Millcon Steel ธุรกิจเหล็กไทยระดับหมื่นล้าน กับการตัดสินใจใช้ SAP สู่การเป็น Data-Driven Business ในอนาคต

ในธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีธุรกิจย่อยภายในที่หลากหลายและซับซ้อน การมี Software ช่วยบริหารจัดการงานทั้งหมดได้นั้นถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะตอบโจทย์การทำงานในรายวันและการวางแผนธุรกิจในระยะยาวได้เป็นอย่างดี และในครั้งนี้ Millcon Steel ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเหล็กของไทยที่มีธุรกิจใหญ่ระดับหมื่นล้านนั้นก็ตัดสินใจเลือกใช้ SAP ในการบริหารจัดการธุรกิจของตนเองอย่างครบวงจร พร้อมต่อยอดระบบ BI ที่จะทำให้การเข้าถึงข้อมูลธุรกิจและทำการวิเคราะห์ด้วยตัวเองได้นั้น กลายเป็นงานของทั้งผู้บริหารและพนักงานในอนาคตที่ต้องให้ความสำคัญ

 

Millcon Steel ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเหล็กชั้นนำของไทย ธุรกิจใหญ่ระดับหมื่นล้าน

 

Credit: Millcon Steel

 

หากพูดถึงเหล็กสำหรับใช้ในการก่อสร้างอาคาร, สะพาน และโรงงานแล้ว ชื่อของ Millcon Steel ก็เป็นหนึ่งในชื่อแรกๆ สำหรับบรรดาธุรกิจก่อสร้างในไทยที่ต้องนึกถึงกันก่อน ด้วยความที่ Millcon Steel นี้เป็นทั้งผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายเหล็กชั้นนำของประเทศไทย พร้อมทั้งยังมีศูนย์บริการแบบครบวงจรในตัว ทำให้ Millcon Steel เติบโตมาอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวมาเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 1998

 

Credit: Millcon Steel

 

จนในปี 2008 ทางบริษัทก็ได้เข้าตลาดหลักทรัพย์กลายเป็นบริษัทมหาชนภายใต้ชื่อ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL และเพิ่มทุนจดทะเบียนกลายเป็น 400 ล้านบาท จากนั้นก็มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง, ขยายการลงทุนด้าน Logistics, ลงทุนในโครงการใหม่ๆ เพิ่มเติม รวมถึงได้เริ่มเข้าซื้อกิจการของบริษัทต่างๆ เพื่อขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์และบริการเพิ่มขึ้นไปอีก ให้กลายเป็นผู้ผลิต, จัดจำหน่าย, ขนส่ง, ซ่อมบำรุงเครื่องจักรที่เกี่ยวข้อง, จัดการระบบไฟฟ้า ไปจนถึงการจัดการเศษเหล็ก

 

Credit: Millcon Steel

 

ผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นของ Millcon Steel นี้ก็หนีไม่พ้นเหล็กสำหรับใช้ในการก่อสร้างอาคาร, สะพาน และโรงงาน อย่างเช่น เหล็กเส้นกลม (Round Bars), เหล็กเส้นข้ออ้อย (Deformed Bars), เหล็กตัวซี (Lip Channel Steel) และผลิตภัณฑ์เหล็กอื่นๆ ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมทั้งภายในประเทศไทยและมาตรฐานในระดับโลก และนำเครื่องจักรที่ผสานเทคโนโลยีการผลิตสมัยใหม่อย่างระบบ Automation PLC Rolling Mill และ Automation PLC Furnace มาใช้

 

 

ไม่น่าแปลกใจว่าเบื้องหลังของธุรกิจและชีวิตประจำวันของเรานั้นจะเกี่ยวข้องกับ Millcon Steel โดยไม่รู้ตัว เพราะเหล็กของ Millcon Steel นั้นถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก โดยสำหรับในประเทศไทยนั้นก็มีการใช้งานเหล็กของ Millcon Steel ทั้งในสนามบินสุวรรณภูมิ, ทางด่วนบางนา, สะพานพระราม 8, รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT, โรงแรม Riverside และอื่นๆ อีกมากมาย ส่วนในต่างประเทศนั้นก็เช่นสะพาน Golden Ear Bridge ในแคนาดา, สะพาน Sutong Bridge ในจีน, สะพาน Sheikh Zayed Bridge ในอาบูดาบี, รถบบรถไฟในออสเตรเลีย, อุโมงค์ข้ามเมืองในออสเตรเลีย เป็นต้น

