Netflix เปิดตัว Titus โครงการ Open Source ระบบ Container Platform ที่ใช้คุม 500,000 Container อยู่ในปัจจุบัน

Netflix ได้ออกมาประกาศเปิดตัวโครงการ Open Source ภายใต้ชื่อ Titus ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการ Container ที่พัฒนาต่อยอดขึ้นมาจาก Apache Mesos และทำงานได้บน AWS EC2 ซึ่ง Netflix ใช้บริหารจัดการกว่า 500,000 Container และ 200,000 Cluster ในแต่ละวัน

 

Credit: Netflix

 

ปัจจุบันนี้ Netflix มีการใช้งานระบบ Container จำนวนมหาศาลเหล่านี้ ก็เพื่อรองรับการให้ริการระบบ Streaming, Recommendation และ Content ทั้งหมดที่มีอยู่ โดย Titus นั้นจะมีความสามารถหลักๆ ด้วยกัน 4 ประการ ดังนี้

  • เป็นระบบ Container Platform ที่พร้อมใช้งานได้ในระดับ Production ซึ่งปัจจุบัน Netflix ก็ใช้งานจริงอยู่
  • Integrate กับ AWS ได้แบบ Cloud-native โดยสามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยีของ AWS ได้หลากหลาย เช่น VPC Networking, IAM, Security Group, Application Load Balancing และ EC2 Capacity Management
  • ทำงานร่วมกับโครงการ Open Source อื่นๆ ของ Netflix ได้ดี เช่น Spinnaker, Eureka, Archaius, Atlas และอื่นๆ
  • ใช้ Docker Image ได้ โดยมีการเพิ่มความปลอดภัยและความทนทานให้กับ Container เหล่านี้ให้ด้วย

สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดฉบับเต็มเกี่ยวกับ Titus สามารถศึกษาได้ที่ https://netflix.github.io/titus/ ครับ

 

ที่มา: https://www.infoq.com/news/2018/04/titus-container-platform

About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

CrowdStrike เข้าซื้อกิจการ Fiddler AI และ Dreadnode เสริมแกร่ง Falcon Platform รับมือความเสี่ยง Autonomous AI Agents

CrowdStrike เข้าซื้อกิจการสตาร์ตอัปด้านความปลอดภัย AI 2 แห่ง ได้แก่ Fiddler AI และ Dreadnode เพื่อเสริมความสามารถด้าน AI Observability และการทดสอบความปลอดภัยอัตโนมัติ ตอบโจทย์องค์กรที่เริ่มนำระบบ …

UOB AI Ready Programme 2026 ถอดบทเรียน SME ไทย: เมื่อความท้าทายไม่ใช่การใช้ AI แต่คือการสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ [PR]

AI กำลังเปลี่ยนบทบาทจาก “ผู้ช่วย” ไปสู่ “แรงงานดิจิทัล” ที่สามารถวิเคราะห์ วางแผน และดำเนินงานบางขั้นตอนได้อย่างอัตโนมัติ แต่สำหรับธุรกิจไทย ความท้าทายในวันนี้ไม่ใช่การตัดสินใจว่าจะใช้ AI หรือไม่ หากเป็นการนำ AI ไปสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้