NIST อัปเดตคำแนะนำด้านความมั่นคงปลอดภัยในส่วน Software Supply Chain

NIST ได้ให้คำแนะนำพื้นฐานว่าจะรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้แก่วงจรการนำซอฟต์แวร์เข้ามาใช้งานได้อย่างไร

Credit: ShutterStock.com

ความรุนแรงของแฮ็กเกอร์ได้เพิ่มดีกรีมากขึ้นทุกปี ซึ่งการพยายามแทรกแซงองค์กรไม่ได้มาจากการเจาะที่ตัวองค์กรเท่านั้น แต่ยังอ้อมไปฝังตัวในซอฟต์แวร์ที่องค์กรจะนำมาใช้อีกที และนี่เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจุดประกายมาจากกรณีของ SolarWinds หลังจากนั้นประเด็นเรื่อง Supply Chain ก็เพิ่มขึ้น 

อย่างไรก็ดีคำสั่งที่ถ่ายทอดจากรัฐบาลสหรัฐฯปัจจุบันก็ทำให้ NIST ต้องอัปเดตคำแนะนำเรื่องนี้เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติพื้นฐาน 4 ข้อดังนี้

1.) สื่อสารกับผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ในมุมของความมั่นคงปลอดภัยด้วยการอ้างอิงกับ Secure Software Development Framework (SSDF)

2.) ผู้นำเสนอหรือผู้พัฒนาจะต้องมีหลักฐานว่าซอฟต์แวร์ได้ถูกพัฒนามาตาม Best Practice ด้านความมั่นคงปลอดภัย

3.) ผู้ใช้งานซอฟต์แวร์สามารถยอมรับหลักฐานในการปฏิบัติตาม SSDF ของผู้นำเสนอหรือผู้พัฒนาได้ เว้นเสียแต่ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องประเมินความเสี่ยงเพิ่มจาก 3rd Party

4.) ขอหลักฐานการปฏิบัติตาม Best Practice แบบ High-level เพราะทำให้เห็นภาพรวมได้ดีกว่า และควรหลีกเลี่ยงการวิเคราะห์หลักฐานแบบ Low-level เพราะให้ภาพได้ในมุมแคบๆเท่านั้น นอกจากนี้ยังทำให้ผู้รับต้องใช้ความสามารถมากในการวิเคราะห์เพิ่ม กล่าวคือสร้างงานเพิ่ม แถมเสี่ยงที่จะดูไม่รู้เรื่อง นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสให้ตัวแทนจำหน่ายมีข้อมูลละเอียดอ่อนในมือหรือเป็นข้อมูลลิขสิทธิ์ที่อาจนำไปสู่ช่องโหว่ของท่านในอนาคต

โดย NIST ย้ำว่านี่เป็นเพียงคำแนะนำพื้นฐานที่นำไปใช้ได้กับทุกซอฟต์แวร์เท่านั้น ในบางกรณีท่านอาจจะเพิ่มความเข้มข้นเพื่อเรียนรู้กับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ https://csrc.nist.gov/publications/detail/sp/800-161/rev-1/draft 

ที่มา : https://www.nist.gov/itl/executive-order-improving-nations-cybersecurity/software-supply-chain-security-guidance-1


About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

“ฟอร์ติเน็ตจับมือมหาวิทยาลัยศรีปทุม” เพื่อลดช่องว่างด้านทักษะ เพื่อต่อสู้ภัยไซเบอร์ของบุคลากรไทย [Guest Post]

“เปิดโอกาสให้บุคลากรไทยเข้าถึงหลักสูตรความรู้ด้านความปลอดภัยไซเบอร์ระดับโลกล่าสุดของฟอร์ติเน็ต เพื่อปั้นผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพรุ่นเน็กซ์เจนเนอเรชั่น” ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบอัตโนมัติและครบวงจร ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยศรีปทุม เพื่อจัดหลักสูตรการฝึกอบรมและออกประกาศนียบัตรด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์อันเป็นที่ยอมรับในอุตสาหกรรมระดับโลกให้นักศึกษาของไทย ความร่วมมือครั้งสำคัญนี้จะช่วยให้นักศึกษาของมหาวิทยาลัยศรีปทุมเพิ่มทักษะด้านการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ที่ตรงกับความต้องการขององค์กรในประเทศไทยจากหลักสูตรที่ได้รับรางวัลของฟอร์ติเน็ต เพื่อเตรียมให้นักศึกษาพร้อมเป็นผู้เชี่ยวชาญ ลดช่องว่างด้านทักษะ ช่วยสร้างโลกดิจิทัลของไทยให้ปลอดภัย

เดลล์ เทคโนโลยีส์ ประกาศเสริมความแข็งแกร่งในการเตรียมพร้อมเพื่อการรับมือกับภัยคุกคามไซเบอร์ด้วยนวัตกรรมด้านความปลอดภัยและการปกป้องข้อมูลบนมัลติคลาวด์ [Guest Post]

ซอฟต์แวร์ที่ทำงานด้วยพลังของ AI จากเดลล์ และความสามารถในการดูแลรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติงานช่วยขับเคลื่อนการทำงานแบบ Zero Trust ที่ปกป้องทั้งข้อมูล พร้อมลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์