 

Credit: Millcon Steel

 

การเติบโตของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และการขยายฐานธุรกิจใหม่ๆ อย่างรวดเร็วนี้เอง เป็นสาเหตุให้ Millcon Steel ต้องเริ่มมองหาระบบ Enterprise Resource Planning (ERP) เพื่อรองรับธุรกิจในเครือทั้งหมด และสามารถเสริมความสามารถใหม่ๆ เพื่อรองรับกระบวนการ, ผลิตภัณฑ์ และบริการใหม่ๆ ของ Millcon ได้ เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารภาพรวมของธุรกิจ ไปจนถึงการดำเนินงานในแต่ละวันของทุกๆ แผนก และนี่เองก็ทำให้ Millcon Steel มีแผนที่จะนำ SAP มาใช้งานในอนาคต

 

ตัวอย่างขั้นตอนการผลิตเหล็กของ Millcon Steel Credit: Millcon Steel

 

เลือกใช้ SAP แก้ปัญหาระบบ ERP เดิมที่เริ่มไม่ตอบโจทย์ของธุรกิจที่เติบโตอีกต่อไป

 

Credit: ISS Consulting

 

ที่ผ่านมา Millcon Steel นั้นก็มีการใช้งานระบบ ERP เพื่อบริหารจัดการธุรกิจอยู่แล้ว ซึ่งถึงแม้ในช่วงแรกระบบดังกล่าวจะสามารถช่วยตอบโจทย์ของธุรกิจได้เป็นอย่างดี และมีข้อมูลให้ทั้งผู้บริหารและพนักงานสามารถทำงานได้ง่ายขึ้น แต่เมื่อธุรกิจเริ่มเติบโตและมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ระบบ ERP เดิมที่ใช้อยู่ก็ไม่สามารถปรับแต่งให้รองรับการทำธุรกิจในรูปแบบที่ต้องการได้อีกต่อไป ทำให้ต้องพลิกแพลงการใช้งานเพื่อรองรับกระบวนการที่ซับซ้อนขึ้นเอง ส่งผลให้พนักงานทำการบันทึกข้อมูลเข้าไปยังระบบได้อย่างยากลำบากมากยิ่งขึ้น อีกทั้งการนำข้อมูลไปใช้งานจริงก็ทำได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

ด้วยเหตุดังกล่าว ทาง Millcon Steel จึงต้องมองหาระบบ ERP ใหม่สำหรับรองรับธุรกิจทั้งเครือให้ได้ พร้อมทั้งยังต้องรองรับการเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีด้านการผลิตอื่นๆ ที่จะนำมาใช้งานเพิ่มเติมได้ในอนาคต และเพื่อให้การนำข้อมูลภายในธุรกิจมาใช้งานเป็นไปได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น ทาง Millcon จึงตัดสินใจว่าระบบใหม่นี้จะต้องมีเทคโนโลยี Business Intelligence (BI) มาให้พร้อมใช้งานด้วยเลย เพื่อให้การนำข้อมูลมาใช้วิเคราะห์ทั้งในระดับของผู้บริหารและพนักงานปฏิบัติการนั้นเป็นไปได้อย่างคล่องแคล่วว่องไวที่สุด

 

เตรียมตัวมุ่งสู่อนาคตด้วย SAP S/4HANA พร้อมระบบ SAP Analytics Cloud

 

Credit: ISS Consulting

 

สำหรับระบบ SAP ที่ Millcon Steel เลือกใช้นี้ก็เป็นระบบ SAP S/4HANA ที่สามารถรองรับการบันทึกและเรียกใช้งานข้อมูลปริมาณมหาศาลได้อย่างรวดเร็วด้วยเทคโนโลยี In-memory Database ของ SAP HANA พร้อมต่อยอดด้วยโมดูลเสริมเพื่อรองรับการทำงานในภาคส่วนต่างๆ ได้แก่

