“Apps SDK พัฒนาต่อยอดจาก Model Context Protocol (MCP) มาตรฐานเปิดที่ช่วยให้ ChatGPT เชื่อมต่อกับเครื่องมือและข้อมูลภายนอกได้” ทีมงาน OpenAI อธิบายในบล็อกโพสต์ “มันขยายขีดความสามารถของ MCP เพื่อให้นักพัฒนาสามารถออกแบบทั้งตรรกะและอินเทอร์เฟซของแอปได้ด้วยตนเอง”
อีกหนึ่งไฮไลต์ของงาน DevDay คือการเปิดให้ใช้งานทั่วไปของ Codex ผู้ช่วยเขียนโค้ดของ OpenAI ซึ่งมาพร้อมฟีเจอร์ใหม่ 3 รายการในอัปเดตครั้งนี้
OpenAI ได้เพิ่มชุดเครื่องมือพัฒนา Codex SDK ที่ช่วยให้บริษัทต่าง ๆ ฝังฟังก์ชันของ Codex ลงในซอฟต์แวร์ของตนได้ การเชื่อมต่อทำได้ด้วยโค้ดเพียงไม่กี่บรรทัด และในช่วงเปิดตัวนี้ Codex SDK รองรับการใช้งานผ่าน TypeScript ซึ่งเป็นเวอร์ชันเสริมของภาษา JavaScript
ความสามารถในการเชื่อมต่อ Codex เข้ากับแอปพลิเคชันภายนอกมาพร้อมกับตัวเชื่อมต่อที่พัฒนาโดย OpenAI สองตัว ตัวแรกช่วยให้ผู้ใช้สามารถเรียกผู้ช่วยเขียนโค้ดได้จาก Slack ส่วนตัวเชื่อมต่ออีกตัวทำงานร่วมกับบริการ GitHub Actions ทำให้สามารถฝัง Codex ลงในกระบวนการ CI/CD ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติที่ช่วยลดขั้นตอนในการนำโค้ดใหม่ขึ้นระบบจริง
ส่วนสุดท้ายของการอัปเดตคือชุดฟีเจอร์ด้านการจัดการ โดย OpenAI ระบุว่าทีม IT สามารถกำหนดให้นักพัฒนาใช้การตั้งค่าที่มั่นคงปลอดภัย และผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบผลลัพธ์ของ Codex หรือแม้กระทั่งลบสภาพแวดล้อมซอฟต์แวร์บนคลาวด์ที่สร้างโดยเอเจนต์ AI ได้
ทีมงาน OpenAI ยังเสริมในบล็อกโพสต์ว่า “แดชบอร์ดวิเคราะห์ใหม่ยังช่วยผู้ดูแลติดตามการใช้งานผ่าน CLI, IDE และเว็บ รวมถึงประเมินคุณภาพของการรีวิวโค้ดที่ Codex จัดทำให้ได้อีกด้วย”
ที่มา: https://siliconangle.com/2025/10/06/openai-announces-chatgpt-apps-embedded-codex-coding-agent-devday/
TechTalkThai ศูนย์รวมข่าว Enterprise IT ออนไลน์แห่งแรกในประเทศไทย






