แนวโน้มแห่ง NDR ในยุคถัดไป

ปัจจุบัน Network Detection and Response (NDR) ได้ก้าวไปมากกว่าหน้าที่หลักแต่เดิมแล้ว โดยมุ่งเน้นสู่เรื่องของความแม่นยำ การขยายตัวรองรับข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้น และความเป็นอัตโนมัติ คำถามคือ NDR กำลังมุ่งหน้าสู่ทิศทางใด

NDR เคยถูกวางตัวไว้เป็นเพียงเครื่องมือมอนิเตอร์และวิเคราะห์ทราฟฟิคเท่านั้น แต่ปัจจุบันสิ่งที่ NDR พยายามทำก็คือการวิเคราะห์เชิงพฤติกรรมด้วยระบบ AI/ML พร้อมตอบสนองเหตุการณ์ได้อย่างอัตโนมัติ แต่สิ่งเหล่านี้กำลังจะเกิดขึ้นกับ NDR ในยุคถัดไป

1.) ต้องมีความสามารถทำงานร่วมกับโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยอื่นๆ

มุมมองของก้าวถัดไปเรื่องหนึ่งที่ NDR สนใจก็คือความแม่นยำ ซึ่งสิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อระบบมีข้อมูลมากและหลากหลายเพียงพอ โดยทางเดียวที่จะได้มาซึ่งข้อมูล หมายความว่า NDR จะต้องรองรับการเชื่อมต่อกับระบบด้านความมั่นคงปลอดภัยมากมายเช่น Next-gen Firewall, IDS/IPS, EDR, Sandboxes และอื่นๆ เมื่อภาพของจิ๊กซอว์ถูกประกอบครบแล้ว ผลลัพธ์ของการวิเคราะห์จึงจะเกิดขึ้นได้ในภาพกว้างและเชิงลึกอย่างสมบูรณ์

อีกด้านหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือข้อมูลที่บ่งบอกถึงบริบทของพฤติกรรม ที่อาจจะถูกรวมเข้ามามีบทบาทใน NDR อย่างเทคโนโลยีด้าน Threat Detection อาทิเช่น Threat Intelligence, Active Directory และอื่นๆ โดยข้อมูลประกอบเหล่านี้จะช่วยให้ระบบมีการแจ้งเตือนผิดพลาดลดลง (False Positive) และนำไปสู่การตอบคำถามว่าเหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นเมื่อใด และนานแค่ไหนผู้ใช้งานจึงได้รับการแจ้งเตือน

2.) รูปแบบการ Deploy ใช้งาน NDR มีทางเลือกมากขึ้น

การที่องค์กรตัดสินใจไปคลาวด์นั้นก็เพื่อประโยชน์ในด้านเทคโนโลยีทั้งจากการบริการและความยืดหยุ่นจากการเป็น Cloud Native เช่นกันเมื่อบริบทของการทำงานเปลี่ยนไป โซลูชัน NDR จึงต้องกลายเป็นโมเดลแบบ Cloud Native มากขึ้นเพื่อให้มองเห็นทราฟฟิคใน Microservices ดังนั้นรูปแบบการ Deployment จะไม่จำกัดแค่ ฮาร์ดแวร์ การกระจายเซ็นเซอร์ท่ามกลางเครือข่ายที่ขยายออกไปนำมาวิเคระห์ผ่านแพลตฟอร์มแบบรวมศูนย์ หรือ Virtual อย่างไรก็ดีทางเลือกทั้งหมดก็เพื่อตอบโจทย์ทราฟฟิคได้ทั้ง ขาเข้าและออก (North-South) หรือการคุยกันภายในของแอปพลิเคชัน (East-West)

3.) Automation กลายเป็นหัวใจสำคัญ

ความท้าทายทั้งจากความซับซ้อนของภัยคุกคามและการที่คลาวด์อยู่ในทุกหนแห่ง ทำให้องค์กรจำเป็นต้องมีโซลูชันที่รองรับในความแตกต่างของทราฟฟิคหรือปริมาณที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งหัวใจที่จะขับเคลื่อนให้องค์กรสามารถเติบโตไปพร้อมกับความท้าทายเหล่านี้ก็คือความเป็นอัตโนมัตินั่นเอง