  • SAP Financial Accounting (FI)ระบบบริหารจัดการและควบคุมการเงินขององค์กร สำหรับใช้ในการจัดการธุรกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในธุรกิจ
  • SAP Controlling (CO)ระบบบริหารจัดการการวางแผน, การออกรายงาน และการติดตามกระบวนการต่างๆ ในธุรกิจ ที่รองรับทั้งการตรวจสอบและจัดการงบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น
  • SAP Materials Management (MM)ระบบบริหารจัดการวัตถุดิบในการผลิต ทั้งการวางแผนการผลิต, การจัดซื้อวัตถุดิบ, การจัดการใบสั่งซื้อสินค้า และอื่นๆ
  • SAP Sales and Distribution (SD)ระบบสำหรับบริหารจัดการการขายและการกระจายสินค้า ครอบคลุมตั้งแต่การออกใบเสนอราคา, การกำหนดราคาสินค้า, การออกเอกสารต่างๆ ไปจนถึงการบริหารจัดการคลังสินค้าและการขนส่ง
  • SAP Production Planning (PP)ระบบสำหรับการบริหารจัดการการผลิตโดยเฉพาะ ที่ผสานรวมทั้งข้อมูลการผลิต, ข้อมูลคลังสินค้า, ข้อมูลคำสั่งซื้อขาย และอื่นๆ เพื่อให้สามารถวางแผนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • SAP Plant Maintenance (PM)ระบบตรวจสอบและบริหารจัดการการทำงานของเครื่องจักรในการผลิต เพื่อให้สามารถทราบถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับเครื่องจัก และทำการซ่อมบำรุงล่วงหน้าก่อนที่เครื่องจักรจะเสียหายได้อย่างทันท่วงที ลด Downtime ในสายการผลิตให้น้อยลง
  • SAP Quality Management (QM)ระบบตรวจสอบคุณภาพที่อ้างอิงจากมาตรฐาน ISO 9000 โดยจะทำงานร่วมกับ SAP MM, SAP SD และ SAP PP เพื่อให้การตรวจสอบคุณภาพนั้นกลายเป็นส่วนหนึ่งของทุกๆ กระบวนการในขั้นตอนการผลิตนั่นเอง
  • SAP Analyics Cloud (SAC)ระบบ Business Intelligence หรือ BI ที่จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถสร้างรายงานด้านธุรกิจต่างๆ ได้รวดเร็วด้วยตนเอง ทำให้การนำข้อมูลทางธุรกิจไปใช้งานนั้นเกิดขึ้นได้อย่างคล่องตัว และเข้าถึงได้จากทุกอุปกรณ์ในทุกที่ทุกเวลา

 

Credit: ISS Consulting

 

เป้าหมายปลายทางของโครงการนี้ ทาง Millcon Steel คาดหวังว่าเทคโนโลยีระบบ IT จะได้เข้าไปผสานเป็นส่วนหนึ่งของทุกๆ กระบวนการในการทำธุรกิจ โดยพนักงานทุกคนสามารถใช้งานและเข้าถึงระบบได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน อีกทั้งยังจะได้เริ่มก้าวไปสู่การเป็น Data-driven Business ด้วยการเปิดให้เหล่าผู้บริหารและพนักงานสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์ได้ด้วยตนเองผ่านระบบ BI มากขึ้น เป็นก้าวแรกไปสู่การกลายเป็น Smart Factory อย่างเต็มตัวในยุคของ Digital Business ที่กำลังจะมาถึงในอนาคต

 

ให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบ SAP โดยทีมงาน ISS Consulting กับประสบการณ์ในธุรกิจโรงงานและการผลิตอย่างยาวนาน

 

Credit: ISS Consulting

 

แน่นอนว่าในโครงการ SAP ขนาดใหญ่ที่มีโมดูลหลากหลาย สำหรับรองรับธุรกิจที่กำลังเติบโตและมีธุรกิจย่อยภายในอยู่มากมายอย่าง Millcon Steel นี้ การเลือกใช้ผู้ให้บริการให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบ SAP นั้นก็ถือเป็นปัจจัยที่จะส่งผลเป็นอย่างมากต่อความสำเร็จของโครงการ และ ISS Consulting ที่มีประสบการณ์การติดตั้งและดูแลรักษาระบบ SAP แบบครบวงจรมากว่า 18 ปีในประเทศไทยนั้น ก็ได้รับบทบาทสำคัญนี้ไปในครั้งนี้

ISS Consulting นั้นได้เข้าไปมีส่วนทั้งในมุมของการให้คำปรึกษาด้านกระบวนการทางธุรกิจที่ควรจะต้องปรับเปลี่ยนเพื่อผสานเข้ากับระบบ SAP และการจัดการติดตั้งและดูแลรักษาระบบ SAP ให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างดีที่สุดสำหรับ Millcon Steel รวมไปจนถึงการฝึกอบรมการใช้งานของพนักงาน, การวิเคราะห์ข้อมูลด้วยเทคโนโลยี BI และการวางแผนอนาคตว่าจะต่อยอดเทคโนโลยีและกระบวนการการทำงานที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบันได้อย่างไร

เนื่องจาก ISS Consulting มีประสบการณ์ในการให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบ SAP สำหรับธุรกิจการผลิตมาอย่างยาวนาน และมีความรู้ในธุรกิจการผลิตเหล็กเป็นอย่างดี ทำให้สามารถนำ Best Practice ที่มีอยู่จากประสบการณ์ของตนเองมาให้คำแนะนำและปรับแต่งเพื่อให้สามารถดำเนินโครงการได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นจึงทำให้ทาง Millcon Steel วางใจเลือกใช้ ISS Consulting ในโครงการครั้งนี้ เพราะเชื่อว่าจะทำให้โครงการสำเร็จลุล่วงได้ดีในเวลาอันสั้น และเป็น Partner ทางธุรกิจที่พร้อมจะเติบโตไปด้วยกันในอนาคต

 

เกี่ยวกับ ISS Consulting (Thailand) Ltd.

 

 

 

บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญในด้านการออกแบบ พัฒนา และติดตั้งระบบ IT รวมถึงระบบ E-Commerce แบบครบวงจรให้แก่องค์กรขนาดเล็กไปจนถึงองค์กรขนาดใหญ่ และเป็นผู้นำด้านการบริการดูแลระบบ SAP (Application Management Services) ในประเทศไทย ที่มีความชำนาญอย่างสูงและมี มีประสบการณ์ มามากกว่า 18 ปี และมีพนักงานประจำมากกว่า 230 คนเพื่อช่วยเหลือดูแลระบบ SAP ให้กับธุรกิจขนาดใหญ่ไปจนถึงขนาดเล็กในประเทศไทยมากกว่า 200 แห่ง

ปัจจุบัน บริษัท ไอเอสเอสคอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการแต่งตั้งจาก SAP ให้เป็นพาร์ทเนอร์ระดับ Platinum อีกทั้งยังได้รับเลือกให้เป็น Partner ในกลุ่ม United VARs เพื่อช่วยดูแลลูกค้าของ SAP ในระดับ Global รวมถึงยังได้รับรางวัลจาก SAP มาอย่างต่อเนื่องมากมายจากการขยายฐานลูกค้าของ SAP อย่างรวดเร็วตั้งแต่เริ่มต้นดำเนินกิจการมา ที่มุ่งเน้นนำเสนอโซลูชั่นที่เป็นประโยชน์กับองค์กรธุรกิจหลากหลาย ดังนี้

 

ระบบ SAP แบบ Onpremise ERP

สำหรับธุรกิจที่ต้องการติดตั้งใช้งานเองภายใน Data Center ขององค์กร ทาง ISS Consulting นี้มีบริการตั้งแต่การให้คำปรึกษา

ทางธุรกิจ (Business Consulting) และการให้คำปรึกษา, ติดตั้ง และดูแลรักษาระบบ SAP อย่างครบวงจร (SAP Consulting, SAP Implementation) ทั้งสำหรับ SAP A1 ที่รองรับธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ และ SAP B1 สำหรับธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการเริ่มต้นใช้งาน SAP เป็นก้าวแรกอย่างรวดเร็ว พร้อมระบบ SAP Fiori เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงระบบ SAP ได้จากอุปกรณ์พกพาในทุกที่ทุกเวลาอย่างปลอดภัยและง่ายดาย

 

ระบบ SAP บน Cloud

สำหรับธุรกิจที่ต้องการเช่าใช้บริการ Cloud เพื่อเพิ่มความรวดเร็วในการติดตั้ง, ลดค่าใช้จ่ายในการลงทุนเบื้องต้น และเพิ่มความยืดหยุ่นในการเพิ่มขยายระบบในอนาคต ทาง ISS Consulting ก็พร้อมให้บริการให้คำปรึกษาและติดตั้งระบบ SAP บน Cloud ของผู้ให้บริการ Cloud ชั้นนำอย่าง AWS, Microsoft Azure และอื่นๆ รวมถึงบริการ Cloud จาก SAP สำหรับตอบโจทย์การใช้งานในส่วนอื่นๆ นอกเหนือจาก ERP ดังต่อไปนี้