เช่นเดียวกับสิ่งที่เรียกว่า Security Orchrestration and Response (SOAR) ที่พูดถึงความสามารถหลายด้านประกอบด้วย ความสามารถในการค้นหาภัยคุกคาม ความสามารถในการตรวจจับภัยคุกคาม ความสามารถในการวิเคราะห์พฤติกรรมที่มีความเสี่ยง และสุดท้ายคือการตอบสนองต่อเหตุการณ์ไม่คาดคิด ด้วย Playbook ที่ถูกเตรียมไว้แล้วในกรณีต่างๆ สิ่งเหล่านี้ก็เพื่อทำให้ผู้เชี่ยวชาญที่มีจำกัดได้ใช้ความสามารถไปกับเคสอื่นๆที่มีความสำคัญมากกว่า ลดความอ่อนล้าจากภาระที่ไม่จำเป็นเร่งด่วน ในภาพรวมนอกจากจะลดต้นทุนการปฏิบัติงานแล้วและยังสร้างประสิทธิผลให้แก่ทีมงานด้านความมั่นคงปลอดภัยที่ดีด้วย

บทส่งท้าย

NDR ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่เพราะเกิดขึ้นมาระยะหนึ่งแล้ว จนกระทั่งเริ่มสุกงอม จากทำหน้าที่เดิมด้านมอนิเตอร์ทราฟฟิคแต่ตอนนี้กลับมุ่งหน้าสู่การวิเคราะห์พฤติกรรมด้วย Machine Learning ทั้งหมดนี้เป็นการเติมเต็มให้มีความสมบูรณ์ในการทำงานมากขึ้น แนวโน้มหนึ่งเมื่อต้องรับข้อมูลมากขึ้น NDR ก็อาจกำลังกลายเป็น XDR หรือ EDR แต่หาก NDR สามารถก้าวสู่การวิเคราะห์ทราฟฟิค ตรวจจับภัยคุกคาม ตลอดจนการตอบสนองเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้หลากหลาย ในภาพใหญ่มากขึ้นก็อาจกลายเป็น SOAR ท้ายที่สุดแล้วเทคโนโลยีไม่เคยหยุดพัฒนาและรวมความสามารถเข้ามาเรื่อยๆ NDR เองก็กำลังโคจรเข้าสู่ Threat Detection และ Prevention ควบคู่ไปกับการต้องตอบสนองเหตุการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ท่านใดสนใจเรื่อง NDR เพิ่มเติม ศึกษาได้ที่ white paper

สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับโซลูชัน Cybersecurity ใดๆของ Hillstone Networks สามารถติดต่อกับทีมงานได้ผ่านทาง https://www.hillstonenet.com/more/engage/contact/ ซึ่งจะมีทีมงานติดต่อท่านกลับไป หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ได้ที่ https://www.hillstonenet.com/  

About nattakon

จบการศึกษา ปริญญาตรีและโท สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ KMITL เคยทำงานด้าน Engineer/Presale ดูแลผลิตภัณฑ์ด้าน Network Security และ Public Cloud ในประเทศ ปัจจุบันเป็นนักเขียน Full-time ที่ TechTalkThai

Check Also

Salesforce เข้าซื้อกิจการ Fin มูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์ เสริมแกร่ง AI Agent งานบริการลูกค้า

Salesforce ประกาศลงนามข้อตกลงขั้นสุดท้ายเข้าซื้อกิจการ Fin ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม customer agent ในมูลค่าราว 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อนำเทคโนโลยี AI Agent สำหรับงานบริการลูกค้ามาเสริมความสามารถให้กับ Agentforce

Cisco ออกแพตช์แก้ช่องโหว่ Zero-day บน Catalyst SD-WAN Manager ที่ถูกใช้โจมตียกระดับสิทธิ์เป็น root

Cisco ปล่อยอัปเดตด้านความปลอดภัยแก้ช่องโหว่บน Catalyst SD-WAN Manager (เดิมคือ SD-WAN vManage) หลังพบว่าถูกใช้โจมตีจริงในลักษณะ Zero-day เพื่อยกระดับสิทธิ์เป็น root บนระบบที่ได้รับผลกระทบ