  • SAP Business ByDesign: บริการ Cloud ERP สำหรับธุรกิจขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ ที่ต้องการขึ้นระบบ SAP อย่างรวดเร็ว
  • SAP Hybris: บริการ Cloud E-Commerce และ Customer Relationship Management (CRM) ที่พร้อมตอบโจทย์การทำ Omnichannel Marketing ได้ในตัวทั้งสำหรับธุรกิจ B2C และ B2B ในส่วนของการขาย, การตลาด และการบริการ
  • SAP SuccessFactors: บริการ Cloud Human Capital Management (HCM) สำหรับตอบโจทย์การทำงานของแผนกทรัพยากรบุคคลหรือ HR ได้อย่างครอบคลุม
  • SAP Ariba: บริการ Cloud สำหรับงานทางด้านการจัดซื้อขององค์กร ช่วยให้แผนกจัดซื้อและ Supplier สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และรวดเร็ว
  • SAP Leonardo: บริการ Cloud สำหรับการต่อยอดเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อการทำ Digital Transformation โดยเฉพาะ รองรับทั้ง Internet of Things (IoT), Machine Learning, Big Data, Analytics และ Blockchain
  • SAP Analytics Cloud: บริการ Cloud BI สำหรับใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ, ออกรายงาน, ทำนายแนวโน้มธุรกิจล่วงหน้าด้วย Machine Learning และวางแผนงานและการเงินในอนาคต

บริการ Cloud เหล่านี้สามารถเชื่อมต่อและผสานการทำงานกับระบบ ERP จาก SAP ได้ในอนาคต ทำให้องค์กรต่างๆ สามารถเริ่มต้นเลือกใช้งานระบบ SAP จากส่วนใดส่วนหนึ่ง ก่อนที่จะเพิ่มขยายมาใช้งานระบบอื่นๆ ได้ในอนาคต

 

การบริการดูแลรักษาและปรับแต่งระบบ SAP ต่อยอด

ISS Consulting เชื่อว่าการดูแลรักษาระบบ SAP ให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการปรับปรุงพัฒนาระบบต่อยอดเพื่อให้ตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของธุรกิจที่รวดเร็วได้นี้ถือเป็นปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของธุรกิจ จึงได้มีทีมสำหรับให้บริการการดูแลรักษาระบบ SAP และการพัฒนาระบบต่อยอดสำหรับ SAP ให้สอดคล้องกับกระบวนการการทำธุรกิจรูปแบบใหม่ๆ ได้ โดยไม่ต้องขึ้นระบบใหม่ทั้งหมด

 

เยี่ยมชมเว็บไซต์ของ ISS Consulting (Thailand) ได้ที่ http://www.issconsulting.co.th

 


About techtalkthai

ทีมงาน TechTalkThai เป็นกลุ่มบุคคลที่ทำงานในสาย Enterprise IT ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้าน Network, Security, Server, Storage, Operating System และ Virtualization มารวมตัวกันเพื่ออัพเดตข่าวสารทางด้าน Enterprise IT ให้แก่ชาว IT ในไทยโดยเฉพาะ

Check Also

Facebook อาจถูกปรับสูงถึง 160,000 ล้านบาทจากการละเมิดความเป็นส่วนบุคคลของผู้ใช้

คาดว่า Facebook อาจถูกสั่งจ่ายค่าปรับให้ Federal Trade Commission (FTC) สูงถึง $5,000 ล้าน (ประมาณ 160,000 ล้านบาท) หลังจากกรณีละเมิดความเป็นส่วนบุคคลของผู้ใช้อันเนื่องมาจากคดี Cambridge …

Fortinet แต่งตั้ง Exclusive Networks เป็นผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย

Fortinet ผู้ให้บริการโซลูชันด้านความมั่นคงปลอดภัยสมรรถนะสูง ประกาศแต่งตั้ง Exclusive Networks (Thailand) เป็นผู้จัดจำหน่าย (Value-added Distributor) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมพลิกโฉมระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ให้แก่องค์กรทุกระดับทั่วทุกภูมิภาค ตั้งเป้าครองตำแหน่ง Security Vendor อันดับ …